บอร์ด EEC ไฟเขียวไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน พร้อมชง ครม. 28 พ.ค.นี้

Home > Pr > News > PolicyCommitteeMeeting4 > บอร์ด EEC ไฟเขียวไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน พร้อมชง ครม. 28 พ.ค.นี้
224

บอร์ด EEC ไฟเขียวไฮสปีดเชื่อม 3 สนามบิน พร้อมชง ครม. 28 พ.ค.นี้

บอร์ด EEC รับทราบการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 และคาดว่าจะลงนามในสัญญาได้ภายเดือนมิถุนายนนี้ หากการพิจารณารายงาน EIA ของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้วเสร็จ และสามารถส่งมอบพื้นที่เพื่อพัฒนาพื้นที่รอบโครงการได้ครบถ้วน

 

       นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ลกพอ.) เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 4/2562 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยที่ประชุม กพอ. ได้รับทราบผลการคัดเลือกเอกชนร่วมทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง. สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา) ซึ่งกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์ โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) เป็นผู้ได้รับคัดเลือกให้ร่วมทุนในโครงการฯ หลังผ่านการเจรจา และร่างสัญญาร่วมลงทุนซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดได้พิจารณาเรียบร้อยแล้ว และมีมติให้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เข้าร่วมลงทุนกับเอกชนที่ได้รับคัดเลือกดังกล่าว คาดว่าจะเสนอ ครม. วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 และอาจลงนามในสัญญาได้ภายในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ หากผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้วเสร็จ และส่งมอบพื้นที่ได้ครบทั้งหมด

       ส่วนโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า หรือภายในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จะเสนอที่ประชุม ครม. พิจารณาปรับปรุงเงื่อนไขให้เอกชนที่ชนะประมูล ซึ่งก็คือกลุ่มกิจการร่วมค้ากัลฟ์และพีทีทีแทงค์ เป็นผู้ลงทุนค่าถมทะเล วงเงินกว่า 10,000 ล้านบาท โดย กนอ. จะทยอยคืนเงินให้เอกชนปีละ 720 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย 4.8% ภายในระยะเวลา 30 ปี จากเดิมคิดดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี ต้องจ่ายคืนปีละ 600 ล้านบาท 

       ขณะที่ โครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ทางคณะกรรมการคัดเลือกฯ ยืนยันให้ความเป็นธรรมและความเสมอภาคกับเอกชนทุกราย และเป็นไปตาม TOR แต่เมื่อมีภาคเอกชนคือกลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด (ซีพี) และพันธมิตร ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับมติและคำสั่งของคณะกรรมการคัดเลือกผู้ชนะโครงการฯ ทางคณะกรรมการฯ จะเข้าชี้แจงต่อศาลฯ ในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ และระหว่างรอฟังคำตัดสิน กระบวนการต่าง ๆ จะยังดำเนินการตามปกติต่อไป เนื่องจากคำร้องดังกล่าวไม่ได้เป็นการหยุดโครงการ เพียงแต่ต้องการให้ศาลตีความเรื่องการยื่นซองเอกสารเกินเวลา 15.00 น. ถือว่าล่าช้าหรือไม่ สำหรับกระบวนการดำเนินงานขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการเรียกเอกสารเพิ่มเติม หลังจากทั้ง 3 กลุ่ม ยื่นซองที่ 1 (ซองคุณสมบัติ) เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ก่อนจะเปิดซองที่ 2 ที่เป็นซองข้อเสนอด้านเทคนิค และซองที่ 3 ด้านการเงิน คาดการลงนามในสัญญาร่วมทุนกับเอกชนได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้

       สำหรับโครงการศูนย์ซ่อมอากาศยาน (MRO) อาจล่าช้ากว่าแผนงานเดิมเล็กน้อยประมาณ 1 เดือน จากเดือนพฤษภาคม เป็นประมาณเดือนมิถุนายนแทน โดยในวันที่ 14 พฤษภาคม การบินไทยและแอร์บัสจะประชุมความคืบหน้าการลงทุนร่วมกัน

       ด้าน นายวราวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการ รฟท. กล่าวว่า การพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานี (TOD) โครงการรถไฟความเร็วสูงนั้น จะส่งมอบพื้นที่บริเวณมักกะสัน 50 ไร่ ให้กับผู้พัฒนาโครงการก่อน ส่วนที่เหลืออีก 50 ไร่ จะส่งมอบให้ภายหลังดำเนินการไปแล้ว 5 ปี โดยยืนยันการส่งมอบพื้นที่มักกะสันจะไม่มีปัญหาการไล่ที่หรือการบุกรุกพื้นที่ ส่วนพื้นที่อื่น ๆ จะต้องหารือร่วมกับผู้รับเหมาและเอกชนให้ได้ข้อสรุปก่อนการลงนามในสัญญา ส่วนจะลงนามได้ทันวันที่ 15 มิถุนายนนี้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณารายงาน EIA ของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

       นอกจากนี้ บอร์ด EEC ยังเห็นชอบการดำเนินโครงการพัฒนาศูนย์บริการทดสอบทางการแพทย์จีโนมิกส์ในพื้นที่ EEC (Thailand Genome Sequencing Center) โดยกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อลงทุนสร้างความรู้ทางการแพทย์จีโนมิกส์ (Genomic Medicine) ซึ่งจะเป็นการยกระดับการรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ หรือ Medical Hub โดยวางกรอบการลงทุนไว้ที่ 1,500 ล้านบาท

       นับว่าการดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานและเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ของ EEC มีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ และมีการลงรายละเอียดของการพัฒนาแต่ละด้านแบบเจาะลึกและชัดเจนมากขึ้น

 

ติดต่อเรา