EEC โชว์ผลงานเด่น พัฒนาบุคลากรตามนโยบาย Demand Driven เข้าเป้า

Home > Pr > News > EEC โชว์ผลงานเด่น พัฒนาบุคลากรตามนโยบาย Demand Driven เข้าเป้า
205

EEC โชว์ผลงานเด่น พัฒนาบุคลากรตามนโยบาย Demand Driven เข้าเป้า

การประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาบุคลากรตามแนวทางอีอีซีโมเดล ครั้งที่ 1/ 2562 โดยมี นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธาน ได้พิจารณา และรับทราบ ความคืบหน้าขั้นตอนการดำเนินงานการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ในระยะเวลา 2 ปี แนวทางการสนับสนุนบัณฑิตอาสาเพื่อพัฒนาชุมชนในพื้นที่ อีอีซี การสอนภาษาอังกฤษเชิงเทคนิคด้วยระบบ CLIL เพื่อสร้างอาชีวะอินเตอร์ และการพัฒนาบุคลากรในหลักสูตรระยะสั้นให้รู้เท่าทันและเชี่ยวชาญเทคโนโลยี โดยมีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้

         1. ความคืบหน้าในการพัฒนาบุคลากรใน อีอีซี ในระยะเวลา 2 ปี ตามหลักการ Demand Driven

         สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ดำเนินการวิเคราะห์และสรุป ความต้องการกำลังคนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญใน อีอีซี โดยคณะทำงาน ประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC-HDC) พบว่าในช่วง 5 ปี (2562-2566) มี ความต้องการแรงงานทักษะสำคัญ จำนวน 475,793 อัตรา อุตสาหกรรม 3 อันดับแรกที่มีความต้องการมากที่สุด ได้แก่ ดิจิทัล ร้อยละ 24 จำนวน 116,222 ตำแหน่ง โลจิสติกส์ ร้อยละ 23 จำนวน 109,910 ตำแหน่ง และอิเล็กทรอนิกส์ อัจฉริยะ ร้อยละ 12 จำนวน 58,228 ตำแหน่ง

         นับเป็นครั้งแรกที่มีการบูรณาการการทำงานร่วมกัน ถึง 3 กระทรวง ได้ แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม อย่างใกล้ชิดและเป็นรูปธรรม ตามนโยบาย Demand Driven เน้นการพัฒนาบุคลากรและการศึกษายุคใหม่ ทั้งกลุ่มการศึกษาพื้นฐาน ที่ปรับปรุงทักษะด้านภาษา และการศึกษาด้าน Coding, กลุ่ม STEM ขณะที่ ระดับอาชีวะและอุดมศึกษา ปรับสู่ Demand Driven Education ที่มีการจัดการศึกษาในแบบ EEC Model Type A ภายใต้ 3 หลักการ คือ

         1. ลดการศึกษาแบบ แก่งแย่ง แตกแยก สู่ความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ โดยกำหนดตามความถนัดของแต่ละราย

         2. ช่วยพัฒนาการศึกษาและบุคลากรให้มีมาตรฐานตามหลักสากล

         3. ร่วมทุนสนับสนุนค่าใช้จ่ายระหว่างภาครัฐกับเอกชน ในสัดส่วน 50:50 และเอกชนบริจาคอุปกรณ์ช้ันสูง เพื่อให้สามารถผลิตบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ ตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรม

         นอกจากนี้ นโยบาย Demand Driven ยังช่วยลดภาระของทุกฝ่าย เช่น ภาคเอกชน ได้ลดค่าใช้จ่าย ในการลดหย่อนภาษีถึง 2.5 เท่า ภาครัฐบาลจ่ายเงินอุดหนุนน้อยลง เพราะไม่ต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์ใหม่ ส่วนผู้เรียนลดภาระทางการเงิน เรียนจบมีงานที่มีรายได้ดี นอกจากนี้ ผู้เรียนยังสามารถกำหนดทิศทางและวางแผนชีวิตในอนาคตได้อย่างชัดเจนอีกด้วย โดยปัจจุบนั มีสถาบันเข้าร่วมล่าสุด คือ สถาบันอาชีวะในภาคตะวันออกเข้าร่วมจำนวน 12 แห่ง และ ปีการศึกษา 2562 มีผู้เข้าเรียนในระบบดังกล่าว จำนวน 1,117 คน

         ทั้งนี้ EEC-HDC ตั้งเป้าหมายว่า ภายในระยะเวลา 5 ปี ต้องปฏิรปูหลักสูตรของสถานศึกษาในพื้นที่อีอีซีอย่างน้อยร้อยละ 80 ให้เป็นไปตามหลักสูตรตามแนวทาง อีอีซี โมเดล ที่ผ่านมามีการพัฒนาหลักสูตรระดับปริญญาตรี แล้ว 1 หลักสูตร ได้แก่ วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาปัญญาประดิษ ฐ์ประยุกต์ และอยู่ในระหว่างการดำเนินการอีก 1 หลักสูตร ได้แก่ วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ขณะที่ภายในปีการศึกษา 2564 จะมีหลักสูตร ระดับปริญญาตรีที่กำลังปรับปรุงให้เป็นไปตาม EEC Model Type อีกไม่นอ้ยกว่า 100 หลักสูตร

2. แนวทางการสนับสนุนบัณฑิตอาสาเพื่อพัฒนาชุมชนในพื้นที่อีอีซี

         เพื่อกระจายโอกาสสู่ชุมชน และลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่อีอีซี จึงได้เปิดรับสมัครคัดเลือกบัณฑิตระดับ ปริญญาตรี สาขาวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ ที่สำเร็จการศึกษาไม่เกิน 3 ปี จำนวน 120 คน เพื่อเข้าฝึกอบรม 2 เดือน จากนั้นเข้าทำงานใน 30 อำเภอ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยทำงานร่วมกับอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงกลไกต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน ซึ่งบัณฑิตอาสารุ่น แรกคาดว่าจะมี ประมาณ 30 คนจาก 3 จั งหวัด ในอีอีซี เริ่มภายในเดือนมกราคม 2563

3. การสอนภาษาอังกฤษเชิงเทคนิคด้วยระบบ CLIL เพื่อสร้างอาชีวะอินเตอร์

         การดำเนินการในระยะแรก (ตุลาคม 2562-มีนาคม 2563) ได้พัฒ นาการสอนภาษาอังกฤษในสถาบัน อาชีวศึกษาใน 10 สาขาวิชา ครอบคลุมสถาบันอาชีวศึกษาของรัฐ 37 แห่ง ในภาคตะวันออก มีครูเข้าร่วมอบรม 400 คน เพื่อยกระดับศักยภาพของผู้เรียนให้ทัดเทียมสากล สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษในวิชาชีพของตนเองได้อย่างมั่นใจ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการทำงานที่มีรายได้สูงในอนาคต โดยใช้วิธีการ Content-Language Integrated Learning (CLIL) เทคนิคการเรียนรู้แบบบูรณาการภาษาอังกฤษให้เข้ากับเนื้อหาวิชาชีพในทุกวิชา ซึ่งถอดบทเรียนจากวิทยาลัยเทคโนโลยี ไออาร์พีซี ที่นำเทคนิคนี้ไปใช้แล้วประสบความสำเร็จ ด้วยการสร้างความเข้าใจและปรับความคิดผู้บริหารให้เห็นถึงความจำเป็นของ CLIL
การพัฒนาทักษะทางภาษาอังกฤษของครูช่าง และปรับสภาพแวดล้อมด้านภาษาอังกฤษในสถานศึกษา

         สำหรับในระยะต่อไป จะเตรียมการจัดตั้งศูนย์การพัฒนาความรู้ด้านภาษาอังกฤษเชิงวิชาชีพในมหาวิทยาลัยบูรพา

4. การพัฒนาบุคลากรในหลักสูตรระยะสั้นให้รู้เท่าทันและเชี่ยวชาญเทคโนโลยี

         เครือข่ายสถาบันการศึกษาในพื้นที่อีอีซี ได้จัดหลักสูตรฝึกอบรมทักษะที่สำคัญเพื่อตอบโจทย์การทำงานยุคใหม่ ทั้งด้านอีคอมเมิร์ซ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ และธุรกิจไมซ์ โดยมีผู้ผ่านการอบรมแล้ว จำนวน 2,000 คน ในปี 2562

         นอกจากนี้ เพื่อดำเนินการจัดอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร จำนวน 10,000 คน ภายใน 4 ปี ใน อุตสาหกรรมเป้าหมายด้วยหลักสูตรระยะสั้นจำนวน 68 หลักสูตร EEC-HDC ได้หารือบริษัทข้ามชาติช้ันนำระดับโลก ทั้ง Huawei, Vmware และ Microsoft เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ Oracle, Cisco และ Google กำลังอยู่ในระหว่างการหารือ โดยบริษทัเหล่านี้เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้สอนชาวต่างชาติ และค่าวัสดุอุป
กรณ์ต่างๆ

         ขณะเดียวกันได้กำหนดหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น (Reskills/Upskills) ซึ่งตรงตามความต้องการของ อุตสาหกรรมเป้าหมายในปีงบประมาณ 2563 จำนวน 120 หลัก สูตร จำนวน 20,000 คน คิดเป็นร้อยละ 20 ของ ความต้องการกำลังคนในปี 2563 โดยได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่าย 200 ล้านบาท

ติดต่อเรา