EEC Hot News Vol.15

Home > Pr > News > EEC Hot News Vol.15
371

EEC Hot News Vol.15

- หอการค้าอเมริกา มั่นใจหลังเลือกตั้ง ไทยยังเป็นหมุดหมายการลงทุนที่น่าสนใจที่สุดในอาเซียน 
- ญี่ปุ่นคาดหวังไทยในฐานะประธานอาเซียน ช่วยดัน“อาร์เซ็ป” หนุนเศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจ EEC เดินหน้าต่อเนื่อง
อมตะซิตี้ ระยอง ร่วมยกระดับนิคมฯ สู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco-Committee)
ปตท. ผนึก จีอี  มุ่งพัฒนาคนและการศึกษาในพื้นที่ EECi

หอการค้าอเมริกา มั่นใจหลังเลือกตั้ง ไทยยังเป็นหมุดหมายการลงทุนที่น่าสนใจที่สุดในอาเซียน                    

หอการค้าอเมริกาประจำประเทศไทย มั่นใจหลังการเลือกตั้งไทยยังน่าลงทุนที่สุดในอาเซียน เชื่อหากรัฐบาลเดิมบริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง จะแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงและการสานต่อนโนบายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยต่อไป

       นาย Gregory Bastien ประธานหอการค้าอเมริกาประจำประเทศไทย (AmCham Thailand) ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว CNBC เกี่ยวกับสถานการณ์การลงทุนในประเทศไทยหลังเลือกตั้ง โดยเขาเชื่อว่า หลังการเลือกตั้งแล้ว ประเทศไทยจะยังเป็นหนึ่งในประเทศที่ดีที่สุดในอาเซียนในการลงทุน 

       "ถ้าไทยมีรัฐบาลที่ต่อเนื่อง คือรัฐบาลชุดเดิม นั่นจะเป็นการแสดงถึงความมั่นคง และการได้ประชาธิปไตยกลับคืนมาอีกครั้งนั้น นับเป็นกุญแจสำคัญที่ยอดเยี่ยม ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงความมั่นคง และความต่อเนื่องของรัฐบาลและนโยบายเศรษฐกิจของไทย ผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่ารัฐบาลนี้ได้ทำอะไรมากมายที่จะวางรากฐานการพัฒนาสาธารณูปโภคที่ยอดเยี่ยม และเดินหน้าด้วยนโยบายทางเศรษฐกิจที่วางไว้ต่อไป"

       นาย Gregory กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ประชาธิปไตยในครั้งนี้อาจจะอยู่ในระหว่างการพัฒนาให้เต็มใบ แต่ก็ถือว่าเป็นการเดินไปในทางที่ถูกต้อง ทั้งมุมมองจากภายในประเทศและนอกประเทศที่นักลงทุนอยากเห็น และสิ่งที่อยากเห็นในตอนนี้และในอนาคตคือ การส่งต่ออำนาจการบริหารประเทศที่มั่นคง และราบรื่น  โดยเฉพาะในระยะสั้นและระยะกลาง ทั้งยังกล่าวอีกว่า รัฐบาลปัจจุบันนี้ได้รักษาความมั่นคงมานานานกว่า 4 ปี จึงเชื่อว่าหากมีโอกาสเป็นรัฐบาลอีกครั้ง จะทำได้อย่างแน่นอน 

ญี่ปุ่นคาดหวังไทยในฐานะประธานอาเซียน ช่วยดัน “อาร์เซ็ป” 
หนุนเศรษฐกิจภูมิภาค มั่นใจ EEC เดินหน้าต่อเนื่อง

อธิบดีจากกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) ประเทศญี่ปุ่น วาดฝันหนุนไทย ในฐานะประธานอาเซียน ผลักดันความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียนให้เป็นรูปธรรม พร้อมยืนยันไม่ว่าการเมืองจะเป็นอย่างไร ญี่ปุ่นยังเชื่อมั่นในEEC และมั่นใจว่าเป็นแหล่งลงทุนที่เหมาะสำหรับนักลงทุนญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

       นายมาซาคิ อิชิกาว่า อธิบดีสำนักความร่วมมือการค้าและเศรษฐกิจ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (METI) ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า สาเหตุที่ทั้งจีนและญี่ปุ่นเลือกจับมือกันลงทุนในไทย เพราะจีนและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลไทยมายาวนาน ส่วนในเรื่องการเลือกตั้งของไทยนั้น ทางญี่ปุ่นมองว่าที่ผ่านมาไทยผ่ายการเลือกตั้งมาหลายครั้ง แต่นโยบายส่งเสริมการลงทุนก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง โดยญี่ปุ่นมองว่าไทยยังคงน่าลงทุน และมีความสำคัญในฐานะการเป็นฐานการลงทุนขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น ซึ่งที่ผ่านมาญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เข้ามาลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว

       “ด้วยความสัมพันธ์อันยาวนานประหว่างสองประเทศ ญี่ปุ่นมีความเข้าใจไทยในหลายๆ ด้าน สำหรับการเลือกตั้งในประเทศไทย ส่วนตัวไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการเมือง แต่มั่นใจว่าไม่ว่าการเมืองจะเป็นอย่างไร EEC ก็ยังสามารถเดินหน้าและเป็นฐานการลงทุนสำคัญของนักลงทุนจากญี่ปุ่น และจากทั่วโลกได้อย่างมีศักยภาพ เพราะถือว่าเป็นทำเลที่น่าลงทุน เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน หรือแม้แต่ในภูมิภาคอื่นๆ”

       ส่วนเรื่องการพิจารณาประเทศที่ 3 ที่ทั้งจีนและญี่ปุ่นจะออกไปลงทุน จะดูความน่าเชื่อถือทางการเงินว่ามีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน หากมีความเสี่ยงน้อย และน่าลงทุน ก็จะไปลงทุนทุกที่ และ EEC ก็เป็นหนึ่งในการลงทุนที่มีความคุ้มค่าและมีศักยภาพสำหรับรองรับการลงทุนของญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่

       ขณะเดียวกันญี่ปุ่นก็พยายามผลักดันอาร์เซ็ปอย่างเต็มที่ และมั่นใจว่าไทยก็เห็นถึงความสำคัญของอาร์เซปเช่นกัน ดังนั้นในฐานะที่ไทยเป็นประธานอาเซียนในปีนี้ จึงหวังว่าไทยจะเป็นผู้นำในการผลักดันอาร์เซปในเวทีอาเซียนให้มีความคืบหน้า ซึ่งการเจรจาในเรื่องนี้ไม่ง่าย เพราะมีสมาชิกหลายประเทศ แต่ญี่ปุ่นก็มีความมั่นใจและหวังว่าที่สุดแล้วอาร์เซปก็จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

อมตะซิตี้ ระยอง ร่วมยกระดับนิคมฯ สู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco-Committee)

เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ไม่ได้เป็นเทรนด์ที่มาแล้วก็ไป หากแต่เป็นวิสัยทัศน์และแผนการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมและจริงจังของนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งทั่วโลก รวมถึงล่าสุดนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง ที่มุ่งพัฒนาสู่การเป็น Eco-Committee อย่างแท้จริง

       นายมานิต อินเมฆ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการความร่วมมือการมีส่วนร่วมเพื่อยกระดับนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง สู่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco-Committee) ครั้งที่ 1/2562 โดยมีคณะกรรมการจากหน่วยงานท้องถิ่นทั้งภาครัฐและเอกชน ผู้แทนจากสถานประกอบการภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง เข้าร่วมการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็น ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศต่อไป 

       โดยในปี 2562 นี้ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  (กนอ.) มีเป้าหมายให้นิคมอุตสาหกรรมทุกแห่งที่เปิดดำเนินการจะต้อก้าวเข้าสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศโดยถ้วนหน้า  อีกทั้งจะมุ่งพัฒนานิคมอุตสาหกรรมให้เป็นไปในรูปแบบของ Cluster base อาทิ นิคมฯ ท่องเที่ยวและบริการ, นิคมฯ อากาศยานและศูนย์ซ่อมอากาศยาน และนิคม SMEs เป็นต้น
        
       ทั้งนี้ข้อมูลจากศูนย์เผยแพร่ พัฒนา และบริหารจัดการเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ให้ความหมายของ “เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ” ว่า หมายถึง  รูปแบบการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนบนพื้นฐานความสมดุลของเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม ความสอดคล้องกับกฎหมาย และความเป็นไปได้ทางเทคโนโลยี  ด้วยการลดการใช้ทรัพยากรและพลังงานหรือการใช้ทรัพยากรและพลังงานให้คุ้มค่า และลดการปลดปล่อยของเสียให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต โดยได้รับการยอมรับจากชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน และสิ่งแวดล้อมโดยรอบและโดยรวม  ทั้งนี้ต้องยึดหลักการความร่วมมือพึ่งพากันของผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมหน่วยงานรัฐท้องถิ่น และชุมชน เพื่อมุ่งสู่ประโยชน์ส่วนรวมร่วมกัน

ปตท. ผนึก จีอี   มุ่งพัฒนาคนและการศึกษาในพื้นที่ EECi

ปตท. และ จีอี ประเทศไทย ทำ   MOU ร่วมกันศึกษาอุตสาหกรรมการพัฒนาคนและการศึกษาในเขตนว้ตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) รองรับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศผ่านการวิจัยนวัตกรรมและการพัฒนาทรัพยากรที่สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0

       นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ปตท. และ นายโกวิทย์ คันธาภัสระ ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีอี ประเทศไทย, นายดิมิที เลมอนนีทีส ผู้อำนวยการด้านหลักสูตรอบรมสำหรับลูกค้า ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค ร่วมในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง ปตท. และบริษัท จีอี ประเทศไทย เพื่อสนับสนุนโครงการ Eastern Economic Corridor of Innovation (EECi) ซึ่งจะร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ในการสนับสนุนอุตสาหกรรมการพัฒนาคนและการศึกษา และแสวงหาโอกาสความร่วมมือทางการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ที่จะนำไปสู่การเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจ รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง Crotonville Management School และ PTT-GE Solution Center ในพื้นที่โครงการ EECi @Wangchan Valley เป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

       นายชาญศิลป์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีความสำคัญต่อการสนับสนุนนโยบาย Thailand 4.0 ในการพัฒนาคนและการศึกษา รวมถึงขยายผลสู่การดำเนินการวิจัยและพัฒนาเชิงพาณิชย์ในพื้นที่โครงการ EECi ระหว่าง ปตท. และ จีอี ประเทศไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ CHANGE for Thailand 4.0 ของ ปตท. และยังตั้งใจสนับสนุนให้พื้นที่ EECi วังจันทร์ จ.ระยอง เป็นแพลตฟอร์มที่มีองค์ประกอบอันเพรียบพร้อมด้วยระบบนิเวศนวัตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิจัยจากสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ที่พร้อมขับเคลื่อนสู่อนาคตที่มั่งคั่งและยั่งยืน

       ขณะที่ นายโกวิทย์ คันธาภัสระ ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีอี ประเทศไทย กล่าวว่า การลงนามในข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือและพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของทั้ง 2 บริษัท ในการส่งเสริมความสามารถและพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ จากการนำหลักสูตรระดับโลกที่มีมานานกว่า 6 ทศวรรษ มาสร้างความเป็นผู้นำ และมีส่วนร่วมพัฒนา รวมถึงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน

 

 

ข่าวสารเกี่ยวกับ EEC

EEC Hot News Vol.31

ติดต่อเรา