เลขาธิการ EEC ลงพื้นที่แหลมฉบัง ทำความใจทุกฝ่ายถึงความสำคัญของโครงการ EEC ที่จะยกระดับแหลมฉบังเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์ของไทย

Home > ข้อมูลข่าวสาร > รฟท.เปิดห้องเอกสารให้ตัวแทนบริษัทเอกชนที่ซื้อเอกสารคัดเลือกเข้าตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ที่ ห้อง DATA Room > เลขาธิการ EEC ลงพื้นที่แหลมฉบัง ทำความใจทุกฝ่ายถึงความสำคัญของโครงการ EEC ที่จะยกระดับแหลมฉบังเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์ของไทย
611

เลขาธิการ EEC ลงพื้นที่แหลมฉบัง ทำความใจทุกฝ่ายถึงความสำคัญของโครงการ EEC ที่จะยกระดับแหลมฉบังเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์ของไทย

เลขาธิการ EEC ลงพื้นที่แหลมฉบัง ทำความใจทุกฝ่ายถึงความสำคัญของโครงการ EEC ที่จะยกระดับแหลมฉบังเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์ของไทย ขณะที่นายสนธยา คุณปลื้ม ที่ปรึกษานายกฯ เตือนให้ตระหนักถึงปัญหาในทุกมิติและการมีส่วนร่วมของท้องถิ่น

ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ EEC ลงพื้นที่เทศบาลแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ร่วมประชุมกับข้าราชการ คณะผู้บริหารเทศบาลแหลมฉบัง และตัวแทนภาคประชาชน ตามคำเชิญของนายบุญเลิศ น้อมศิลป์ ประธานที่ปรึกษาคณะผู้บริหารเทศบาลแหลมฉบัง โดยมีนายสนธยา คุณปลื้ม ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านการเมือง ร่วมรับฟัง

เลขาธิการ EEC ชี้แจงให้ทุกฝ่ายได้เห็นภาพการพัฒนาพื้นที่ EEC ที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทำให้พื้นที่เทศบาลแหลมฉบังให้เป็นเมืองท่าสำคัญของประเทศ เชื่อมโยงของการคมนาคมขนส่งทั้งทางถนน ทางราง ทางเรือ และเครื่องบิน ยกระดับให้แหลมฉบังกลายเป็นจุดศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์ของไทย

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ดร.คณิศให้ความมั่นใจว่าการประมูลจะเสร็จสิ้นในเดือนนี้อย่างแน่นอน ส่วนท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 จะทำประชาพิจารณ์แล้วเดินหน้าทันที ควบคู่ไปกับการสร้างเมืองการบินภาคตะวันออก (Eastern Airport City) ซึ่งจะกลายเป็นศูนย์กลางการบินของอาเซียน

เลขาธิการ EEC ระบุว่าการพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกจะส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตมากกว่า 7% ขณะที่เมืองจะถูกบริหารจัดการให้เป็นระบบ มีความเป็นระเบียบน่าอยู่มากขึ้น ด้วยการคมนาคมระบบรางและการจัดการโลจิสติกส์ด้วยระบบออโตเมชั่น ที่พร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง

“แหลมฉบังจะมีสภาพคล้ายเมืองโอซาก้าของญี่ปุ่น ท้องถิ่นย่านนี้จะก้าวสู่ความเจริญก้าวหน้าใหม่ เกิดความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ จะมีคนเข้ามาอาศัยเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว ก่อให้เกิดโอกาสทางเศรษฐกิจมากมายหลายรูปแบบ” ดร.คณิศ สะท้อนภาพแหลมฉบับในอนาคต

ขณะที่นายสนธยา เสนอแนะต่อวงประชุมให้ตระหนักถึงการเดินหน้าพัฒนาโดยคำนึงถึงการจัดการปัญหาท้องถิ่นในทุกมิติ ทั้งปัญหาความแออัดของการจราจร การพัฒนาสาธารณูปโภคทั้งระบบ การจัดการปริมาณขยะ การป้องกันน้ำท่วม และการมอบอำนาจจัดการในท้องถิ่นให้สอดคล้องกับการพัฒนา EEC ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างการมีส่วนร่วมกับคนในท้องถิ่นได้อย่างมีความหมาย

ที่มา : https://www.salika.co/2018/05/07/eec-lamchabang-to-logistics-hub/

 

ติดต่อเรา