อีอีซี: กรณีตัวอย่างความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่นในประเทศที่สาม

Home > ข้อมูลข่าวสาร > รฟท.เปิดห้องเอกสารให้ตัวแทนบริษัทเอกชนที่ซื้อเอกสารคัดเลือกเข้าตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ที่ ห้อง DATA Room > อีอีซี: กรณีตัวอย่างความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่นในประเทศที่สาม
439

อีอีซี: กรณีตัวอย่างความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่นในประเทศที่สาม

        ในโอกาสที่ นายกรัฐมนตรีชินโซะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่นเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี ระหว่างวันที่ 25 - 27 ตุลาคม 2561 เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีของทั้ง 2 ประเทศ นั้น หนึ่งในหัวข้อการสนทนาที่สำคัญของผู้นำของทั้ง 2 คือ ความต้องการที่จะส่งเสริมความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในภูมิภาคและความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่นในประเทศที่สาม

        สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการสัมมนาว่าด้วยความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่นในประเทศที่สามในโอกาสเดียวกันนี้ ซึ่งมีผู้ร่วมงานกว่า 1,600 คน ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐระดับสูง นักลงทุนและนักการการเงินชั้นนำ ของทั้ง 2 ประเทศ ณ ตึกรัฐสภาประชาชนสาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ 26 ตุลาคม 2561

         การสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นโดยรัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศ สืบเนื่องจากสาธารณรัฐประชาชนจีนและญี่ปุ่น ได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอกชนระหว่างจีน - ญี่ปุ่นในประเทศที่สาม เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 ณ กรุงโตเกียว โดยบันทึกความเข้าใจฯ ได้กล่าวถึงการจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนากิจกรรมทางธุรกิจของภาคเอกชนจีนและญี่ปุ่นภายใต้กรอบเจรจาระดับสูงด้านเศรษฐกิจ และความร่วมมือของทั้งสองประเทศจะร่วมกันสำรวจตลาดและภาคอุตสาหกรรมในประเทศที่สามที่ภาคเอกชนจีนและญี่ปุ่นจะร่วมกันลงทุน

         โดยการสัมมนาในครั้งนี้มีพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจระหว่างภาคเอกชนของทั้ง 2 ประเทศ กว่า 50 ฉบับ มีผู้นำของทั้ง 2 ประเทศร่วมเป็นสักขีพยาน หนึ่งในความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนของทั้ง 2 ประเทศที่สำคัญ คือ การลงนามข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินในการสนับสนุนนักลงทุนจีนและญี่ปุ่นร่วมกันสำรวจตลาดในประเทศที่สาม ระหว่างธนาคาร ICBC และ ธนาคาร Mizuho ซึ่งระบุอย่างชัดเจนว่าเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี นับเป็นเป้าหมายสำคัญเป้าหมายหนึ่งที่ธนาคารทั้ง 2 จะร่วมมือกัน ในประเทศที่สาม

          ในการนี้ นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ สกพอ. ได้เข้าร่วมการเสวนาในหัวข้อ“การพัฒนาในภูมิภาค - อีอีซี เขตพัฒนาอุตสาหกรรมและเมืองอัจฉริยะ” นำเสนอ โครงการอีอีซี ความก้าวหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของ อีอีซี ว่าดำเนินไปได้ด้วยดีภายหลังจากที่ พรบ.เขตพิเศษภาคตะวันออกมีผลใช้บังคับ และคาดว่าจะได้ผู้ชนะประมูลทุกโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ภายในเดือน กุมภาพันธ์ 2562 พร้อมนี้ อีอีซี เป็นพื้นที่ที่นักลงทุนจีนและญี่ปุ่นรู้จักเป็นอย่างดี มีความคุ้นเคยมานานกว่า 30 ปี อีกทั้งเดือนกันยายนปีที่แล้ว นักลงทุนญี่ปุ่นลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการอีอีซีกว่า 500 คน ในขณะที่นักลงทุนจีนลงพื้นที่เช่นเดียวกันกว่า 500 คนในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา 

          การสัมมนาได้รับการตอบรับด้วยดีและชี้ให้เห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่ประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) จะเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญและเป็นกรณีตัวอย่างของความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างประเทศจีนและประเทศญี่ปุ่นในประเทศที่สาม

ติดต่อเรา