EEC เนื้อหอม ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนพุ่ง 444,880 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 59% ของมูลค่ารับการส่งเสริมทั้งหมดจาก BOI

Home > Pr > News > EEC เนื้อหอม ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนพุ่ง 444,880 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 59% ของมูลค่ารับการส่งเสริมทั้งหมดจาก BOI
212

EEC เนื้อหอม ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนพุ่ง 444,880 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 59% ของมูลค่ารับการส่งเสริมทั้งหมดจาก BOI

นักลงทุนยังคงให้ความสนใจลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยบทสรุปยอดขอรับส่งเสริมการลงทุน BOI ปี 2562 มีมูลค่าเงินลงทุน 756,100 ล้านบาท เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยเป็นการลงทุนในพื้นที่ EEC ในสัดส่วน 59% ของมูลค่ารับการส่งเสริมทั้งหมด หรือมีมูลค่า 444,880 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นของการเป็นยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการลงทุนยุคใหม่ของ EEC

       นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายแก่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (ฺBOI) ว่า  BOIได้รายงานสถานการณ์การลงทุนในปี 2562 ที่ผ่านมา

       มีนักลงทุนยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจำนวน 1,624 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 756,100 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 750,000 ล้านบาท   

       สำหรับคำขอรับส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) นั้น มีจำนวนทั้งสิ้น 506 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 444,880 ล้านบาท หรือคิดเป็น 59% ของมูลค่าขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด โดยจังหวัดระยอง มีมูลค่าเงินลงทุนมากที่สุด ตามด้วยจังหวัดชลบุรีและจังหวัดฉะเชิงเทรา ตามลำดับ

       ทั้งนี้ยอดคำขอรับส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายมีจำนวน 838 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 286,520 ล้านบาท หรือคิดเป็น 38% ของมูลค่าขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด โดยอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเงินลงทุนสูงสุด ได้แก่
       1. อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์  80,490 ล้านบาท
       2. อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน  74,000 ล้านบาท
       3. อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์  40,100 ล้านบาท

       ด้าน นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการ BOI กล่าวว่า สำหรับปี 2563 คาดว่าการลงทุนยังมีแนวโน้มที่ดี เนื่องจาก BOI ได้ปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนหลายด้าน เพื่อเร่งรัดการลงทุนโดยเฉพาะโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ผ่านมาตรการ Thailand Plus ที่เพิ่มสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เป็นเวลา 5 ปี สำหรับโครงการที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนภายในปี 2563 และมีการลงทุนจริง ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท ภายในปี 2564 รวมทั้งได้ขยายเวลามาตรการส่งเสริมการลงทุนสำหรับวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ใช้อยู่เดิมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ ขนาดกลางและเล็ก ก่อนที่ BOI จะนำเสนอมาตรการ SMEs ที่ปรับปรุงใหม่ในการประชุมบอร์ดครั้งต่อไป


           

       นอกจากนี้ BOI ยังได้ปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุนในพนที่ EECโดยให้โครงการลงทุน ในทุกพื้นที่ใน EEC สามารถได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม (ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% 3 ปี หรือยกเว้น 2 ปี) ไม่ว่าจะตั้งอยู่ในนิคมหรือเขตอุตสาหกรรมหรือไม่ หากโครงการรับนักศึกษาฝึกงานตามจำนวนขั้นต่ำ ที่กำหนด ทั้งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ส่วนโครงการที่ตั้งในเขตส่งเสริมเพื่อกิจการพิเศษ (เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) เมืองการบินภาคตะวันออก (EECa) และศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร ธรรมศาสตร์ พัทยา หรือ EECmd) รวมทั้งนิคมนิคมหรือเขตอุตสาหกรรม ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมอันเนื่องจากที่ตั้งอีกด้วย

       โดยมาตรการนี้ใช้สำหรับคำขอรับการส่งเสริมที่ยื่นตั้งแต่ 2 มกราคม 2563 จนถึงสิ้นปี 2564 แต่หากตั้งโครงการในเขตส่งเสริมเพื่อกิจการพิเศษ ได้แก่ เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) เมืองการบินภาคตะวันออก (EECa) และศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ ครบวงจร ธรรมศาสตร์ พัทยา หรือ EECmd ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนได้ไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด

       ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ EEC ที่ได้รับการตอบรับที่ดีดังกล่าว นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของ EEC ซึ่งเป็นเครื่องมือสาคัญที่จะช่วยส่งเสริมและหนุนนำให้ประเทศไทยสามารถก้าวไปสู่Thailand 4.0  โดยสมบูรณ์ และยังช่วยยกระดับให้ไทยพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง เป็นประเทศที่มีรายได้สูงได้ภายในปี 2575 ตาม เป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี


ขอขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) www.boi.go.th/index.php?page=press_releases_detail&topic_id=124555

ติดต่อเรา