ข่าวเด่น EEC Vol. 1

Home > Pr > News > ข่าวเด่น EEC Vol. 1
302

ข่าวเด่น EEC Vol. 1

ธปท. เปิดทางโอนเงินระหว่างประเทศเสรี หนุนการค้าการลงทุน 
เปิดแผนการศึกษา EEC สร้างคนป้อนงาน เน้น อุตฯหุ่นยนต์-การบิน 
EEC ตั้งเป้าโกยเม็ดเงินลงทุน 1.3 ล้านล้านบาท พร้อมพัฒนาชุมชนศก.ฐานราก
ตปท. แห่ลงทุน EEC ตามไปดู นิคมฯ ไหนยอดฮิต 
อานิสงส์ EEC ดูดเม็ดเงินกว่า 5 พันล้านบาท กนอ. ขายที่ดินในนิคมฯ ได้กว่า 700 ไร่ ​

 

ธปท. เปิดทางโอนเงินระหว่างประเทศเสรี หนุนการค้าการลงทุน 

หนุนการค้าการ-การลงทุน-อุตฯ ธปท. เปิดโอนเงินเสรี ลดเงื่อนไข เครือข่ายที่ครอบคลุมในหลายประเทศ 

      นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงประกาศจาก ธปท. เกี่ยวกับการเปิดเสรีการประกอบธุรกิจโอนเงินระหว่างประเทศมากขึ้น โดยได้ผ่อนคลายคุณสมบัติของผู้ประกอบการจากเดิมคนไทยต้องมีสัดส่วนถือหุ้น 3 ใน 4 เหลือ 1 ใน 4 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจรายใหม่ๆ สามารถเข้ามาให้บริการ ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันที่มากขึ้น และจะช่วยลดค่าธรรมเนียมโดยรวมลง 
       ความน่าสนใจก็คือ การประกอบธุรกิจโอนเงินระหว่างประเทศจำเป็นต้องอาศัยเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศการเปิดให้ผู้ประกอบธุรกิจรายใหม่ที่มีเครือข่ายที่ครอบคลุมในหลายประเทศ จะช่วยให้เกิดการแข่งขันและมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาให้บริการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อคนไทยโดยรวม ซึ่งกลุ่มเป้าหมายใหม่ ประกอบด้วยคนไทยที่ทำงานในต่างประเทศที่ต้องส่งเงินกลับให้ครอบครัว แรงงานต่างด้าวในไทยที่ต้องส่งเงินกลับผู้ประกอบการ SME ด้านท่องเที่ยว โรงแรม หรือ SME ที่ค้าขายผ่าน E-commerce หรือในการลงทุนของภาคอุตสาหกรรม ทำให้มีต้นทุนการโอนเงินและการทำธุรกิจที่ถูกลง

เปิดแผนการศึกษา EEC สร้างคนป้อนงาน เน้น อุตฯหุ่นยนต์-การบิน 

กระทรวงศึกษาการกางแผนระยะสั้น-ยาว กับการพัฒนาบุคลากรป้อนเข้าสู่พื้นที่ EEC ป้อน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย
เน้น สร้างคนป้อน อุตฯ ยานยนต์-หุ่นยนต์-การบิน พัฒนาทักษะสร้างแผนการศึกษารูปแบบเฉพาะ  

       นายอำนาจ วิชยานุวัติ รองปลัดกระทรวงศึกษาการ เปิดเผยถึงการจัดงาน “วันการศึกษาเอกชนและมหกรรมการศึกษาเปิดโลกสู่อีอีซี” ภายใต้แนวคิด “การศึกษาเอกชนเสริมสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ว่า  กรอบแผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก โดยแผนปฏิบัติการการพัฒนาบุคลากร การศึกษา การวิจัยและเทคโนโลยี ซึ่งคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เห็นชอบแล้ว โดยกำหนดแผนปฏิบัติการการพัฒนาบุคลากร การศึกษา การวิจัย และเทคโนโลยี (2560–2564)
       ทั้งนี้ ได้กำหนดเป้าหมาย 2 ระยะ คือ 1.เป้าหมายระยะเร่งด่วน (สัมฤทธิผลภายใน 1 ปี ใช้งบประมาณ 2560-2561) ซึ่งจะผลิตครูหรือวิทยากรต้นแบบในอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างน้อย 150 คน สำหรับบุคลากรที่อยู่ในระบบเพื่อปรับเข้าสู่อุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมทั้งเด็กและเยาวชนได้รับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และระบบสารสนเทศ จานวนอย่างน้อย 40,000 คน และเกษตรกรอย่างน้อย 10,000 รายได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีองค์ความรู้ใหม่จากมหาวิทยาลัย
       2.เป้าหมายระยะปานกลาง (สัมฤทธิผลใน 2-5 ปี ใช้งบประมาณ 2562-2564) โดยภายใน 2 ปี จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ เช่น ศูนย์การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ศูนย์การถ่ายทอดเทคโนโลยี IoT และศูนย์ทดสอบใบอนุญาตมาตรฐานวิชาชีพด้านการออกแบบนวัตกรรมยานยนต์ อย่างน้อย 10 ศูนย์ รวมทั้งภายใน 2 ปี ทำหลักสูตรและฝึกอบรมเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 60 หลักสูตร เช่น หลักสูตรฝึกอบรมและทดสอบสมรรถนะวิชาชีพคลัสเตอร์หุ่นยนต์อุตสาหกรรม หลักสูตรรถยนต์ไฟฟ้า หลักสูตรหุ่นยนต์อุตสาหกรรม หลักสูตรการบิน พลเรือน และหลักสูตรการจัดการสมัยใหม่
       นอกจากนี้ ภายใน 5 ปี บุคลากรทั้งภาครัฐและเอกชนผ่านการอบรมหลักสูตร ไม่น้อยกว่า 42,000 คน เด็ก เยาวชน และผู้ที่เกี่ยวข้องได้เรียนรู้ทักษะการประกอบอาชีพใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และเข้าค่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากกว่า 8,000 คน พร้อมทั้งจัดทุนการศึกษาระดับปริญญาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 440 ทุน และภายใน 5 ปี ผลิตกำลังคนอาชีวะรองรับอีอีซีมากกว่า 40,000 คน หรือปีละ 10,000 คน ทุกคนมีงานที่ให้รายได้ดีรองรับ
       รวมทั้งภายใน 5 ปี แรงงานระดับปริญญาด้านรถยนต์ไฟฟ้าและหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นจนถึง 350 คนต่อปี และภายใน 5 ปี ร่วมลงทุนกับบริษัทการบินชั้นนำ ฝึกอบรมนักบินและบุคลากรด้านนักบิน ไม่น้อยกว่า 1,000 คนต่อปี และช่างซ่อมเครื่องบินเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 500 คนต่อปี เพื่อสนองความต้องการในประเทศไทยและในภูมิภาค

ที่มา หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

EEC ตั้งเป้าโกยเม็ดเงินลงทุน 1.3 ล้านล้านบาท พร้อมพัฒนาชุมชนศก.ฐานราก

มุ่งเป้ากวาดเม็ดเงินลงทุน EEC 1.3 ล้านล้านบาท พร้อมกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เน้นย้ำต่อยอด EEC 

       จากนโยบายของรัฐบาลที่ได้ออกมาตรการส่งเสริมการลงทุน โดยกำหนดเป้าหมายจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมบนพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC (ระหว่างปี 2560-2564) เพื่อรองรับการลงทุนที่จะเกิดในอนาคต ซึ่งทางการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ตั้งเป้าให้เกิดมูลค่าด้านการลงทุน ประมาณ 1.31 ล้านล้านบาทโดยปัจจุบันมีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในอีอีซีอยู่แล้ว จำนวน 137,723 ไร่ ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม 35 แห่ง โดยมีพื้นที่ที่พร้อมรองรับการลงทุนใหม่ในอีอีซี  รวม 10,840 ไร่ 
       นอกจากมูลค่าในเรื่องของการลงทุนที่จะเกิดขึ้นแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อเรื่องของการพัฒนาในด้านการคมนาคมขนส่ง ด้านระบบการศึกษา การท่องเที่ยว และภาคการเกษตรในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง ซึ่งจะสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชน และระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ 
       ความสำคัญของ EEC นอกจากจะเป็นเพียงเรื่องของการให้ความสำคัญด้านการลงทุนแล้ว การให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจฐานรากและชุมชน ยังเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในระหว่างการตรวจเยี่ยมและมอบหมายนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรม ว่าการลงนามความร่วมมือ MOU ระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและประเทศญี่ปุ่น ได้ขอให้มีการร่วมโครงการต่างๆ ร่วมกัน ในการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ของชุมชน ท้องถิ่น ไม่ใช่แค่การกระจุกตัวอยู่แค่ในเมือง โดยเป็นการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมในครัวเรือน ผู้ประกอบการรายย่อยได้ประโยชน์  ชุมชนมีรายได้ ควบคู่ไปกับการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมโดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญด้านการค้าการลงทุนของประเทศ

ตปท. แห่ลงทุน EEC ตามไปดู นิคมฯ ไหนยอดฮิต 

เนื้อหอม! สปอร์ตไลท์จับนิคมฯ ในพื้นที่ EEC ต่างประเทศแห่เข้ามาลงทุน อุตฯ ชิ้นส่วนยานยนต์มาเป็นเบอร์ 1 

       เปิดรายชื่อนิคมฯ ยอดฮิตในเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่ต่างประเทศให้ความสนใจมากที่สุด เรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจาก ดร.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวถึงการเข้าไปลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่ EEC ว่า “พื้นที่การลงทุนที่นักลงทุนต่างให้ความสนใจเข้าไปลงทุนในช่วงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะเป็นนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินการในพื้นที่ภาคตะวันออกซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่อีอีซี อาทิ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ชลบุรี นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเออีสเทริน์ ซีบอร์ด (ระยอง) นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 
       โดยมากเป็นการลงทุนในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์  และเหล็กโลหะภัณฑ์  เป็นต้น  ซึ่งปัจจุบัน กนอ. มีนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 54 แห่ง ใน 16 จังหวัด กนอ. ดำเนินการเอง 13 แห่ง และ นิคมฯ ร่วมดำเนินงาน 41 แห่ง พื้นที่รวมทั้งสิ้น 165,400 ไร่ พื้นที่คงเหลือสำหรับขาย/ให้เช่า 20,352 ไร่”

อานิสงส์ EEC ดูดเม็ดเงินกว่า 5 พันล้านบาท กนอ. ขายที่ดินในนิคมฯ ได้กว่า 700 ไร่ 

จากอานิสงส์ของ EEC ทำให้เพียงไตรมาสเดียว กนอ. ยอดขายที่ดินในนิคมฯ ได้เกือบ 700 ไร่ แสดงให้เห็นถึงความร้อนแรงของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกในสายตานักลงทุนได้เป็นอย่างดี 

       ดร.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลได้เปิดการประมูลในโครงสร้างพื้นฐานหลักใน 5 โครงการได้เป็นตามเป้าหมาย ประกอบด้วย โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ช่วงที่ 1โครงการท่าเรือแหลมฉบับระยะที่ 3 และโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศอู่ตะเภา ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศที่เริ่มเข้ามาลงทุนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม และพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)  “การเติบโตของยอดขายที่ดินกนอ. ที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการทำการตลาดทั้งในประเทศ และต่างประเทศโดยมีการเชิญชวนนักลงทุนพร้อมให้ข้อมูลและรายละเอียดในด้านมาตรการการส่งเสริมการลงทุน และสิทธิประโยชน์ทั้งทางด้านภาษีและไม่ใช่ภาษี โดยเฉพาะใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลให้การส่งเสริมในการเข้ามาลงทุนในพื้นที่อีอีซี ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน โดยเฉพาะการเดินสายโรดโชว์ไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก โดยในปีนี้ กนอ.ได้ตั้งเป้ายอดขายที่ดินไว้ที่ 3,500 ไร่ จากปัจจุบันมียอดขายของพื้นที่ขายและเช่าในพื้นที่ EEC จำนวน 664.06 ไร่ และนอกพื้นที่ EEC จำนวน 56.69 ไร่  กนอ. จึงมั่นใจว่าจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้ จากการที่นักลงทุนมีการติดต่อและสอบถามข้อมูลมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีแผนการเข้ามาลงทุนเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้”

 

ข่าวสารเกี่ยวกับ EEC

EEC News Vol.5

ติดต่อเรา