เจาะลึกแผนพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล  EEC เน้นหลักสูตรระยะสั้น-กลาง พัฒนาบุคลากรมือฉมัง

Home > Pr > News > เจาะลึกแผนพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล  EEC เน้นหลักสูตรระยะสั้น-กลาง พัฒนาบุคลากรมือฉมัง
1,205

เจาะลึกแผนพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล  EEC เน้นหลักสูตรระยะสั้น-กลาง พัฒนาบุคลากรมือฉมัง

รมว.ดีอี​ เผยตัวเลขความต้องการบุคลากรด้านดิจิทัลจาก 3 อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกว่า 180,000 คนใน 5 ปี ต้องผลิตป้อนตลาดแรงงานใน EEC กว่าปีละ   40,000 คนเป็นอย่างน้อย พร้อมจับมือสถาบันการศึกษา-เอกชน เดินหน้าสร้างฐานการผลิตแรงงานรองรับการลงทุน โดยจะเน้นหลักสูตรระยะสั้น-กลาง เพื่อผลิตแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด

        นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในส่วนของกระทรวง สำหรับพื้นที่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะเรื่องของการพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการลงทุนใน EEC ว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญมาก และได้กำชับให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน จากความต้องการบุคลากรทั้งหมดกว่า 475,000 คน ในจำนวนนี้ราว 100,000-180,000 คนเป็นความต้องการบุคลากรด้านดิจิทัล โดยจากการสำรวจความต้องการบุคลากรใน 3 อุตสาหกรรมหลักด้านดิจิทัล คือ อุตสาหกรรมดิจิทัล, อุตสาหกรรมหุ่นยนต์  และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ทั้งหมดจะมีความต้องการ 180,000 คน ใน 5 ปีข้างหน้านับจากนี้ ซึ่งโดยเฉลี่ยในแต่ละปีสถาบันการศึกษาจะต้องผลิตบุคลากรให้ได้กว่า 40,000 คนต่อปี เข้ามารองรับเฉพาะในส่วนของพื้นที่ EEC"


        เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว จึงต้องให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับทางสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนเป็นหลัก  โดยทางกระทรวงฯ ได้เสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ EEC เน้นเรื่องของแรงงานด้านดิจิทัลเป็นหลัก และเฉพาะเจาะจงลงไปที่การฝึกอบรมระยะสั้นและระยะปานกลาง โดยในเรื่องของหลักสูตรระยะยาวจะเป็นการดำเนินการโดยสถาบันการศึกษาเป็นหลัก

                           

 

        “ปัจจุบันนี้การผลิตบัณฑิต ทางด้านดิจิทัลและไอซีที ยังมีไม่เพียงพอ กระทรวงดีอีร่วมกับทีดีอาร์ไอได้ทำการสำรวจแล้วพบว่ามีบัณฑิตจบใหม่ทางด้านนี้ราว 20,000 คน แต่ที่น่าสังเกตุคือเมื่อจบแล้วจะหายไปจากระบบแรงงานกว่า 1 ใน 3 โดยไปประกอบอาชีพอื่น มีเพียง  2 ใน 3  ที่ทำงานด้านดิจิทัลและไอซีที”

       อย่างไรก็ตามแม้ 2 ใน 3 จะมีความเกี่ยวโยงกับงานด้านนี้ แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่า ได้ทำงานตรงตามสายงานที่เรียนมาหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด นี่จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทางกระทรวงฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งหามาตรการในการแก้ปัญหาต่อไป อาทิ การเข้ามามีส่วนร่วมของภาคเอกชน ในการร่วมผลิตบัณฑิตในด้านนี้ หรือ การพัฒนาหลักสูตรปริญญาตรีด้านวิศวกรรม หรือวิทยาศาสตร์ ควรจะรวมเอาวิชาการด้านการบริหารจัดการเข้าไปด้วย เนื่องจาก 1 ใน 3 ของบัณฑิตที่หายออกไปจากระบบนั้น ส่วนหนึ่งไปเรียนต่อ โดยเฉพาะในหลักสูตรการบริหารจัดการต่างๆ และ   MBA ซึ่งหากมีการปรับหลักสูตรให้มีความเป็น MBA เพิ่มเติมเรื่องของการบริหารจัดการเข้าไปก็จะช่วยให้กลุ่มนี้เข้าสู่ตลาดงานได้ทันที

       โดยสรุปแล้วในแต่ละปี เฉพาะในส่วนของ EEC ขาดบุคลากรด้านดิจิทัล โดยการแก้ไขปัญหาก็คือการสร้างหลักสูตรการฝึกอบรมระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งจะสามารถทำได้เร็ว และในขณะเดียวกัน ยิ่งได้ความร่วมมือจากภาคเอกชนด้วยแล้ว ก็จะได้วิทยาการและได้เรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีก้าวหน้าได้มากยิ่งขึ้น

 

        ทั้งนี้ในที่ประชุมคณะกรรมการ EEC ได้ให้ความสำคัญกับสามประเภทของหลักสูตรการฝึกอบรมในด้านอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, หุ่นยนต์ และอุตสาหกรรมดิจิทัล คือ การพัฒนาทักษะใหม่ (New Skill) สำหรับนักศึกษาระดับอุดมศึกษาที่กำลังเรียนในสาขาดิจิทัล และการยกระดับทักษะ   (Upskill) สำหรับบุคลากรด้านดิจิทัล และสุดท้ายคือการปรับทักษะ   (Reskill)  สำหรับนักศึกษา บัณฑิต ผู้ทำงานสายงานที่ไม่ใช่ดิจิทัล ซึ่งทั้งหมดกำลังพัฒนาร่วมกับเอกชน โดยอาจจะมีการออกเป็นประกาศนียบัตรรระหว่างภาครัฐและของภาคเอกชนร่วมกัน

       “ภาคเอกชนหลายบริษัทเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลก และแต่ละบริษัทมีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันซึ่งก็จะมีการดึงเอาจุดแข็งของแต่ละที่มาเป็นประโยชน์ในการพัฒนาบุคลากร รวมถึงการนำมหาวิทยาลัยจำนวนมากเข้ามามีส่วนร่วม  เพราะโจทย์ของความต้องการบุคลากรในพื้นที่ของ EEC เป็นโจทย์ที่ใหญ่มาก มีความต้องการบุคลากรสูงมาก การพัฒนาบุคลากรจึงต้องเร่งให้ทันกับความต้องการ”

        นอกจากนี้ก็จะมีการหารือกับกระทรวงการคลัง และ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ BOI เกี่ยวกับเรื่องของแรงจูงใจเพื่อให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุด เช่นในเรื่องของภาษี หรือการใช้กองทุนพัฒนาขีดความสามารถในการแข็งขัน หรือ สิทธิประโยชน์จาก BOI เป็นต้น  โดยปัจจุบันมีเอกชนที่สร้างสรรค์หลักสูตรดิิจิทัล ได้แก่ ไมโครซอฟท์, ซิสโก้, ออราเคิล, หัวเว่ย, ซีเกท และเอ็นเอสทีดีเอ


         

โดยนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีได้ให้ข้อสังเกตุถึงความเปลี่ยนแปลงทางด้านธุรกิจยุดิจิทัลระบบการศึกษาตามไม่ทัน ควรต้องให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น นอกจากนี้ระบบการจัดสรรงบประมาณต้องมีการจัดความสำคัญให้โอกาสสำหรับการลงทุนด้านกำลังคนมากขึ้น ซึ่งอาจจะต้องมีการขึ้นบัญชีผู้ให้การอบรม และสถาบันอบรมมากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างมาตรฐานเดียวกัน และสุดท้ายคือความร่วมมือกับต่างประเทศ ทั้งจีน และญี่ปุ่น  ที่มีโครงการรองรับที่โดดเด่นอย่าง EEC โดยจะมีการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทั้งสองประเทศเพื่อร่วมกันพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลให้กับ EEC ต่อไป

ข่าวสารเกี่ยวกับ EEC

EEC Hot News Vol.53

ติดต่อเรา