EEC ต้อนรับสถานศึกษาระดับโลก มุ่งพัฒนาและเสริมทักษะบุคลากรมืออาชีพ ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมาย

Home > Pr > News > EEC ต้อนรับสถานศึกษาระดับโลก มุ่งพัฒนาและเสริมทักษะบุคลากรมืออาชีพ ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมาย
962

EEC ต้อนรับสถานศึกษาระดับโลก มุ่งพัฒนาและเสริมทักษะบุคลากรมืออาชีพ ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมาย


หนึ่งในปัจจัยหลักที่จะขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างรุดหน้าและยั่งยืนก็คือ "คน" ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าวเป็นอย่างดี จึงต้องการวางรากฐานที่แข็งแกร่ง
โดยอาศัยพันธมิตรที่เป็นสถาบันการศึกษาระดับโลกมาถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติให้กับเยาวชนไทย โดยอนุมัติให้สถาบันการศึกษาจากต่างประเทศให้เข้ามาดำเนินการจัดการศึกษาในประเทศไทยได้ เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ความสามารถ รวมถึงมีทักษะความเชี่ยวชาญ เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ พร้อมที่จะรองรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยดำเนินการภายใต้เงื่อนไขให้จัดการศึกษาในสาขาวิชาที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศหรือเป็นสาขาที่ขาดแคลน รวมถึงเป็นสถาบันที่มีอันดับที่สูงหรืออย่างน้อยต้องสูงกว่าอันดับของสถาบันอุดมศึกษาของวิชานั้น ๆ ในประเทศไทย


 3 สถาบันการศึกษาระดับโลก พร้อมถ่ายทอดสรรพวิทยาการสู่เยาวชนไทย 


       1. มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน (Carnegie Mellon University : CMU) จากสหรัฐอเมริกา ที่มีประวัติเก่าแก่เกือบ 120 ปี แห่งนี้ ได้รับการจัดอันดับจาก QS World University Rankings ให้อยู่อันดับที่ 46 ของโลก มีความเชี่ยวชาญในหลักสูตรการเรียนการสอนด้านสารสนเทศและวิทยาการคอมพิวเตอร์ โดยมีชื่อเสียงเป็นอันดับที่ 1 ทางด้าน Robotics และอันดับที่ 2  ด้าน Computer Science 
       ในเบื้องต้นมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอนจะร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในการใช้สถานที่และอาจารย์ร่วมกัน ภายใต้ชื่อโปรแกรม The Carnegie Mellon - KMITL (CMKM) เมื่อเรียนจบนักศึกษาจะได้รับปริญญาจากมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ซึ่งเป็นปริญญาที่มีศักดิศรีเทียบเท่ากับที่คาร์เนกีเมลลอนมอบให้นักศึกษาของตนในสหรัฐอเมริกา

       2. สถาบันด้านการจัดการธุรกิจโรงแรม เลส์โรช  (Les Roches Global Hospitality Education) จากสวิสเซอร์แลนด์ สถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยวระดับโลก เพื่อเข้ามาจัดการศึกษาด้านการโรงแรมและท่องเที่ยว ในพื้นที่ EEC  ซึ่งบริษัท เจ้าพระยา รีสอร์ท แอนด์ เรสซิเด้นท์ จำกัด ได้ยื่นคำขอจัดการศึกษาของเลส์โรช แล้วภายใต้ชื่อ Asian Institute of Hospitality Management, In Academic Association with Les Roches โดยมีศูนย์การศึกษา 2แห่ง ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดชลบุรีและกรุงเทพมหานคร
       ทั้งนี้เลส์โรซถือเป็นสถาบันระดับอุดมศึกษาทางด้านการจัดการธุรกิจโรงแรมชั้นนำของโลก ก่อตั้งมานานกว่า 65 ปี โดยในปี 2561 ที่ผ่านมา ได้รับการจัดอันดับจาก QS World University Rankings by Subjectให้อยู่อันดับที่ 3 ในด้านบริหารจัดการธุรกิจบริการที่ดีที่สุดในโลก ปัจจุบันมี 3 วิทยาเขต ได้แก่ Les Roches Bluche ประเทศสวิตเซอร์แลนด์, Les Roches Marbella ประเทศสเปน และ Les Roches Jin Jiang ประเทศจีน โดยเน้นการจัดการศึกษาร่วมกับภาคเอกชน ด้วยการนำกรณีศึกษาจากเหตุการณ์เชิงธุรกิจ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ร่วมกับผู้บริหารด้านการจัดการธุรกิจโรงแรมชั้นนำระดับโลก รวมถึงการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมาใช้ในการจัดการศึกษา ทั้งในช่วงการฝึกงานภาคปฏิบัติและหลังสำเร็จการศึกษา ซึ่งนักศึกษาที่จบแล้วจะมีงานรองรับจากภาคเอกชนทันที
       แน่นอนว่าการจัดการศึกษาของ Les Roches Global Hospitality Education จะส่งผลต่อการพัฒนาพื้นที่ EEC ทั้งการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพสูงและได้รับปริญญาตรีมาตรฐานเดียวกับ Les Roches Global Hospitality Education เพื่อเป็นผู้บริหารและบุคลากรสำคัญในอุตสาหกรรมโรงแรม ท่องเที่ยว และบริการ, การจัดตั้งเป็นศูนย์การศึกษาในเขต EEC เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมโรงแรม การท่องเที่ยว และบริการอย่างยั่งยืน โดยมีการจัดหลักสูตรวิชาชีพต่าง ๆ เพื่ออบรมพัฒนาผู้บริหารและบุคลากร นอกจากนี้ยังถือเป็นการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศด้วยการมีสถาบันการศึกษาที่มีมาตรฐานเดียวกับ Les Roches Global Hospitality Education ซึ่งเป็นการช่วยดึงดูดนักศึกษาจากเอเชียให้มาศึกษาต่อในประเทศไทยในหลักสูตรดังกล่าวด้วย

       3. มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University : NTU) โดยมหาวิทยาลัยอมตะ ได้สิทธิ์ในการจัดการศึกษาในหลักสูตร Master of Science (M.S.) in  Engineering (Intelligent Manufacturing System) เน้นทางด้านการใช้หุ่นยนต์ช่วยในสายการผลิตระบบอัตโนมัติ (Future of Automation) และยานยนต์แห่งอนาคต (Autonomous Vehicle) ของมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน  ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไต้หวัน  เป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งในไต้หวันจากการรายงานของ QS University Rankings (อันดับที่ 72 ของโลก ในปี 2562) มีวิทยาเขตกลางตั้งอยู่ที่ไทเป ศิษย์เก่าหลายคนของที่นี่ล้วนเป็นคนดังระดับประเทศ เช่น ประธานาธิบดีของไต้หวันเกือบทุกคนจบจากมหาวิทยาลัย NTU
       สำหรับการนำหลักสูตรดังกล่าวมาจัดการเรียนการสอนที่มหาวิทยาลัยอมตะ ก็เพื่อรองรับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมในพื้นที่ EEC และพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve)
       ส่วนแนวทางการจัดการเรียนการสอน จะใช้มาตรฐานเดียวกับ NTU ที่ไต้หวัน เช่น สาขาวิชา คณาจารย์ การเข้าถึงข้อมูลทางวิจัย และชั่วโมงของอาจารย์ที่ปรึกษา เป็นต้น โดยจัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษและจีน ใช้ระยะเวลาศึกษาราว 2 ปี


       การเปิดสอนหลักสูตรต่าง ๆ ของทั้ง 2 สถาบันการศึกษาต่างประเทศทั้ง 3 แห่ง นับว่าสอดรับกับความต้องการแรงงาน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ในพื้นที่ EEC ขณะเดียวกันก็ย่อมเป็นโอกาสอันดีของเยาวชนไทย ที่จะได้เข้าศึกษาในสถานศึกษาที่มีศักยภาพสูงดังกล่าว โดยไม่ต้องเดินทางไปเรียนต่างประเทศ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าหลายเท่าตัว

ที่มา หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ, กระทรวงศึกษาธิการ, ศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังอาชีวศึกษาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
       

 

ติดต่อเรา