EEC เผย โครงการพัฒนาด้านต่างๆ มีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ จากแผนดำเนินงานและมาตรการที่ชัดเจน

Home > Pr > News > EEC เผย โครงการพัฒนาด้านต่างๆ มีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ จากแผนดำเนินงานและมาตรการที่ชัดเจน
873

EEC เผย โครงการพัฒนาด้านต่างๆ มีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ จากแผนดำเนินงานและมาตรการที่ชัดเจน

 

การประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 11/2562 วันศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2562 โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการ กพอ. เป็นประธาน    ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ได้รับทราบ และพิจารณาความก้าวหน้า การดำเนินงานในเขตพัฒนาพิเศษ
ภาคตะวันออก (อีอีซี)  มีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้

1.โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

ที่ประชุม กพอ. พิจารณาเห็นชอบ ตามคณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กบอ.) ประชุมครั้งที่ 2/2562 เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2562 ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้

            1.1 แผนการส่งมอบพื้นที่ รื้อย้ายสาธารณูปโภค และกรอบวงเงินที่จำเป็น ให้หน่วยงานที่ขอรับจัดสรรงบประมาณในการรื้อย้ายเป็นผู้ดำเนินการ เพื่อเริ่มการก่อสร้าง ส่วนแผนการก่อสร้างทดแทนกลับคืนหลังรื้อย้าย ที่ประชุม กพอ. ให้ กบอ. มอบหมายคณะทำงานส่งมอบพื้นที่ และทำรายละเอียดให้เสร็จภายใน ม.ค.63  

            1.2 ให้แต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแล คณะกรรมการบริหารสัญญา และโครงสร้างการบริหารจัดการโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เพื่อบริหารสัญญาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะช่วงเริ่มโครงการฯ ที่เน้นการออกแบบและการก่อสร้าง เป็นหลัก

2. แผนการยกระดับบริการสาธารณสุขในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

  1. เห็นชอบแผนยกระดับการบริการสาธารณสุขในพื้นที่ อีอีซี โดยมีหลักการ 3 ด้าน 14 โครงการ ได้แก่
  1. จัดทำข้อมูลชุดเดียวกัน สำหรับพัฒนาระบบข้อมูลให้ครอบคลุมในพื้นที่
  2. รัฐและเอกชนร่วมทุน โดยเป็นการลงทุนระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และภาคเอกชนในพื้นที่ โดยจัดทำการบริการในโรงพยาบาลให้คล่องตัว เพื่อความสะดวกของประชาชน
  3. เครือข่ายเดียว ระบบเดียว บริการรัฐแนวใหม่อาศัยการทำงานบนความร่วมมือของเครือข่ายภาครัฐสังกัดต่างๆ อปท. และเอกชน โดยใช้ทรัพยากรบุคคล และทรัพยากรอื่นร่วมกัน

 

3. การจัดการขยะในพื้นที่อีอีซี สู่ต้นแบบการกำจัดขยะอย่างยั่งยืน

กพอ. ได้พิจารณา สถานการณ์ปริมาณขยะมูลฝอยในพื้นที่อีอีซี ที่คาดว่าเพิ่มสูงขึ้นจากปริมาณ 4,200 ตัน/วัน ในปี 2561 เพิ่มขึ้นเป็น 6,800 ตัน/วัน ในปี 2580 แต่ปัจจุบันยังขาดการบริหารจัดการ และขยะที่เกิดขึ้นก็ปริมาณมากขึ้นทุกวัน ซึ่งหากยังใช้การฝังกลบแบบเดิม นอกจากขยะไม่ย่อยสลายแล้ว ก็ยังสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งต้องหาพื้นที่เพิ่ม เพื่อรับรองปริมาณขยะที่สูงถึง 1.66 ไร่/วัน

ดังนั้น เพื่อให้การบริหารจัดการขยะในพื้นที่อีอีซี เกิดขึ้นอย่างประสิทธิภาพและยั่งยืน จึงเสนอกรอบแนวทางขยายผลต้นแบบของระยองโดยบริหารจัดการอย่างเป็นระบบในพื้นที่เป้าหมายครอบคลุม 3 จังหวัด อีอีซี เพิ่มอีก 6 แห่ง ซึ่งสามารถกำจัดขยะมูลฝอยทั้งรายวัน และขยะสะสมรวม 6,000 ตัน/วัน สามารถผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะได้ประมาณ 120 เมกะวัตต์ ซึ่งจะสามารถกำจัดขยะที่เกิดขึ้นใหม่ทุกวันและกำจัดขยะที่สะสมได้กว่า 5.57 ล้านตัน ในพื้นที่ อีอีซี ให้หมดไปภายใน 12 ปี

โดยที่ประชุมได้มีมติดังนี้

  1) ให้ สกพอ.ประสานจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำโครงการบริหารจัดการขยะในพื้นที่อีอีซี ต้นแบบการกำจัดขยะอย่างยั่งยืน ทั้งขยะบก บนเกาะ และในทะเล ให้เสร็จภายใน 3 เดือน โดยให้กลุ่มบริษัท ปตท. บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เข้าร่วมศึกษา 

  2) ให้จังหวัดในพื้นที่อีอีซี เป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการจัดตั้งโรงงานขยะ และโรงงานผลิตพลังงานไฟฟ้าจากขยะ

  3) ให้กระทรวงพลังงานพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขยะ ในพื้นที่อีอีซี

 

4. การพัฒนาบุคลากรตามแนวทางอีอีซี โมเดล

ที่ประชุม กพอ. เห็นชอบความคืบหน้าขั้นตอนการดำเนินงานการพัฒนาบุคลากร ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยมีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้

ความคืบหน้าการพัฒนาบุคลากรในอีอีซี ใน 2 ปี โดยใช้หลักการ Demand Driven มี 2 รูปแบบEEC Model Type A : เอกชนร่วมจ่าย 100%

มีสถาบันอาชีวศึกษาในพื้นที่เข้าร่วม 12 สถาบัน โดยปีการศึกษา 2562 มีนักศึกษาในระบบ 1,117 คน และมี MOU ร่วมกับผู้ประกอบการในอีอีซี พัฒนากำลังคนทั้งในระดับอาชีวะและปริญญาตรี จำนวน 44,000 คน

1. EEC Model Type B เอกชนร่วมบ้าง 10-50%

ผู้ประกอบการมีส่วนร่วม ในการพัฒนาหลักสูตรจัดการเรียนรู้บางส่วน และรับนักศึกษาเข้าฝึกงาน แต่ไม่ประกันการจ้างงาน โดยกลุ่มนี้มีการผลิตกำลังคนใน 36 วิทยาลัย รวม 5,100 คน และจะขยายให้ครอบคลุม 48 วิทยาลัยในภาคตะวันออก

4.2 แนวทางการสนับสนุนบัณฑิตอาสา เพื่อกระจายโอกาสสู่ชุมชน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างอนาคตให้บัณฑิตอาสาในพื้นที่ อีอีซี : เปิดรับสมัครคัดเลือกบัณฑิตระดับปริญญาตรี สาขาวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ ที่สำเร็จการศึกษาไม่เกิน 3 ปี จำนวน 120 คน เพื่อฝึกอบรม 2 เดือนและทำงานในพื้นที่ อีอีซี ของ 30 อำเภอ โดยทำงานร่วมกันระหว่าง ม.บูรพาและมหาลัยเครือข่าย ซึ่งคาดว่าจะได้บัณฑิตอาสารุ่นแรก ภายในเดือนมกราคม 2563 ประมาณ 30 คน จาก 3 จังหวัด ในอีอีซี

4.3 แนวทางการปรับฐานภาษาอังกฤษของนักเรียนอาชีวศึกษา ในอีอีซี (อาชีวะอินเตอร์) พัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในสถาบันอาชีวศึกษาของรัฐในพื้นที่ อีอีซี จัดการเรียนแบบ Content Language Integrated Learning (CLIL)  เพื่อยกระดับศักยภาพของนักเรียนให้ทัดเทียมสากล สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษในวิชาชีพได้อย่างมั่นใจ และทำงานได้ค่าตอบแทนสูง

 

ติดต่อเรา