การประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ครั้งที่ 1 ปี 2561

Home > Pr > News > การประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ครั้งที่ 1 ปี 2561
494

การประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ครั้งที่ 1 ปี 2561

การประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กบอ.) ครั้งที่ 1/2561
ในวันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม 2561   เวลา 8.30 – 11.00 น.
ณ ห้องประชุม อก. 1 ชั้น 2  อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 1/2561 ของ คณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งแต่งตั้งภายใต้ พรบ. เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน โดยมีสาระสำคัญของการประชุม ดังนี้

 

1.ความก้าวหน้าการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ระยะที่ 1 (ช่วงท่าอากาศยานดอนเมือง ถึง ท่าอากาศยานอู่ตะเภา) 

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ประกาศเชิญชวนการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน และขายเอกสารการคัดเลือกฯ มีบริษัทเอกชนสนใจเข้าซื้อเอกสารการคัดเลือกฯ ทั้งสิ้น 31 ราย จาก 7 ประเทศ  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเปิดให้ผู้แทนบริษัทเอกชนที่ซื้อเอกสารคัดเลือกฯ ตรวจสอบเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ (Due Diligence) จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2561 โดยในขั้นตอนต่อไปจะมีการจัดประชุมชี้แจ้งเอกสารคัดเลือกครั้ง 2 ในวันที่ 24 กันยายน 2561 และ เปิดรับซองข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ 12 พฤศจิกายน 2561 จากนั้นจะมีการประกาศผลผู้ยื่นข้อเสนอที่ผ่านการประเมินและผ่านการเจรจา และลงนามสัญญาร่วมลงทุนของโครงการฯภายในไตรมาสที่ 1 ของปี 2562 และเปิดให้บริการโครงการฯประมาณปลายปี 2566

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ระยะที่ 2  (ช่วงต่อขยายจาก ท่าอากาศยานอู่ตะเภาผ่านจังหวัดระยอง จันทบุรีและตราด) ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเตรียมการพัฒนาโครงการภายใต้กรอบเวลาดังนี้ จัดจ้างที่ปรึกษาศึกษาและออกแบบโครงการฯส่วนต่อขยาย และลงนามสัญญาจ้างที่ปรึกษาภายในตุลาคม 2561 และเริ่มศึกษาและออกแบบโครงการฯ ส่วนต่อขยาย พฤศจิกายน 2561

2.ความก้าวหน้าการดำเนินโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา ระยะที่ 1

ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการพัฒนาโครงการฯ โดยการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกครั้งที่ 2/2561 จะมีการพิจารณาให้ความเห็นชอบกรอบหลักการของโครงการฯ ในวันที่ 10 สิงหาคม 2561 เพื่อเสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติโครงการฯ และวงเงิน ซึ่งคาดว่าจะประกาศเชิญชวนให้เอกชนร่วมลงทุน (ขายซอง) ภายในเดือน กันยายน 2561 พร้อมทำการคัดเลือกและเจรจาต่อรองกับเอกชนแล้วเสร็จ รวมถึงจะมีการเสนอคณะกรรมการนโยบายเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชน / ลงนามสัญญา ภายในเดือน ธันวาคม 2561 โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการฯในปี 2564

 

3.ความก้าวหน้าและแผนการดำเนินการโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 

การเพิ่มขีดความสามารถและเพิ่มประสิทธิภาพให้พร้อมรองรับการขยายตัวของปริมาณสินค้าทางน้ำ และทางบก การขนส่งตู้สินค้าผ่านท่าทางรถไฟ โดยใช้ระบบการจัดการ ตู้สินค้าแบบอัตโนมัติ (Automation)  โดยเป้าหมายการพัฒนาโครงการเป็นดังนี้ 

 

ประเภท

ปัจจุบัน (ปี 2561)

(ต่อปี)

ภายหลังการพัฒนา (ปี 2576)

(ต่อปี)

ท่าเรือสินค้าประเภทตู้ 11.1 ล้าน TEU 18.1 ล้าน TEU
ท่าเรือสินค้าประเภทรถยนต์ 2 ล้านคัน 3 ล้านคัน
ท่าเรือชายฝั่งระหว่างประเทศ 0.3 ล้าน TEU 0.3 ล้าน TEU
ท่าเรือชายฝั่งภายในประเทศ - 1 ล้าน TEU
สินค้าตู้ผ่านทางรถไฟ 2 ล้าน TEU  6 ล้าน TEU

 

 

ปัจจุบัน โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างเตรียมการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชนอีกครั้งภายหลังจากที่เปิดรับฟังไปแล้ว 2 ครั้ง โดยการประชุมในครั้งที่ 3 ที่จัดขึ้นไปเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เนื้อหาการพิจารณายังไม่ครอบคลุมตามประกาศของ สกพอ. ในเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการ ในการรับฟังความเห็นจากภาคเอกชน พ.ศ. 2560 จึงมีความจำเป็นในการจัดรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งภายในเดือน สิงหาคม นี้

สำหรับแผนงานดำเนินโครงการในปัจจุบัน อยู่ระหว่างการจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการเสนอต่อคณะกรรมการการท่าเรือฯ และเพื่อเสนอต่อคณะทำงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความเห็น ตามกระบวนการของประกาศ EEC track คาดว่าจะสามารถดำเนินการออกประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุน ภายในเดือนกันยายน 2561 ซึ่งขั้นตอนต่อไปกำหนดให้เอกชนยื่นข้อเสนอภายในต้นเดือนมกราคม 2562 และเสนอขอความเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชน ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

         

4.ความก้าวหน้าและแผนดำเนินงานการโครงการ พัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3  

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และที่ปรึกษาโครงการ ได้ดำเนินการศึกษา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและเพิ่มความจุในการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและสินค้าเหลว ให้บริการรูปแบบท่าเทียบเรือสาธารณะซึ่งมีแนวทางการพัฒนาโครงการเพื่อเพิ่มศักยภาพของท่าเรือเพื่อรองรับการขนถ่ายสินค้า ดังนี้

 

ความสามารถในการรองรับการขนถ่าย (Capacity)

ปัจจุบัน (ปี 2560)

(ล้านตันต่อปี)

ภายหลังการพัฒนา (ปี 2597)

(ล้านตันต่อปี)

ก๊าซธรรมชาติ 10 20
สินค้าเหลวผ่านท่าเทียบเรือสาธารณะ 6 10

 

กนอ.ได้เปิดสัมมนาการรับฟังความเห็นจากภาคเอกชน (Market Sounding) ไปแล้ว 2 ครั้ง และจะเปิดรับฟังความเห็นจากภาคเอกชนครั้งที่ 3  รวมทั้งจะมีการสรุปรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA Report)  ในเดือนสิงหาคม2561 และจะออกประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุนภายในเดือนพฤศจิกายน 2561 และกำหนดให้เอกชนยื่นข้อเสนอ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562        คาดว่าจะได้ผลการคัดเลือกเอกชนภายในเดือน กุมภาพันธ์ 2562

 

 

5. การขอรับส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ครึ่งปีแรก (มกราคม-มิถุนายน) ของปี 2561

มีผู้ประกอบการเข้ามาขอรับการส่งเสริมการลงทุนในจังหวัด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง มีจำนวนทั้งสิ้น 142 โครงการ คิดเป็นเงินลงทุนรวม 183,230 ล้านบาท หรือร้อยละ 67 ของเงินลงทุนทั้งหมดที่ขอรับการส่งเสริม เพิ่มขึ้นเป็น 122 % (เทียบกับมูลค่า 77,069 ล้านบาท ในช่วงระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน)  โดยแบ่งเป็นจังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 19 โครงการ จังหวัดชลบุรี จำนวน 74 โครงการ และจังหวัดระยอง จำนวน 49 โครงการ ทั้งนี้ มูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย คิดเป็นเงินลงทุนรวม  175,149 ล้านบาท โดยส่่วนใหญ่เป็นการลงทุนในกลุ่มอุต์สาหกรรมใหม่ (New S-curve) มูลค่า 161,811 ล้านบาท จำแนกเป็นอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีมูลค่าการลงทุน 161,245 ล้านบาท และอุตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรมอากาศยาน อุตสาหกรรมดิจิทัล ตามลำดับ

ติดต่อเรา