อุตตม ลุยพื้นที่ระยองชูศักยภาพอีอีซี ย้ำสร้างโอกาส เพิ่มรายได้ให้ชุมชน

Home > Pr > News > อุตตม ลุยพื้นที่ระยองชูศักยภาพอีอีซี ย้ำสร้างโอกาส เพิ่มรายได้ให้ชุมชน
503

อุตตม ลุยพื้นที่ระยองชูศักยภาพอีอีซี ย้ำสร้างโอกาส เพิ่มรายได้ให้ชุมชน

"อุตตม” ลุยพื้นที่ระยองชูศักยภาพอีอีซี ย้ำสร้างโอกาส-เพิ่มรายได้ให้ชุมชน 


         “อุตตม” มั่นใจ อีอีซี เป็นฐานเศรษฐกิจใหม่ พลิกโฉมประเทศไทย รับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ชูจุดแข็งเป็นศูนย์กลางการผลิตอุตสาหกรรมการเกษตรต่อยอดอุตสาหกรรมใหม่ เชื่อมโยงขยายฐานเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ  แนะคนระยอง เร่งหาโอกาสเตรียมพร้อมรับการลงทุนในอีก 5 ปีข้างหน้ากลไกสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้  
   
          นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวภายใน งาน สัมมนา EEC คนไทย...ได้อะไร@ระยอง ในหัวข้อ EEC ยุทธศาสตร์ชาติสู่ Thailand 4.0 ว่า เป้าหมายของรัฐบาลต่อการพัฒนา โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อการสร้างโอกาสที่ครอบคลุมทุกภาคส่วนให้ได้รับประโยชน์ ทั้งในเรื่องการสร้างอาชีพ การศึกษา การพัฒนาบุคลากร และการดูแลสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น รวมถึงการพัฒนาเมืองใหม่ โดยการยกระดับเทคโนโลยี แลระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่ทันสมัย เพื่อมาขับเคลื่อนฐานความเจริญใหม่ ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ระยอง ชลบุรี และ ฉะเชิงเทรา ที่จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนประเทศ ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่ก้าวไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศในเอเชียได้มีทิศทางการพัฒนาในลักษณะเดียวกับอีอีซี 

          อย่างไรก็ตามประเทศไทย มีข้อได้เปรียบในเรื่องการเป็นฐานการผลิตในภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก หรือ อีสเทริ์นซีบอร์ด จากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา แต่ในขณะเดียวกันไทยจะต้องมีการเตรียมความพร้อมในการปฎิรูปเศรษฐกิจของประเทศ โดยการต่อยอดการพัฒนาอุตสาหกรรมเดิมไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ 11 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อเชื่อมโยงการกระจายฐานเศรษฐกิจไปยังพื้นที่อื่นๆมากขึ้น โดยเฉพาะการต่อยอดอุตสาหกรรมเกษตร ไปยังอุตสาหกรรมขั้นสูง ที่มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม ด้วยการแปรรูป ทั้งในกลุ่มอาหารและไม่ใช่อาหาร เพื่อตอบสนองตลาดใหม่ๆ 

          ทั้งนี้การดำเนินโครงการอีอีซี จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความเจริญใหม่ โดยรัฐบาลมีเป้าหมายในการลงทุนระยะ 5 ปี แรก 1.7 ล้านล้านบาท  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการร่วมทุนกับภาคเอกชน เพื่อพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน รองรับกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยโครงการที่จะเริ่มพัฒนาในปี 2562 อาทิ  สนามบินอู่ตะเภา ที่เชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์กับสนามบินดอนเมือง และสามบินสุวรรณภูมิ ท่าเทียบเรือแหลมฉบัง และ โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรม มาบตาพุด ระยะที่ 3

          ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงที่ยังชะลออยู่ในเฟสนี้ รัฐบาลจะมีการดำเนินการในส่วนต่อขยาย คาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการใช้ได้โครงการต่อเชื่อมสนามบินอู่ตะเภาแล้วเสร็จ 1 ปี นอกจากนี้รัฐบาลยังต้องเร่งดำเนินการในเรื่องโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อรองรับการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งทางรัฐบาลได้มีการจัดตั้งเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) เพื่อพัฒนาด้านการวิจัยและนวัตกรรมใหม่   รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และจะส่งเสริมให้เกิดกลุ่มสตาร์ทอัพ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ได้มากยิ่งขึ้น

          ส่วนเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) จะเน้นหนักด้านการพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล จะเป็นเครื่องมือการพัฒนาอุตสาหกรรมยุคใหม่ ซึ่งปัจจุบันได้ลงทุนในการพัฒนาเกตเวย์ที่ อำเภอศรีราชา และเป็น 1 ใน 3 ของเกตเวย์ที่สำคัญของประเทศไทย จากที่มีอยู่แล้วในกรุงเทพฯและนนทบุรี จะเป็นการพัฒนารองรับ ระบบอินเตอร์เน็ต ออฟ ธิง  (Internet of Things : IOT) ของไทย ที่จะเข้ามาสนับสนุนต่อการพัฒนาระบบอัจฉริยะต่างๆ เพื่อก้าวสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ หรือ สมาร์ทชิตี้ ของพื้นที่การลงทุน 

           นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมสำนักงานนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ ลกพอ. กล่าวว่า ในส่วนการเตรียมแนวทางดูแลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาพื้นที่อีอีซี รัฐบาลได้มีการเตรียมแผนรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อมซึ่งมีเป้าหมายชัดเจน ที่จะส่งเสริมอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมใหม่ภายใต้อีอีซี ที่จะไม่ก่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้มีการเข้าไปร่วมงานกับหน่วยงานท้องถิ่นและคนระยองอย่างใกล้ชิด เพื่อหาแนวทางร่วมกัน โดยการนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการน้ำ ขยะ  ซึ่งจังหวัดระยองถือเป็นต้นแบบของการจัดการที่มีประสิทธิภาพ สำหรับเรื่องการวางระบบไฟฟ้ายังมีเพยงพอต่อการพัฒนาพื้นที่อีอีซี เนื่องจากประเทศไทยยังมีการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนเข้ามาเป็นส่วนเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นระบบพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม ในส่วนการบริหารจัดการน้ำ ปัจจุบันถือว่ามีเพียงพอ และจะมีแผนขยายอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้นในระยะ 5 ปีข้างหน้า โดยกรมชลประทานเป็นผู้ดำเนินการ  รวมไปถึงการวางแผนในการนำระบบเทคโนโลยีด้าน Recycle เข้ามาเพื่อให้เกิดการใช้น้ำอย่างมีคุ้มค่ามากที่สุด

            นายมนตรี ชนะชัยวิบูลย์วัฒน์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง กล่าวว่า จังหวัดระยองพื้นที่มูลค่าทางเศรษฐกิจอันดับ 1 ของประเทศ จากปัจจุบันมีฐานรายได้สูงกว่า 1ล้านบาทต่อคนต่อปีและมีประชากรเพียง 7.1แสนคน ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในด้านการผลิตและการท่องเที่ยว ซึ่งการที่รัฐบาลวางแผนการลงทุนใน 5 ปีข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบขนส่ง โครงการขนาดใหญ่ ซึ่งจะส่งผลต่อการจ้างงานมากยิ่งขึ้น   แต่สิ่งที่คนระยองต้องการเห็นและเข้าใจคือเรื่องแผนการวางผังเมืองอีอีซี มาตรฐานการดำรงชีวิติที่ดีขึ้น อัตราการว่างงานจะอยู่ใกล้ระดับ 0 % หรือ   ไม่ และแนวทางการส่งเสริมคนสูงวัยเข้าสู่ระบบการงานในอีอีซีได้อย่างไร รวมถึงหลักเกณฑ์การของบประมาณจากกองทุนพัฒนาอีอีซี จะเข้าถึงได้อย่างไร  เพื่อให้คนระยองมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการอีอีซีได้อย่างใกล้ชิด

 

Presentation

        -  EEC_ คนไทยได้อะไร (ระยอง)_นายคณิศ แสงสุพรรณ (30 ส.ค. 2561)

        -  EEC_ คนไทยได้อะไร (ระยอง)_นายอุตตม  สาวนายน (30 ส.ค. 2561)

 

ติดต่อเรา