ทร.เดินหน้าจัด Market Sounding สนามบินอู่ตะเภา รอบ 2 เร่งหานักลงทุนร่วมขับเคลื่อนท่าอากาศยานสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค

Home > Pr > ทร.เดินหน้าจัด Market Sounding สนามบินอู่ตะเภา รอบ 2 เร่งหานักลงทุนร่วมขับเคลื่อนท่าอากาศยานสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค
1,029

ทร.เดินหน้าจัด Market Sounding สนามบินอู่ตะเภา รอบ 2 เร่งหานักลงทุนร่วมขับเคลื่อนท่าอากาศยานสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค

ทร.เดินหน้าจัด Market Sounding สนามบินอู่ตะเภา รอบ 2 เร่งหานักลงทุนร่วมขับเคลื่อนท่าอากาศยานสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค

       วันนี้ (31 ส.ค.61) เวลา 09.10 น. ณ ห้องบอลรูม โรงแรมอวานี ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ   พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Market Sounding) ครั้งที่ 2 โครงการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเขตส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก : เมืองการบินภาคตะวันออก (ท่าอากาศยานอู่ตะเภา) เพื่อนำเสนอ นโยบาย และแผนงานต่างๆ รวมถึงรายละเอียดในการพัฒนาโครงการ รูปแบบในการให้เอกชนร่วมลงทุน ตลอดจนข้อกำหนดสำคัญในร่างเอกสารการคัดเลือกเอกชนและร่างสัญญาร่วมลงทุน พร้อมทั้งรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ร่วมสัมมนา โดยมี พลเรือเอก โสภณ วัฒนมงคล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ และประธานกรรมการบริหารโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกของกองทัพเรือ กล่าวรายงาน และมีตัวแทนหน่วยงานจากภาครัฐ ภาคเอกชนจากธุรกิจการบิน การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารและสถาบันการเงิน นักลงทุน สมาคมการค้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมงาน

       พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล กล่าวว่า โครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญในเขตส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่รัฐบาลเร่งผลักดันให้สำเร็จเป็นรูปธรรม ด้วยความได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ ซึ่งเป็นทำเลที่ตั้งของโครงการ จะช่วยผลักดันให้ภาคตะวันออกของไทยเป็นประตูสู่กลุ่มประเทศ CLMV  ยกระดับให้ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นศูนย์กลางทางการบินของภูมิภาค และช่วยขับเคลื่อนโครงการลงทุนใน EEC ให้สำเร็จ ด้าน พลเรือเอก โสภณ วัฒนมงคล กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ดำเนินการจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (Market Sounding) ครั้งที่ 1 ไปเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2561 โดยได้นำเสนอข้อมูล นโยบาย และแผนงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา และความเป็นได้ของโครงการ ซึ่งมีตัวแทนจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ การบิน การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารและสถาบันการเงิน นักลงทุน สมาคมการค้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมประมาณ 300 คน โดยครั้งนี้เป็นการรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนเป้าหมาย เกี่ยวกับรายละเอียดในการพัฒนาโครงการ ความเสี่ยงของโครงการ และรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุน รวมทั้งการจัดสรรหน้าที่และความรับผิดชอบ สิทธิประโยชน์ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาในการจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ และการจัดทำร่างเอกสารการคัดเลือกเอกชนและร่างสัญญาร่วมลงทุน ในลำดับต่อไป
       
          นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษ โดย ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และมีการนำเสนอรายละเอียดของโครงการฯ โดยกลุ่มที่ปรึกษาของโครงการฯ ในประเด็นที่เกี่ยวกับนโยบายและแผนงานต่างๆ รวมถึงรายละเอียดในการพัฒนาโครงการ ความเป็นไปได้และความเสี่ยงของโครงการ รูปแบบในการให้เอกชนร่วมลงทุนภายใต้การจัดสรรหน้าที่และความรับผิดชอบ สิทธิประโยชน์ ความเสี่ยงและการแบ่งผลประโยชน์ตอบแทนระหว่างรัฐและเอกชน ตลอดจนข้อกำหนดสำคัญในร่างเอกสารการคัดเลือกเอกชน และในร่างสัญญาร่วมลงทุน

         สำหรับรูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุนพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา คือรูปแบบ PPP Net Cost โดยเอกชนได้รับสิทธิ์ในการจัดเก็บรายได้และจัดสรรผลตอบแทนบางส่วนให้แก่ภาครัฐตามข้อตกลง โดยหน้าที่ความรับผิดชอบของเอกชน ได้แก่ ออกแบบและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับท่าอากาศยาน การลงทุนในการพัฒนาองค์ประกอบต่างๆ ของโครงการ และดำเนินการและบำรุงรักษาตลอดอายุสัญญา โดยเอกชนมีสิทธิที่จะรับรายได้จากการดำเนินงานของท่าอากาศยานและองค์ประกอบอื่นๆ ของโครงการตลอดระยะเวลาสัญญา ทั้งนี้จากผลการศึกษาเบื้องต้นผลตอบแทนการทางการเงิน พบว่า อัตราผลตอบแทนโครงการ (IRR) ได้แก่ 10.00 -12.00 % อัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น ได้แก่  11.00 – 13.00 % ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโครงการน่าจะมีผลตอบแทนที่น่าสนใจต่อการลงทุนของผู้ร่วมลงทุนเอกชน

        ทั้งนี้ กองทัพเรือจะรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการสัมมนาทั้ง 2 ครั้ง นำไปปรับปรุงร่างเอกสารสัญญาการร่วมลงทุน และร่างข้อกำหนดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันอย่างเท่าเทียมในการคัดเลือกและเจรจากับภาคเอกชนต่อไป จากนั้นจะประกาศเชิญชวนภาคเอกชนร่วมลงทุนได้ภายในเดือนกันยายน-ตุลาคม 2561 และให้ผู้สนใจยื่นข้อเสนอประมาณเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2562 จากนั้นจะประกาศผลการคัดเลือกได้ในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2562

 

 

 

ติดต่อเรา