บอร์ด EEC ไม่รับพิจารณาข้อเสนอซองเทคนิค-ราคา โครงการอู่ตะเภา-เมืองการบินฯ ของกลุ่มซีพี รอศาลปกครองกลางตัดสิน

Home > Pr > News > บอร์ด EEC ไม่รับพิจารณาข้อเสนอซองเทคนิค-ราคา โครงการอู่ตะเภา-เมืองการบินฯ ของกลุ่มซีพี รอศาลปกครองกลางตัดสิน
854

บอร์ด EEC ไม่รับพิจารณาข้อเสนอซองเทคนิค-ราคา โครงการอู่ตะเภา-เมืองการบินฯ ของกลุ่มซีพี รอศาลปกครองกลางตัดสิน

บอร์ด EEC รับทราบความเห็นคณะอนุกรรมการอุทธรณ์ฯ โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก หลังไม่รับพิจารณาซองเทคนิค-ราคากลุ่มซีพี รอศาลปกครองกลางตัดสิน พร้อมอัดฉีด 200 ล้านบาท ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แก้ปัญหาผู้บุกรุกโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เพื่อส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนดำเนินโครงการโดยเร็ว คาดเซ็นสัญญา กรกฎาคม นี้  

 

      นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ลกพอ.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 7/2562 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดย กพอ. ได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทั้ง 3 โครงการ คือ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง,สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา), โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 และโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก

        โดย กพอ. ได้รับทราบและเห็นด้วยกับความเห็นของคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง ที่มีมติยืนไม่รับพิจารณาข้อเสนอกล่องที่ 6/10 และกล่องที่ 9/10 ของกลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด นำโดยกลุ่มบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และพันธมิตร ที่ได้ยื่นศาลปกครองขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับมติและคำสั่งของคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เนื่องจากคณะอนุกรรมการอุทธรณ์ฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าภาคเอกชนยื่นข้อเสนอภายหลังกำหนดเวลาตามเอกสารการคัดเลือกเอกชน โดยจะทำการแจ้งผลการพิจารณาต่อกลุ่มกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้งฯ ต่อไป

        นายคณิศ กล่าวว่า กระบวนการพิจารณาการอุทธรณ์ของคณะอนุกรรมการอุทธรณ์ฯ โครงการสนามบินอู่ตะเภาฯ ถือว่าเสร็จสิ้น และได้ส่งความเห็นไปยังศาลปกครองกลางแล้ว รอเพียงขั้นตอนการพิจารณาของศาลว่าจะมีคำสั่งออกมาเป็นอย่างไร หลังจากนี้คณะกรรมการคัดเลือกฯ จะเดินหน้าตามกระบวนการต่าง ๆ ต่อไป โดยขณะนี้ ได้เปิดซองที่ 1 ซึ่งเป็นซองคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมประมูล และจะเปิดซองที่ 2 พิจารณาข้อเสนอทางเทคนิค คาดว่าจะใช้เวลาพิจารณา 2-3 สัปดาห์ โดยผู้ที่ผ่านการพิจารณาซองที่ 2 จะต้องมีผลคะแนนมากกว่า 80% ขึ้นไป ส่วนซองที่ 3 เป็นข้อเสนอทางการเงิน และซองที่ 4 เป็นข้อเสนอผลประโยชน์เพิ่มเติมของภาคเอกชนซึ่งจะเปิดหรือไม่เปิดพิจารณาก็ได้ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการจะยังไม่ประกาศผลการพิจารณาใด ๆ จนกว่าจะมีคำสั่งศาล และจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอทั้ง 2 กล่อง ที่ยังรอศาลพิจารณา

          “ขณะนี้ สำนักงาน EEC กำลังรอศาลปกครองกลางพิจารณาคำร้องของกลุ่มกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้งฯ โดยยืนยันกรณีนี้ไม่ใช่ความผิดพลาดของภาครัฐ แต่เป็นเอกชนเองที่ยื่นข้อเสนอกล่องที่ 6/10 และกล่องที่ 9/10 ล่าช้าไป 9 นาที จากกำหนดเวลาสิ้นสุด 15.00 น. ซึ่งยึดตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในเอกสารเชิญชวนเอกสารร่วมลงทุน (RFP) ขณะนี้หวังว่าศาลปกครองจะมีความเห็นออกมาโดยเร็ว แต่กระบวนการคัดเลือกเอกชนก็จะยังดำเนินการต่อไป ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำตัดสินออกมา คาดว่ากระบวนการพิจารณาคัดเลือกเอกชนจะแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน แต่หากศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ทางสำนักงานอีอีซีก็พร้อมทำตามคำสั่ง”

         ขณะที่การอุทธรณ์โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 ท่าเทียบเรือ F เงินลงทุน 84,361 ล้านบาท ที่ประชุม กพอ. ให้คณะอนุกรรมการฯ กลับไปรวบรวมข้อมูลมาใหม่ เพราะเห็นว่าข้อมูลที่รายงานมายังไม่ชัดเจน ส่วนเป็นเรื่องใดไม่สามารถเปิดเผยได้

         ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ระยะทาง 220 กม. เงินลงทุน 224,544 ล้านบาท กพอ. ได้รับทราบผลการดำเนินงานเพื่อเตรียมลงนามสัญญาร่วมทุนภายในเดือนกรกฎาคม 2562 หลังจากได้จัดทำเอกสารแนบท้ายร่างสัญญาร่วมทุน เรื่องทางเทคนิค การเงิน และกำหนดรายละเอียดเพื่อตรวจสอบหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในฐานะคู่สัญญาฝ่ายรัฐ และรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว โดยขณะนี้ รฟท. อยู่ระหว่างเดินหน้าจัดทำแผนส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนผู้ร่วมทุน คาดว่าจะส่งมอบได้ประมาณ 82% ส่วนที่เหลืออีก 18% ยังติดปัญหาผู้บุกรุก ดังนั้น ประชุม กพอ. ครั้งนี้จึงได้อนุมัติกรอบวงเงิน 200 ล้านบาท เพื่อจัดการกับผู้บุกรุกโดยเร็วที่สุด 

         และโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 ล่าสุด กพอ. ได้รับทราบความเห็นของกรรมการ กพอ. ต่อร่างสัญญาร่วมลงทุน และคำชี้แจงของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ต่อร่างสัญญาร่วมลงทุนโครงการฯ ซึ่งกรรมการ กพอ. บางส่วนมีความเห็นว่า กนอ. ควรแก้ไขรายละเอียดของสัญญาประมาณ 15 ข้อ เพื่อปิดช่องไม่ให้ภาครัฐเกิดการเสียเปรียบจากการดำเนินโครงการ แต่จะไม่ใช่การแก้ไขสาระสำคัญของร่างสัญญา โดยเมื่อปรับปรุงรายละเอียดสัญญาร่วมทุนตามที่กรรมการเสนอแล้ว จะส่งอัยการสูงสุดพิจารณาอีกรอบ ซึ่งคาดว่าอัยการสูงสุดจะพิจารณาแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน ก่อนนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณา เพื่อเตรียมลงนามในสัญญากับภาคเอกชน

         สำหรับผลการดำเนินงานของ สกพอ. ในรอบ 2  ปีที่ผ่านมา มีเรื่องพิจารณา 17 ครั้ง อนุมัติเรื่องสำคัญรวม 52 เรื่อง เช่น การประชุมปี 2560 (ชื่อเดิม) คณะกรรมการนโยบายพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กนศ.) 3 ครั้ง, ปี 2561 การประชุม แบ่งเป็น กนศ. 3 ครั้ง และ กพอ. 5 ครั้ง, ปี 2562 การประชุม กพอ.  6 ครั้ง

         โดยมีสาระสำคัญ อาทิ

          1. เห็นชอบแผนการพัฒนาพื้นที่ EEC ซึ่งมี 8 แผนงาน เห็นชอบหลักการจัดทำข้อเสนอกรอบขั้นตอนการเร่งรัดอนุมัติโครงการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชนในพื้นที่อีอีซี (PPP EEC Track) เป็นต้น (การประชุม กนศ ครั้งที่ 1/2560 วันที่ 5 เมษายน 2560)

         2. เห็นชอบหลักการโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยพื้นที่ตลอดแนวโครงการตั้งแต่สนามบินดอนเมืองถึงสนามบินอู่ตะเภา เป็นเขตส่งเสริม (การประชุม กนศ. ครั้งที่ 2/2561 วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561) เห็นชอบแนวทางพัฒนาเมืองใหม่อัจฉริยะน่าอยู่ แผนการพัฒนาเมืองใหม่อัจฉริยะตัวอย่าง (การประชุมครั้งที่ 3/2561 วันที่ 18 เมษายน 2561)
 

          3. เห็นชอบแผนภาพรวมการพัฒนา EEC รับทราบความก้าวหน้าโครงการของ EEC เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ศูนย์ซ่อมบำรุงท่าอากาศยานอู่ตะเภา โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 และโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (การประชุม กพอ.ครั้งที่ 2/2561 วันที่ 10 สิงหาคม 2561)

         4. รับทราบโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ผ่านความเห็นชอบการประเมินผล EIA และรับทราบผลการประชุม ครม.เห็นชอบการคัดเลือก ผลการเจรจาและร่างสัญญาโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (การประชุมกพอ. ครั้งที่ 6 วันที่ 24 มิถุนายน 2562)

 

CONTACT EEC