EEC คึกคัก ปูพรมสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่กว่า 4.75 แสนคน

Home > Pr > News >   EEC คึกคัก ปูพรมสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่กว่า 4.75 แสนคน
294

  EEC คึกคัก ปูพรมสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่กว่า 4.75 แสนคน

ในการที่จะขับเคลื่อน EEC ให้รุดหน้าอย่างยั่งยืนได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีสรรพกำลังคนที่พร้อมพรั่ง และมุ่งเน้น Demand Driven จากเดิมที่ไม่รู้ว่าภาคธุรกิจต้องการคนแบบไหน ภาคการศึกษาจึงจัดการเรียนการสอนอย่างที่เคยทำ ภารกิจสิ้นสุดที่ปริญญา ส่วนบัณฑิตจะได้งานหรือไม่ ไม่ใช่ KPI  ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาใน EEC ที่ปริญญาตรีซึ่งจบการศึกษาในพื้นที่ ปีละ 63,000 คน มีอัตราการว่างงาน หรือมีอัตราการทำงานต่ำเพียง 35% (ราว 22,000 คน) ล่าสุดรองนายกรัฐมนตรีจึงเร่งรัดสถาบันการศึกษาเพื่อผลิตบัณฑิตพันธ์ุใหม่ ให้ตอบโจทย์ความต้องการแรงงานทักษะและมีสมรรถนะสูงให้กับพื้นที่ EEC ที่ต้องการแรงงานกว่า 475,000 คน ใน 34 สาขาธุรกิจ พร้อมเน้นย้ำสถาบันการศึกษาทำงานร่วมกับภาคเอกชนและมหาวิทยาลัยในต่างประเทศให้มากขึ้น เพื่อผลิตกำลังคนที่มีความพร้อมและทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศได้จริง 

 


 

ต้องแก้ Supply Driven ให้เป็น Demand Driven

       นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ประชุมหารือเรื่องการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เพื่อพัฒนากำลังคนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเน้นย้ำว่าการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ เพื่อพัฒนากำลังคนในพื้นที่ EEC เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจาก EEC จะเป็นศูนย์สำคัญในการผลิตกำลังคนคุณภาพเพื่อก้าวไปสู่อนาคต จึงขอให้คนที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนพัฒนาประเทศมาร่วมฟังการหารือในครั้งนี้ พร้อมระบุไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้าง รัฐบาลจึงต้องผลักดันนโยบาย Thailand 4.0 ดังนั้น มหาวิทยาลัยจะต้องเตรียมหลักสูตรที่สอดคล้องกับโลกปัจจุบัน โดยหลักสูตรที่สอนนั้นมีทั้งสายสังคมและสายวิทยาศาสตร์ รวมทั้งต้องมีหลักสูตรใหม่ๆ ด้วย และมหาวิทยาลัยจะต้องทำงานร่วมกับภาคเอกชน ไม่ใช้มาแข่งขันกัน เพื่อให้สามารถผลิตกำลังคนที่มีความพร้อมและทำงานได้

       แนวทางในการดำเนินการที่สำคัญคือ เน้นความต้องการแรงงานใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายนำ  เป็นแรงงานที่มีฝีมือเฉพาะด้าน รายได้สูง ตามหลักการ “เรียนดี...ไม่มีตกงาน”  สำหรับแรงงานที่มีอยู่แล้ว ก็ต้องมีการฝึกอบรมเพิ่มเติม เพื่อให้มีความรู้ที่สามารถใช้งานได้ดี 

       ขณะเดียวกันก็จะต้องร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศมากขึ้นด้วย เนื่องจากไทยไม่ได้มีศักยภาพจะผลิตกำลังคนได้เองในทุกสาขา เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ต้องเน้นเรื่องอุตสาหกรรมการเกษตร บริการ และการท่องเที่ยว ให้หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องสอนหลักสูตรบริหารแข่งกับคนอื่น แต่ทำในสิ่งที่ควรทำ เพราะสำนักงบประมาณกำหนดไว้แล้วว่าจะสนับสนุนหรือจัดสรรงบประมาณให้สาขาไหนบ้าง โดยมีงบบูรณาการปี 2562 ที่ใช้ในด้านการพัฒนาบุคลากรนี้ ในวงเงิน 216.6 ล้านบาท และปี 2563 วงเงิน 5.068.4 ล้านบาท  (คำของบประมาณปี 2563)

ปั้นแผนผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่อย่างชัดเจน กำหนดความต้องการที่แน่นอน

        นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ลกพอ.) ให้ข้อมูลว่า จากการสำรวจข้อมูลช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่าในพื้นที่ EEC มีผู้ว่างงานและต่ำระดับสะสมรวม 220,000 คน และเพิ่มขึ้นทุกปีประมาณ 22,000 คน  ขณะที่ข้อเท็จจริงจำนวนแรงงานในพื้นที่ไม่เพียงพอ EEC จึงได้กำหนดเป้าหมายความต้องการแรงงาน ระยะ 5 ปี ใน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และ 3 โครงสร้างพื้นฐาน ผ่านการพัฒนาบัณฑิตพันธุ์ใหม่ จำนวน 475,000 คน หลักสูตรใหม่ 200 หลักสูตร โดยร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ มหาวิทยาลัยในพื้นที่ จำนวน 8 แห่ง และสถานศึกษาอาชีวศึกษา 48 แห่ง รวมถึงร่วมมือกับหน่วยงานนอกพื้นที่อีก 30% เพื่อพัฒนาบุคลากร เชื่อมั่นว่าในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า หากพัฒนากำลังคนได้ตามเป้าหมายจะช่วยให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่มากขึ้น และคาดว่าจะหลุดพ้นปัญหาผลิตบุคคลากรมาแล้วตกงาน เพราะมีเอกชนจำนวนสนใจเข้าร่วมโครงการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่

        ด้าน นพ.อุดม คชินทร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า โครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ได้เริ่มขึ้นเมื่อปี 2561 เพื่อสร้างกำลังคนทั้งระดับอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาที่มีสมรรถนะสูงสำหรับอุตสาหกรรม New Growth Engine ตามนโยบาย Thailand  4.0 และรองรับการพัฒนาของ EEC เนื่องจากการผลิตบุคลากรของไทยในปัจจุบัน ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน และไม่ตอบโจทย์แนวโน้มโลกที่มุ่งไปสู่การสร้างนวัตกรรม สร้างองค์ความรู้ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และยกระดับการแข่งขันของประเทศ เช่น ประเทศจีนที่มีการขึ้นทะเบียนรับรอง 13 อาชีพใหม่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อาทิ AI Engineering Technicians, IoT Engineering Technicians, Big Data Engineering Technicians, Cloud Computing Engineering Technicians, Digitalisation Manager เป็นต้น ขณะที่สหภาพยุโรป ได้ปรับตัวรองรับเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ เน้นการวิจัย นวัตกรรม การส่งเสริมการเรียนจากประสบการณ์ทำงานจริง โดยมีเป้าหมายเป็น Global Citizen มีทักษะสมรรถนะที่สูงขึ้น ส่วนสหรัฐอเมริกา ทุกองค์กรปรับตัวหมดแล้วผ่านการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีถึง 75%


เป้าหมายสำคัญคือไทยต้องหลุดพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง

         ดังนั้น สถาบันอุดมศึกษา สถาบันที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและนวัตกรรมของไทย จะต้องเป็นหัวรถจักรขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ผลิตงานวิจัย สร้างองค์ความรู้ ต่อยอดเป็นนวัตกรรม เพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) มหาวิทยาลัยต้องเน้นการวิจัยมุ่งเป้า ทำหน้าที่เป็นศูนย์บ่มเพาะ Entrepreneur เพื่อสร้างนวัตกรรมและต่อยอดไปสู่ Commercialization ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักกลุ่มประเทศรายได้ปานกลาง ซึ่งหากจะหลุดพ้นการเป็น Middle-income trapประชาชนไทยต้องมีรายได้ต่อเดือน 32,000 บาท แต่ขณะนี้รายได้อยู่ที่กว่า 10,000 บาทเท่านั้น

         โดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีแผนสร้างบัณฑิตพันธ์ุใหม่และสร้างแพลทฟอร์มเพื่อพัฒนาการเรียน การสอนยุคใหม่ ให้คนทำงานมาเรียนเพิ่มเติม 8 เดือน-1 ปี พัฒนาคุณภาพ ต่อยอดผ่านการเรียน การสอนใหม่ ผ่านการร่วมดีไซน์หลักสูตรกับภาคเอกชน โดยเน้นกลุ่มอาชีวะ ช่างฝีมือในสัดส่วน 70% ซึ่งจะดำเนินการอย่างเร่งด่วนภายใน 1 ปี เพื่อรองรับเอกชนที่ต้องการแรงงานจำนวนมาก ขณะที่ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก มีความต้องการแรงงานประมาณ 30% เพื่อพัฒนาให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ

         ทั้งนี้ประมาณการความต้องการกำลังการผลิตบัณฑิตรายสาขา (ณ วันที่ 14 พฤษภาคม 2562) มีดังนี้
         ระดับอุดมศึกษา
         ด้านวิศวกรรม                                                   8,248   คน
         ด้านนักออกแบบและผลิตสื่อดิจิทัล                   6,228   คน  
         ด้านไอทีและโปรแกรมเมอร์                              8,820   คน
         ด้านพาณิชย์นาวี                                               1,460   คน
         ด้านการแพทย์                                                     479   คน
         ด้านเจ้าหน้าที่บริหารและธุรการ                           754   คน

         ระดับอาชีวะศึกษา
         
ด้านช่างเทคนิค                                               15,555   คน
         ด้านบริหารธุรกิจ                                               8,005   คน
         ด้านท่องเที่ยว                                                       912   คน
         ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร        1,401   คน

     
           

        

 

 

ข่าวสารเกี่ยวกับ EEC

EEC Hot News Vol.31

ติดต่อเรา