Home > Pr > News > พัฒนาอาชีวะ ปั้นหลักสูตรบริบาลผู้สูงอายุ รับอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร

พัฒนาอาชีวะ ปั้นหลักสูตรบริบาลผู้สูงอายุ รับอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร

250

พัฒนาอาชีวะ ปั้นหลักสูตรบริบาลผู้สูงอายุ รับอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร

ในขณะที่สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ภายในปี 2564 กอรปกับการมีอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศและ EEC  การเตรียมความพร้อมด้วยการพัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถของบุคลากรที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งที่จะละเลยไม่ได้ นอกเหนือจากการดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุและบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางแล้ว การดูแลผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่พักฟื้นหรือมีความจำเป็นที่จะต้องอาศัยผู้ช่วยคอยดูแลในการทำกิจวัตรประจำวัน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้บุคลากรที่ทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ การร่วมมือระหว่างวิทยาลัยเทคนิคบางแสน และบริษัท เอไอยู เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป จำกัด เพื่อพัฒนาหลักสูตรการบริบาลผู้สูงอายุในระบบญี่ปุ่น จึงเป็นความเคลื่อนไหวที่น่ายินดีของสถาบันศึกษาไทยในพื้นที่ EEC



       นายสาโรจน์ ขอจ่วนเตี๋ยว ผู้ชำนาญการด้านการพัฒนาและความร่วมมือ (กรอ.อศ.) เป็นประธาน และสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงทางวิชาการและวิชาชีพเพื่อการจัดการด้านอาชีวศึกษา ระหว่าง วิทยาลัยเทคนิคบางแสน โดยนายเชาวฤทธิ์ ลำพาย ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคบางแสน กับ บริษัท เอไอยู เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป จำกัด โดยนายจงสวัสดิ์ เลิศธนสาร ประธาน บริษัท เอไอยู เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป จำกัด พร้อมทั้งแขกผู้มีเกียรติจากสถานศึกษาอาชีวศึกษาในจังหวัดชลบุรี บริษัท เอไอยู เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป จำกัด และ โรงเรียนสอนภาษา ออล อีส ยูนิเวอร์ส ในวันจันทร์ที่ 27 มกราคม 2563 ณ ห้องประชุมวอนนภา วิทยาลัยเทคนิคบางแสน ที่ผ่านมา

       ทั้งนี้ วิทยาลัยเทคนิคบางแสน เป็นที่ตั้งของศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเป็นหนึ่งในสถานศึกษาที่มุ่งเน้นการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ ตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยวิทยาลัยเทคนิคบางแสน ได้มุ่งเน้นในอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub)ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรม New S-curve สอดคล้องกับ บริษัท เอไอยู เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป จำกัด ที่เป็นผู้จัดทำโครงการพัฒนาชีวิตสู่ความยั่งยืน ในหลักสูตรการบริบาลผู้สูงอายุในระบบญี่ปุ่น  ซึ่งมีความโดดเด่นและมีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ จึงได้ประสานความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนร่วมกันในรูปแบบการศึกษาระบบทวิภาคี ให้สอดคล้องและรองรับความต้องการของสถานประกอบการและท้องถิ่น รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากร ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา ได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้าด้านวิชาชีพและเทคโนโลยี ตลอดจนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การใช้บุคลากรที่เชี่ยวชาญในสาขาการบริบาลผู้สูงอายุร่วมกัน เพื่อพัฒนาและผลิตกำลังคนในสาขาอาชีพดังกล่าวให้เพียงพอ และมีคุณภาพสอดรับกับความต้องการกำลังคนของอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรในอนาคต

       ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร ถือเป็นการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ต่อยอดจากธุรกิจการรักษาพยาบาล และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ประเทศไทยมีฐานเดิมที่แข็งแรง โดยเพิ่มธุรกิจด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์จากพื้นฐานด้านอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม และอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์จากพื้นฐานด้านการเกษตรและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรม ซึ่งอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรเป็นอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ย3.2%  ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่

       การให้บริการสมัยใหม่ คือ การให้บริการด้านการแพทย์ผ่านอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟน (eHealth and mHealth) โดยใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อและระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Medical Records: EMRs) เพื่อให้คำปรึกษาทางการแพทย์และให้บริการรักษาทางไกลกับผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเป็นทางเลือกแทนการเสียค่ารักษา หรือเพื่อให้บริการผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล   
       การวิจัยและผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยและติดตามผลระยะไกล (Remote Health Monitoring Devices) ซึ่งมีรากฐานมาจากการพัฒนาของเครื่องรับรู้ (Sensors) และอุปกรณ์การวัดสมัยใหม่ โดยอุปกรณ์วินิจฉัยและติดตามผลระยะไกล สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการวินิจฉัยโรคด้วยตนเอง เช่น วัดความดันโลหิต วัดอัตราการเต้นของหัวใจ เป็นต้น
       การวิจัยยาและผลิตเวชภัณฑ์ การวิจัยยาและการผลิตยาที่ทันสมัยนั้น เพื่อลดกระบวนการและลดระยะเวลาการทดลองยาสมัยใหม่ โดยจะมุ่งเน้นที่การผลิตยาชีววัตถุคล้ายคลึง (Biosimilar) ซึ่งคือยาสามัญของยาชีววัตถุต้นแบบ (Biologic) ที่มีการวิจัยและจดสิทธิบัตรแต่สิทธิบัตรหมดอายุลงแล้ว ซึ่งปัจจุบันยาชีววัตถุมีการเติบโตอย่างรวดเร็วจนมีขนาดใหญ่กว่ายาสามัญทั่วไป


เตรียมพร้อมรับมือสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์

       ข้อมูลของ United Nations World Population Aging รายงานว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society)  ซึ่งสหประชาชาติระบุว่า ประเทศใดมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ในสัดส่วนเกิน10%  ของประชากรทั้งประเทศ ถือว่าประเทศนั้นก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) และจะเป็น 'สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์' (Aged Society) เมื่อสัดส่วนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นเป็น 20% หรือประชากรที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นเป็น 14% ของประชากรทั้งหมดของประเทศ โดยตัวเลขของประเทศไทย คาดการณ์ว่าในปี 2564 ไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ หรือมีผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปี เกิน 20% ของจำนวนประชากรทั้งหมด อันเป็นผลมาสืบเนื่องมาจากการพัฒนาเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการแพทย์ทำให้ประชากรมีอายุยืนยาว กอปรกับนโยบายการวางแผนครอบครัวหรือการควบคุมการมีบุตร ทำให้ภาวะเจริญพันธ์ลดลงอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคม ค่านิยมและทัศนคติที่เปลี่ยนไปทำให้ผู้หญิงแต่งงานลดลง แต่งงานช้าลง หรือมีการหย่าร้างเพิ่มขึ้น ทำให้อัตราการเกิดลดลง ตลอดจนการลดลงอย่างต่อเนื่องของระดับการตายของประชากร ส่งผลให้จำนวนและสัดส่วนประชากรสูงอายุของไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

       จากการที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์(Aged Society) ทำให้มีการพัฒนาองค์ความรู้ในการบริบาลผู้สูงอายุมาอย่าวงต่อเนื่อง ขณะเดียวกันประเทศไทยก็กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุสมบูรณ์แบบดังที่กล่าวมา จึงทำให้การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีรายละเอียดมาก ทั้งยังต้องดูแลระยะยาว สม่ำเสมอ การพัฒนาหลักสูตรทวิภาคีครั้งนี้โดยอาศัยองค์ความรู้จากญี่ปุ่น จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะพัฒนาบุคลากรด้านนี้อย่างจริงจัง

       ทั้งนี้ ปัญหาจากโรคในผู้สูงอายุ เป็นสาเหตุหลักการเกิดปัญหาสำคัญในการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุเป็นไปอย่างลำบากหรือต้องมีผู้ดูแลใกล้ชิด ยิ่งเมื่ออายุมากขึ้นการทรงตัวจะเสียไป ทำให้หกล้มได้ง่าย โดย40% ของการบาดเจ็บในผู้สูงอายุ เกิดจากการหกล้ม และ 50% ของผู้สูงอายุที่หกล้มและกระดูกหักจะพิการเรื้อรัง หรือเสียชีวิตภายในไม่เกิน 1 ปี นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงในเรื่องอุบัติเหตุจากของมีคมหรือของร้อน ความไม่สมดุลของกรด – ด่างในร่างกายจากการรับประทานอาหารและยาอีกด้วย

รู้จักแนวคิด 'อิบะโช
กลไกลดช่องว่างระหว่างวัย ส่งเสริมคุณค่าผู้สูงอายุในแบบฉบับญี่ปุ่น

       เพราะ “ความชราไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งที่ธรรมชาติกําหนดไว้” ในเมื่อคนเราทุกคนล้วนมีโอกาสที่จะย่างก้าวสู่บั้นปลายของชีวิต  ดังน้้นผู้สูงอายุจึงไม่ควรถูกทอดทิ้ง ในญี่ปุ่นที่เข้าสู่สังคมผู้อายุโดยสมบูรณ์แบบมานาน จึงมีกลไกสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

       อิบะโช (Ibasho) หมายถึง สถานที่ๆ  ที่ทำให้รู้สึกว่าเป็นตัวของตัวเอง ไม่ถูกดูคูแคลนหรือทำให้สูญเสียความมั่นใจในตัวเองจากคนรอบข้าง การสร้างชุมชน สังคม ที่เปรียบเสมือนบ้านที่ได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงการใช้สอยที่เน้นความสะดวกสบายในฉบับของ Universal Design หรือ Inclusive Design ที่กำจัดอุุปสรรคต่างๆ ในการดำเนินชีวิตประจำวันออกไป เพื่อให้กลุ่มผู้สูงอายุให้มาทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน ริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสังคม เป็นที่ทางที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้แสดงศักยภาพ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับสังคมอย่างกลมเกลียวและมีความสุข โดยที่ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว หรือถูกแบ่งแยก ทั้งยังส่งเสริมให้ผู้สูงอายุภาคภูมิใจในคุณค่าของตัวเองด้วย

       แนวคิด 'อิบะโช' ของญี่ปุ่น โดย  จึงเสนอแนะให้สังคมคํานึงถึงผู้สูงวัยด้วยความใส่ใจ เพื่อให้ประชากรกลุ่มนีใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย และสะดวกสบาย ด้วยการเน้นการสร้างจิตสำนึกให้กับสังคมตระหนักว่า ผู้สูงวัยเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ความรู้และประสบการณ์อันยาวนานของพวกเขา มีบทบาทสำคัญในการสร้างความเจริญเติบโตให้กับประเทศชาติไม่ต่างจากประชากรวัยอื่น

       แนวคิดอิบะโช นับเป็นต้นแบบของการส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจระหว่างคนต่างวัย เพื่อลดช่องว่างระหว่างวัยของประชากร ทําให้ลูกหลานและผู้คนในสังคมยอมรับว่า คนชราคือผู้ที่มีสิทธิเสรีที่จะเลือกวิถีชีวิตของตนเอง โดยที่ยังทําาประโยชน์ให้กับสังคมได้ มิใช่ภาระแต่อย่างใด

      
ภาพ กลุ่มผู้สูงวัยชาวญี่ปุ่นจาก https://ibasho.org/projects/ibasho_cafe/japan


ฝังลิงค์ที่มานะครับ
ที่มา ประเทศไทยกับสังคมผู้สูงอายุ, สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล
https://il.mahidol.ac.th/th/i-Learning-Clinic/general-articles/ประเทศไทยกับสังคมผู้สู/?fbclid=IwAR03nffrMoSlLtfEVsMTSwMtSqoog5f2UuQXl-aLFfMOgUcCUKa2HS7ZFF4

สังคมสูงวัยกับ โลกสมัยใหม่ โดย ดร.วชินี คุปตะวาทิน

ติดต่อเรา