EEC ลุย Medical Hub เอกชนพร้อมลงทุนศูนย์การแพทย์ "จีโนมิกส์" 2 หมื่นล้านบาท

Home > Pr > News > EEC ลุย Medical Hub เอกชนพร้อมลงทุนศูนย์การแพทย์ "จีโนมิกส์" 2 หมื่นล้านบาท
257

EEC ลุย Medical Hub เอกชนพร้อมลงทุนศูนย์การแพทย์ "จีโนมิกส์" 2 หมื่นล้านบาท

ความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนจะเกิดขึ้นและเป็นจริงได้นั้น หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ ต้องมีความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์หนุนนำ  ดังนั้นคณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กบอ.) จึงเห็นชอบแผนการจัดตั้งศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ด้านการแพทย์จีโนมิกส์ ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รองรับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นในอนาคต พร้อมยกระดับการดูแลสุขภาพและการรักษาโรคคนไทยทั้งประเทศ หนุนเอกชนร่วมลงทุนเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ คาดจะมีมูลค่าการลงทุนไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท 

      นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ลกพอ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กบอ.) ที่มีนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้เห็นชอบแผนการส่งเสริมความก้าวหน้าด้านสาธารณสุข ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จำนวน 14 โครงการ งบประมาณ 3,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 5 ปี ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ EEC เข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพของภาครัฐ และจะสนับสนุนให้ภาคเอกชนในนิคมอุตสาหกรรมลงทุนก่อสร้างโรงพยาบาล เพื่อรองรับการรักษาประชาชนที่อยู่ภายในนิคมฯ ซึ่งช่วยลดภาระงบประมาณด้านสาธารณสุขของภาครัฐ รวมทั้งการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านอุบัติเหตุฉุกเฉินเพื่อรองรับการขยายตัวของ EEC เป็นต้น โดยได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณารายละเอียดของแผนที่ชัดเจน 

         นอกจากนี้ กบอ. ยังเห็นชอบการจัดตั้งศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ด้านการแพทย์จีโนมิกส์ หรือการศึกษาเกี่ยวกับการถอดรหัสพันธุกรรม เพื่อนำไปใช้ในทางการแพทย์ร่วมกับข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ ในการตรวจวินิจฉัย ป้องกัน และรักษาโรค ที่มีความแม่นยำและจำเพาะรายบุคคลมากขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสการรักษาหายและทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้น โดยการตั้ง Medical Hub จะใช้พื้นที่ในอาคาร 10 ปี เภสัชศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี ประมาณ 3.8 ไร่  พื้นที่อาคารรวมประมาณ 24,000 ตารางเมตร เพื่อให้บริการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของคนไทย (Whole Genome Sequencing) และรองรับการพัฒนาธุรกิจต่อเนื่องที่จะเกิดขึ้น อาทิ การให้บริการตรวจทดสอบทางพันธุกรรม (Genetic Testing) สำหรับการคัดกรองโรค/ภาวะเสี่ยงต่าง ๆ การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นต้น

         ในระยะแรกจะใช้พื้นที่ 1,700 ตารางเมตร ลงทุนโครงการศูนย์บริการทดสอบทางการแพทย์จีโนมิกส์ ซึ่งมีกรอบวงเงิน 750 ล้านบาทต่อปี เป็นระยะเวลา 5 ปี ให้แก่ กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรรม ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อซื้อบริการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม จำนวน 50,000 ราย หรือไม่เกิน 15,000 บาทต่อราย ทำให้ศูนย์บริการนี้มีฐานข้อมูลพันธุกรรมของคนไทยทุกคน และนำมาต่อยอดในการผลิตยารักษาโรคในอนาคต

         ขณะเดียวกัน ภาครัฐจะเปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนเครื่องมือและอุปกรณ์ทางด้านเทคนิค ประมาณ 1,250 ล้านบาทต่อปี เป็นระยะเวลา 5 ปี ซึ่งขณะนี้มีกลุ่มนักลงทุนที่สนใจ อาทิ สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และจีน อย่างไรก็ดี คาดว่าจะมีการลงทุนด้านการแพทย์จีโนมิกส์จากภาคเอกชน รวมประมาณ 20,000 ล้านบาท ซึ่งจะได้เสนอคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) พิจารณาในเดือนธันวาคมนี้  

         “จีโนมิกส์เป็นการรักษาแนวใหม่ ซึ่งวันนี้มี 3 ขั้นตอน คือการทำ Sequencing จำนวน 50,000 ราย ซึ่งสามารถนำข้อมูลที่ได้มาวิจัยต่อยอดการรักษาโรคของคนไทย ระยะที่สองจะทำเรื่องโรงพยาบาลที่มีการรักษาพยาบาลแบบจีโนมิกส์ และระยะที่สามเป็นการลงทุนเรื่องยาและอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งขั้นตอนแรกเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด” นายคณิศ กล่าว


         ทั้งนี้ จีโนมิกส์ (Genomics) เป็นส่วนหนึ่งของสาขาพันธุศาสตร์ (Genetics) โดยจีโนมิกส์เป็นการศึกษาจีโนม(ข้อมูลทางพันธุกรรมทั้งหมดที่จำเป็นใช้ในการสร้างและจำเป็นต่อการดำรงชีวิตอย่างปกติของสิ่งมีชีวิตชนิดใดชนิดหนึ่ง) ทั้งหมดของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด โดยคำว่าจีโนมิกส์ เริ่มใช้ครั้งแรกในปี 1986  โดยโทมัส โรเดอริค (Thomas Roderick) พันธุศาสตร์ชาวอเมริกัน

ขอขอบคุณภาพ คณะเภสัชศาสตร์ ม.บูรพา “อบ อุ่น ใจ” โดย อรรัมภา เสียงสืบชาติ จาก Facebook: Faculty of Pharmaceutical Sciences - Burapha University

ติดต่อเรา