การประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกครั้งที่ 1/2561

1,152

การประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกครั้งที่ 1/2561

วันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน 2561 เวลา 13.30 – 16.30 น.
ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล

การประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 1/2561 มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

1. การประชุมครั้งแรกภายใต้ พ.ร.บ. ใหม่

การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้ พ.ร.บ. เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 ที่ได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2561 และมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ดังนี้

1) การเปลี่ยนชื่อจาก “คณะกรรมการนโยบายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กนศ)” เป็น “คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.)”

2) มีคณะกรรมการเพิ่มเป็น 28 คน (จากเดิม 18 คน ภายใต้ คำสั่งคสช. 2/2560) ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รองนายกรัฐนตรี (นาย สมคิด จาตุศรีพิทักษ์) เป็นรองประธาน รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง 14 ท่าน หัวหน้าหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง 3 ท่าน ประธานสถาบันเอกชนทั้ง 3 สถาบัน ผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน และ เลขาธิการคณะกรรมการ

3) มีการเปลี่ยนชื่อสำนักงานจาก สำนักงานคณะกรรมการนโยบายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.)” เป็น “คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)”

 

ที่ประชุม กพอ. มีมติ

  1. รับทราบการดำเนินงานของ สกพอ. ตามคำสั่ง คสช. 2/2560
  2. เห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กบอ.)  และเห็นชอบในหลักการการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ และให้ กบอ. พิจารณาแล้วนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายต่อไป

 

2. การพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออก และ โครงการที่เกี่ยวข้อง

ภายหลังจากที่ประกาศเชิญชวนการร่วมทุนในรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินไป เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ที่ผ่านมา นรม.ในฐานะประธาน กพอ. ได้สั่งการให้เร่งรัดการพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออกที่สนามบิน
อู่ตะเภา เพื่อให้เชื่อมโยงกับรถไฟความเร็วสูงตรงเวลา และวางแผนการขยายตัวของเมืองรอบๆ ข้างให้เป็นระบบ และมีสาระสำคัญพอสรุปได้ ดังนี้

 

1) รับทราบแนวทางภาพรวมของการขยายตัวจากเมืองการบินภาคตะวันออก ไปสู่ มหานครการบินภาคตะวันออกในระยะ 10 ปี

  • เริ่มต้นจากพื้นที่เมืองการบินภาคตะวันออกบริเวณสนามบินอู่ตะเภา ขนาด 6,500 ไร่
  • ไปสู่เขตชั้นในของมหานครการบินภาคตะวันออกพื้นที่โดยรอบรัศมี 10 กิโลเมตร
  • ไปสู่เขตชั้นนอกรัศมี 30 กิโลเมตร

 

2) โดยมีงาน และโครงการสำคัญที่ดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะงานวางแผนทางวิ่งที่ 2 งานวางแผนแม่บท และการศึกษาความเหมาะสม เพื่อการร่วมทุนกับเอกชน

 

3) มอบหมายให้กองทัพเรือ และ สกพอ. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามลำดับความสำคัญของกิจกรรม (Critical Path) ตามที่เสนอ ด้วยวิธีการบริหารโครงการแบบเร่งด่วน (Fast Track) และจัดทำแผนปฏิบัติการในรายละเอียดร่วมกันอย่างบูรณาการ รวมทั้งกำกับโครงการให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนด โดยเสนอคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กบอ.) พิจารณาก่อนเสนอมาอีกครั้งหนึ่ง

 

4) รับทราบความก้าวหน้าโครงการที่เกี่ยวกับการพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออก ที่สำคัญคือโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา ซึ่งปัจจุบัน บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) อยู่ระหว่างดำเนินการปรับแก้รายงานการศึกษา และวิเคราะห์โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภาให้เป็นไปตามประกาศ EEC Track โดยการปรับแก้ตามความเห็นเพิ่มเติมจากหน่วยงานภาครัฐและคณะกรรมการคัดเลือก เพื่อสรุปนำเสนอฝ่ายบริหารของบริษัทการบินไทย และคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยคาดว่าจะสามารถได้ TOR เดือนกรกฎาคม และได้เอกชนมาลงทุนเดือนตุลาคม 2561

 

3. ความก้าวหน้าการพัฒนาเมืองใหม่อัจฉริยะน่าอยู่

รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนที่มีรองนายกรัฐมนตรี (พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง) เป็นประธาน รวมทั้งรับทราบมาตราการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน โดยเมืองใหม่อัจฉริยะน่าอยู่ที่จะดำเนินการในพื้นที่ EEC ต้องมีองค์ประกอบ 6 ลักษณะ ได้แก่ (1) ชุมชนอัจฉริยะ (Smart Community) (2) สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) (3) การคมนาคมขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) (4) พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) (5) เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) (6) การบริหารจัดการอัจฉริยะ (Smart Governance)

 

4. ความก้าวหน้าโครงการพัฒนาเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Park Thailand : EECd) และโครงการเขตนวัตกรรมระเบียเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation : EECi)

  • รับทราบความก้าวหน้า EECd ที่จะจัดตั้ง IoT Institute ในระยะแรก และรับทราบแนวทางให้มีการร่วมทุนกับเอกชนในการพัฒนา EECd
  • รับทราบความก้าวหน้า EECi และการสื่อสารประชาสัมพันธ์เพื่อเจรจา และชักชวนนักลงทุน

 

ดาวน์โหลด เอกสารแถลงข่าว คลิกที่นี่

ติดต่อเรา