30 องค์กรลงขัน 640 ล้านบาท ตั้ง “อินโนสเปช (ประเทศไทย)” อย่างเป็นทางการ ปั้นสตาร์ทอัพไทยกลุ่ม Deep Tech สู่เวทีโลก  

Home > Pr > News > 30 องค์กรลงขัน 640 ล้านบาท ตั้ง “อินโนสเปช (ประเทศไทย)” อย่างเป็นทางการ ปั้นสตาร์ทอัพไทยกลุ่ม Deep Tech สู่เวทีโลก  
928

30 องค์กรลงขัน 640 ล้านบาท ตั้ง “อินโนสเปช (ประเทศไทย)” อย่างเป็นทางการ ปั้นสตาร์ทอัพไทยกลุ่ม Deep Tech สู่เวทีโลก  

ภาคีเครือข่ายภาครัฐ-เอกชน สถาบันการเงิน และสถาบันการศึกษา 30 องค์กร ร่วมลงขัน 640 ล้านบาท ตั้งบริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด บูรณาการความร่วมมือพัฒนาระบบนิเวศ (Ecosystem) สร้างสตาร์ทอัพไทยกลุ่ม Deep Tech ที่มีศักยภาพสู่ตลาดนานาชาติ ตั้งเป้าปี 2562 ปั้นสตาร์ทอัพไม่น้อยกว่า 50 ราย พร้อมคัดเลือกไปนำเสนอไอเดียธุรกิจในเวทีระดับโลกที่ฮ่องกง เตรียมลงนามผนึกความร่วมมือหน่วยงานสตาร์ทอัพเกาหลีใต้และอิสราเอล ปลายปีนี้

       เมื่อโลกก้าวเข้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 (Industrial Revolution 4.0 : IR 4.0) ซึ่งเป็นยุคของการผสมผสานเทคโนโลยีด้านกายภาพ เทคโนโลยีดิจิทัล และเทคโนโลยีชีวภาพ จากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีแบบก้าวกระโดด ทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับตัวและมุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศบนฐานของเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างยั่งยืน ภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยมีกลุ่มสตาร์ทอัพ (Startup) เป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ และมีแพลทฟอร์มกลางอย่าง “อินโนสเปซ (ประเทศไทย)” ทำหน้าที่สร้างและพัฒนาสตาร์ทอัพ เชื่อมโยงสู่เวทีโลก

       ที่ผ่านมา อินโนสเปซ (ประเทศไทย) วางแนวทางสนับสนุนกลุ่มสตาร์ทอัพไทยให้ขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ จึงได้ยึดโยงการทำงานเข้ากับยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมใหม่ (Belt and Road Initiative : BRI) ของจีน โดยได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับพันธมิตรต่างประเทศจากฮ่องกง 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย HKTDC, HPA และ HK Cybersport เพื่อช่วยบ่มเพาะธุรกิจสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการ อันจะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมและสตาร์ทอัพของอาเซียน   


ตั้งบริษัทอย่างเป็นทางการ พร้อมเดินหน้าเต็มสูบ

        ล่าสุด อินโนสเปซ (ประเทศไทย) ได้จัดตั้ง บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด และได้ลงนาม MOU กับภาคีเครือข่ายองค์กรภาครัฐ-เอกชน สถาบันการเงิน และสถาบันการศึกษา รวม 30 องค์กร เสริมความแข็งแกร่งในการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) เพื่อสร้างและพัฒนาสตาร์ทอัพตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่ระดับ Pre-Seed ไปจนถึงขั้น Unicorn (สตาร์ทอัพที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ) ในสาขาอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-Curve ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงสามารถใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ที่เรียกว่า Deep Technology และผลักดันให้ อินโนสเปซ (ประเทศไทย) เป็น National Startup Platform ที่ช่วยส่งเสริมและพัฒนากลุ่มสตาร์ทอัพไทยอย่างครบวงจร ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว โดยอาศัยพันธมิตรที่มีบริการเทคโนโลยี มีเครื่องมือล้ำสมัย และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านพร้อมให้คำแนะนำแก่กลุ่มสตาร์ทอัพของไทย

เน้น Deep Tech เป้าหมายสูงสุดต้องถึง Unicorn

         นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานที่ปรึกษา บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การลงนาม MOU กับพันธมิตรทั้ง 30 องค์กร จะทำให้สตาร์ทอัพไทยมีความเข้มแข็งมากขึ้น โดยมุ่งบ่มเพาะสตาร์ทอัพในกลุ่ม Deep Tech ได้แก่ Medical/Health Technology ซึ่งเป็นเทคโนโลยีด้านสุขภาพ สาธารณสุข อุปกรณ์ทางการแพทย์  และกลุ่ม Food Technology / Bio Technology ที่เป็นเทคโนโลยีด้านอาหารและอาหารแปรรูป ซึ่งเป็นการต่อยอดจากสิ่งที่ประเทศไทยมีความเข้มแข็ง โดยคาดหวังว่าจะสามารถยกระดับสตาร์ทอัพสัญชาติไทยให้ก้าวไปสู่ระดับ Unicorn เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ได้ และคาดว่าจะสามารถระดมทุนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาสตาร์ทอัพ ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท โดยจะมีการลงนาม MOU สัญญาร่วมทุนกับหน่วยงานสนับสนุนต่างๆ ภายในเดือนกรกฎาคม 2562 นี้

         นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างสรรหาประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด  เข้ามาบริหารงานจัดทำแผนการพัฒนาและคัดเลือกสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพเข้าร่วมนำเสนอไอเดียธุรกิจ (Pitching) ในเวทีสตาร์ทอัพที่ประเทศฮ่องกงเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยความร่วมมือกับฮ่องกงจะเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ และการจับคู่ธุรกิจระหว่างกันเพื่อขยายการลงทุนทั้งในประเทศไทยหรือในฮ่องกง ขณะที่ความร่วมมือกับพันธมิตรจากประเทศอิสราเอล และเกาหลี คาดว่าจะมีการลงนาม MOU กับอินโนสเปซ (ประเทศไทย) ภายในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งอิสราเอลมีความโดดเด่นในการพัฒนาสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเทียบเท่ากับสหรัฐอเมริกา ขณะที่เกาหลีเน้นเรื่องการพัฒนาต่อยอด และฮ่องกงมีจุดเด่นเรื่องการค้าที่จะเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมไทยได้ 

          ด้าน นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวถึงความร่วมมือกับประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่าง KOTRA หน่วยงานดูแลการค้าต่างประเทศ และ KTS หน่วยงานสร้างสตาร์ทอัพของเกาหลีใต้ คาดว่าจะเชื่อมโยงสตาร์ทอัพเกาหลีใต้ที่ทำธุรกิจในประเทศไทย 15 ราย กับสตาร์ทอัพไทยเพื่อเปิดตลาดการลงทุนระหว่างกัน ขณะที่ความร่วมมือกับอิสราเอลนั้นจะเป็นรูปแบบเดียวกับทางฮ่องกงและเกาหลีใต้ แต่อิสราเอลซึ่งมีจุดเด่นเรื่อง Deep Tech จึงตั้งเป้าให้เกิดความร่วมมือสร้างสตาร์ทอัพกลุ่ม Deep Tech กับผู้ประกอบการไทยใน 5 สาขา ได้แก่ เทคโนโลยีชีวภาพ, การเกษตร, อาหาร, การแพทย์ และ Internet of Thing (IoT) จะช่วยยกระดับเทคโนโลยีการผลิตของกลุ่ม SMEs ไทยไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดยจะบ่มเพาะผู้ประกอบการตั้งแต่ขั้นเริ่มต้นธุรกิจ ไปจนถึงสร้างให้เป็น Unicorn  ดังนั้นภาครัฐจะผลักดันให้เอกชนไทยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนสนับสนุนสตาร์ทอัพกลุ่ม Deep Tech ในประเทศไทยมากขึ้น จากปัจจุบัน 90% ลงทุนในต่างประเทศ และ 10% ลงทุนในไทย

 

ปักหมุดศูนย์กลางปั้นสตาร์ทอัพไทยให้เก่ง กล้า แกร่ง

         “อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการสร้างและพัฒนาสตาร์ทอัพไทย โดยการเชิญชวนภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับด้านต่าง ๆ มารับฟังแผนธุรกิจเพื่อเปิดโอกาสให้เลือกลงทุนในสตาร์ทอัพแต่ละรายได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านอินโนสเปซ (ประเทศไทย) ทำให้เกิดความร่วมมือในทุกภาคส่วน โดยยอมรับว่าผู้ประกอบการของไทยมีไอเดียที่ดีแต่ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ขาดประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ ทำให้ต้องมีหน่วยงานเข้ามาให้คำแนะนำ พัฒนา แก้ไขปัญหา และค้นหาศักยภาพ (Coaching) ให้แก่ผู้ประกอบการให้สามารถขยายธุรกิจต่อไปได้ในอนาคต เพราะการมีพันธมิตรที่มีความเก่งเฉพาะด้านที่จะเป็นส่วนเสริมซึ่งกันและกันได้ และที่สำคัญยังทำให้รู้ว่าแต่ละหน่วยงานมีเครือข่ายการพัฒนาสตาร์ทอัพอย่างไร” นายเทวินทร์กล่าว

         นอกจากนี้ นายเทวินทร์ ยังเชื่อว่าการดำเนินงานของอินโนสเปช (ประเทศไทย) จะเดินหน้าต่ออย่างแน่นอน ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล หรือใครเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นบริษัทที่ลงทุนโดยองค์กรภาคเอกชน และเป็นบริษัทที่ไม่มุ่งหวังผลกำไร ทำให้ทุกรัฐบาลจะพร้อมสนับสนุน เพื่อช่วยยกระดับสตาร์ทอัพไทยให้มีเทคโนโลยีและมีความสามารถในการแข่งขัน พร้อมเสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งผลักดันธุรกิจสตาร์ทอัพรวมถึงให้ภาคธุรกิจใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น
 

หายห่วงเรื่องเงินทุน บริษัทใหญ่แห่ลงขันเพียบ

         อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้หน่วยงานพันธมิตรทั้ง 30 องค์กร ได้แสดงเจตจำนงให้การสนับสนุนเงินทุนรวมแล้วกว่า 640 ล้านบาท อาทิ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (ซีพี) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สนับสนุนรายละ 100 ล้านบาท

         ส่วน ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ รายละ 50 ล้านบาท, เครือสหพัฒน์, บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บางกอกแอร์เวย์), บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) รายละ 30 ล้านบาท, โรงพยาบาลกรุงเทพ สนับสนุน 20 ล้านบาท ส่วนพันธมิตรรายอื่น ๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริษัทเพื่อขออนุมัติวงเงิน โดยในช่วงแรกอินโนสเปซ (ประเทศไทย) จะระดมเงินทุน 125 ล้านบาท เพื่อใช้ดำเนินงานเบื้องต้น

        ทั้งนี้ สำนักงานของอินโนสเปช (ประเทศไทย) จะตั้งอยู่ในสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) อ.วังจันทร์ จ.ระยอง สำหรับคุณสมบัติของ CEO อินโนสเปซ (ประเทศไทย) นั้นจะต้องมีประสบการณ์ด้านการบริหารบริษัทสตาร์ทอัพระดับนานาชาติ ซึ่งอยู่ระหว่างคัดเลือกผู้ที่มีความเหมาะสมจำนวน 3 คน พร้อมกับทาบทามให้ นายเทวินทร์ วงศ์วานิช มาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท คาดว่าจะแต่งตั้งซีอีโอ ภายใน 1-2 เดือนนี้ พร้อมตั้งเป้าหมายในปีนี้ (2562) จะสามารถสร้างสตาร์ทอัพได้ไม่ต่ำกว่า 50 ราย และจะคัดเลือกสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพโดดเด่นไปนำเสนอแผนธุรกิจ (Pitch) ในงานที่จัดโดย Cyberport ประเทศฮ่องกงช่วงปลายปีนี้ ซึ่งถือเป็นเวที Pitching ยิ่งใหญ่ระดับโลก

 


เปิดรายชื่อ 30 หน่วยงาน ร่วมลงนาม MOU อินโนสเปซ (ประเทศไทย)

         สำหรับองค์กรที่ร่วมลงนามใน MOU ขับเคลื่อนการดำเนินงาน อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำนวน 30 หน่วยงาน ประกอบด้วย
         • ภาครัฐและหน่วยงานในกำกับของรัฐ ได้แก่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ,สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)

         • รัฐวิสาหกิจ ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

         • ภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, เครือสหพัฒน์, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน), บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัท แบงคอก เวนเจอร์ส จำกัด, สมาคมไทยผู้ประกอบธุรกิจเงินร่วมลงทุน และสมาคมบริษัทจดทะเบียน ไทย

         • สถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย

         • สถาบันการศึกษา ได้แก่ สถาบันวิทยสิริเมธี, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

         • บริษัท อินโนสเปซ (ประเทศไทย) จำกัด

 

ติดต่อเรา