อีอีซี บุกคันไซ  เดินหน้าโรดโชว์ ดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนญี่ปุ่น

114

 อีอีซี บุกคันไซ  เดินหน้าโรดโชว์ ดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนญี่ปุ่น

 

 

อีอีซี บุกคันไซ  เดินหน้าโรดโชว์ ดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนญี่ปุ่น

         หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการประชาสัมพันธ์ประเทศให้เป็นที่รู้จักและสร้างความสนใจให้กับนักลงทุนต่างประเทศได้ดี ก็คือการเข้าร่วมกิจกรรมชักจูงการลงทุนหรือโรดโชว์ โดยล่าสุดคณะผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้เดินทางไปร่วมงาน “Thailand: Advancing ASEAN – Japan Partnership” เมื่อวันที่ 30 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ 2562 ณ ภูมิภาคคันไซ ในจังหวัดโอซากา วากายามะ และเกียวโต ที่จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (สกท.) โดยมี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ชี้คันไซมีศักยภาพ และนักลงทุนเชื่อมั่นในอีอีซี

        โดย นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)  ได้ร่วมงานเสวนาในหัวข้อ “Thailand Investment Year, Business Opportunities for Japanese Investors” เพื่อดึงดูดนักลงทุนที่มีศักยภาพในแถบภูมิภาคคันไซ ประเทศญี่ปุ่น ให้มาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซี  ซึ่งภูมิภาคคันไซถือศูนย์กลางทางการค้า การลงทุน และการพัฒนาอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ, เทคโนโลยีชีวภาพทางการแพทย์ และสิ่งแวดล้อม โดยประกอบไปด้วยผู้ประกอบการทุกขนาดทั้งขนาดย่อม ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ รวมถึงสถาบันพัฒนา ศึกษา วิจัยที่มีศักยภาพจำนวนมาก
        ทั้งนี้นายคณิศได้เน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและญี่ปุ่นที่มีมายาวนานทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค รวมถึงได้นำเสนอพัฒนาการอันก้าวกระโดดด้านเศรษฐกิจของไทย รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่กำลังขับเคลื่อน อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนด้วยรายงานความก้าวหน้าของทั้ง 5 โครงการ โครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน, โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก, โครงการศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา, โครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 และโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3


ส่องบริษัทญี่ปุ่น เด่นทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมต่อยอดการลงทุนในอีอีซี              

         สำหรับโรดโชว์ครั้งนี้มีบริษัทญี่ปุ่นให้ความสนใจจำนวนมากกว่า 500 บริษัท โดยมี 2 บริษัท จากจังหวัดเกียวโตให้ความสนใจเป็นพิเศษ และได้เข้าร่วมกิจกรรมพบหารือแบบรายบริษัท (One–on–One Meeting) บริษัทแรกคือ Yamashina Seiki เป็นผู้นำด้านการผลิตและจำหน่ายเทคโนโลยีเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ แปรรูปการเกษตร รวมถึงเครื่องมือทางการแพทย์ อีกบริษัทคือ Omron เป็นผู้นำด้านการพัฒนาเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ และอุปกรณ์เกี่ยวกับการวินิจฉัยและรักษาโรคทางไกลหรือเชื่อมต่อและควบคุมผ่านไวไฟ รวมถึงรู้รอบด้านการจัดการพลังงาน  มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการใช้เทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรม เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อช่วยบริหารจัดการโรงงานแห่งอนาคต ให้เครื่องจักรหรือหุ่นยนต์เข้าใจในการทำงานแบบมนุษย์และสามารถทำงานร่วมงานกับแรงงานคนได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ, การออกแบบพื้นที่ในสถานีรถไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัยและป้องกันอุบัติเหตุให้กับผู้โดยสารทุกวัย และการผลิตยารักษาโรคเฉพาะบุคคล เป็นต้น
        นอกจากนี้คณะได้ศึกษาดูงานและรับฟังบรรยายสรุปการดำเนินธุรกิจบ้านพักผู้สูงอายุ Grande Maison Geihinkan Kyoto Arashiyama โดยบริษัท J.S.B. Group ซึ่งดำเนินธุรกิจให้เช่าและบริหารอพาร์ทเมนท์สำหรับนักเรียน นักศึกษา มานานกว่า 4 ทศวรรษ ภายหลังได้แตกไลน์มาสู่ธุรกิจบ้านพักผู้สูงวัยอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ที่มีการดูแลอย่างครบวงจรทั้งด้านร่างกายและจิตใจ มีการออกแบบที่คำนึงถึงรูปแบบในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุ เช่น ทางลาดเข้าออกสำหรับวีลแชร์ รวมถึงบริการดูแลโดยพยาบาลอย่างใกล้ชิด ซึ่งธุรกิจบ้านผู้สูงอายุถือเป็นธุรกิจที่มาแรงในอนาคตอันใกล้นี้ จึงเป็นแบบอย่างที่ดีและสอดรับกับการที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย
        การเดินทางชักจูงนักลงทุนในครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่นทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่น อีกทั้งยังได้สร้างความรู้ ความเข้าใจ และชักจูงนักลงทุนที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายจากภูมิภาคคันไซ ประเทศญี่ปุ่น ให้เข้ามาลงทุนในพื้นที่อีอีซีต่อไป

สัญญาณดี มีความคืบหน้าของโครงสร้างพื้นฐาน

       สำหรับความคืบหน้าของโครงสร้างพื้นฐานในอีอีซี นายคณิศ ให้รายละเอียดว่าขณะนี้โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาสัญญากับกลุ่มซีพีและพันธมิตร ส่วนโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ที่จะเปิดขายซองประมูล คาดว่าจะได้ผู้ร่วมลงทุนภายในเดือนเมษายนนี้ โดยปัจจุบันมีผู้พัฒนาท่าเรือระดับโลกให้ความสนใจหลายราย เช่น ไชน่าฮาเบอร์จากจีน ฮิโตชูจากญี่ปุ่น และสิงคโปร์พอร์ตจากสิงคโปร์ เหตุที่ล่าช้าเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ไทยเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมพัฒนาโครงการที่เป็นการประมูลแบบนานาชาติ (International Biding) ซึ่งต่างจากอดีตที่รัฐจะเป็นผู้พัฒนาเอง

 

ข่าวสารเกี่ยวกับ EEC

EEC News Vol.5

ติดต่อเรา