EEC Hot News Vol.16

Home > Pr > News > EEC Hot News Vol.16
413

EEC Hot News Vol.16

- EEC ดันโลจิสติกส์ กว่า 5,000 ราย เตรียมพร้อมรับเศรษฐกิจขยายตัว
- EEC 
ดึง 2 สถาบันศึกษาชั้นนำญี่ปุ่น ร่วมสร้างบุคลากรด้านเทคโนโลยีชั้นสูง  
- เปิดโชว์เคสเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสุดล้ำ ในงาน INTERMACH 2019
ขานรับการเติบโตของ EEC
เดินหน้าสร้าง “รพ.ธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา” คาดรองรับผู้ป่วยกว่า 500,000 คนต่อปี

EEC ดันโลจิสติกส์ กว่า 5,000 ราย เตรียมพร้อมรับเศรษฐกิจขยายตัว

 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งผลักดันธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ กว่า 5,000 ราย นำเทคโนโลยีมาใช้ สร้างเครือข่าย พัฒนาบุคลากร คุณภาพบริการ และสร้างมาตรฐานการขนส่ง เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC

         นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า วางแผนการพัฒนาธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ที่ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มากขึ้น เพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ ซึ่งสิ่งแรกที่จะดำเนินการ คือ การปรับเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ให้ผู้ประกอบธุรกิจเพื่อรองรับการแข่งขันในตลาดที่เพิ่มขึ้น ด้วยการสนับสนุนให้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยบริหารจัดการธุรกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและคู่ค้า ตลอดจนสร้างเครือข่ายด้วยการเปลี่ยนคู่แข่งเป็นพันธมิตร, พัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญในการประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ, พัฒนาคุณภาพการให้บริการ, การรักษาฐานลูกค้าในปัจจุบัน และสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในการให้บริการขนส่งสินค้าที่ต้องถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยและไม่เสียหาย

         ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์ มาตั้งแต่ปี 2553-2561 สามารถผลักดันให้ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์พัฒนาตนเองและระบบการบริหารจัดการธุรกิจ จนได้รับเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน ISO 9001 จำนวนกว่า 500 ราย แบ่งเป็นธุรกิจขนส่งสินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่อง 67%, บริการรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ 13%, ตัวแทนออกของรับอนุญาต 11%, คลังสินค้า 5% และบริการโลจิสติกส์ครบวงจร 4% และจะผลักดันให้ธุรกิจโลจิสติกส์ได้มาตรฐาน ISO 9001 ให้เพิ่มขึ้น โดยปี 2562 จะเน้นในพื้นที่ EEC 

         สำหรับข้อมูลล่าสุด (วันที่ 31 มีนาคม 2562) มีนิติบุคคลให้บริการโลจิสติกส์ในพื้นที่ EEC รวมทั้งสิ้น 5,015 ราย ทุนจดทะเบียนรวม 34,465 ล้านบาท แบ่งเป็นจังหวัดชลบุรี 3,560 ราย ทุนจดทะเบียน 22,942 ล้านบาท, จังหวัดระยอง 933 ราย ทุนจดทะเบียน 3,599 ล้านบาท และฉะเชิงเทรา 522 ราย ทุนจดทะเบียน 7,923 ล้านบาท โดยจำนวนธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ ในเขต EEC คิดเป็น 20.18% จากจำนวนธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 24,852 ราย

EEC  ดึง 2 สถาบันศึกษาชั้นนำญี่ปุ่น ร่วมสร้างบุคลากรด้านเทคโนโลยีชั้นสูง  

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เล็งดึง 2 สถาบันการศึกษาชั้นนำของญี่ปุ่น ร่วมลงทุนกับมหาวิทยาลัยไทย 3 แห่ง ปั้นบุคลากรป้อนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง พร้อมสนับสนุนภาคธุรกิจใช้หุ่นยนต์อุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับประเทศ

         นายชิต เหล่าวัฒนา ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เผยมุมมองการพัฒนาภาคการผลิตของอุตสาหกรรมไทย โดยมองว่าอุตสาหกรรมไทยจะอยู่รอดได้ในอนาคตหากมีการนำเทคโนโลยีเครื่องจักรอัตโนมัติและหุ่นยนต์ มาใช้เพื่อลดต้นทุนในภาคการผลิตมากขึ้น และเชื่อว่าภายใน 5 ปีจากนี้ จะมีการลงทุนซื้อเครื่องจักรอัตโนมัติและหุ่นยนต์ 4 แสนล้านบาท หลังจากที่รัฐบาลออกมาตรการภาษีและการฝึกอบรมต่างๆ โดยเฉพาะในพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งระยะสั้น ภาครัฐจะส่งเสริมให้เกิดธุรกิจด้านออกแบบระบบหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (SI) ที่เป็นของคนไทยให้เพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีบริษัท SI กว่า 200 ราย แต่มีประสิทธิภาพสูงเพียง 40-50 รายเท่านั้น ทำให้มูลค่าการซื้อหุ่นยนต์จะอยู่ภายในประเทศ มูลค่ากว่า 160,000 ล้านบาท และส่งผลให้บริษัทผลิตหุ่นยนต์จากทั่วโลกเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในที่สุดอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ไทยจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้งในด้านการเป็นฐานการผลิตและด้านบุคลากรที่มีทักษะ ความเชี่ยวชาญในระดับสูง

         นอกจากนี้ สกพอ. ยังได้เชิญชวนมหาวิทยาลัยชั้นนำ 2 แห่งของญี่ปุ่น ได้แก่ มหาวิทยาลัยโตเกียว ที่มีความโดดเด่นด้านวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ชั้นสูง และมหาวิทยาลัยวาเซดะ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์และเทคโนโลยี มาร่วมมือกับมหาวิทยาลัยของไทย 3 แห่ง ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) มหาวิทยาลัยสยาม และสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (TNI) ซึ่งจะเดินทางมาหารือในรายละเอียดร่วมกัน วันที่ 14 พฤษภาคมนี้

         มั่นใจว่าความร่วมมือกันอย่างแนบแน่นจะช่วยผลิตบุคลากรด้านเทคโนโลยีชั้นสูงให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยเป็นจำนวนมาก เนื่องจากรัฐบาลมีการแก้ไขกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่างๆ ให้ญี่ปุ่นหรือต่างชาติเข้ามาลงทุนตั้งมหาวิทยาลัยได้ง่ายขึ้น จากเดิมที่ต้องใช้เวลาขออนุญาตนานกว่า 4 ปี ซึ่งที่ผ่านมา มีมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอนจากสหรัฐอเมริกา ขอตั้งมหาวิทยาลัยแล้ว รวมทั้งมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันที่ร่วมมือกับนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ซึ่งใช้เวลาดำเนินการเพียง 2-3 เดือน 

         ขณะเดียวกัน บริษัท มิตซูบิชิ ยังได้ทุ่มเงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งลงทุน 45 ล้านบาท ตั้งสถาบันฝึกอบรมบุคลากรรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย คาดว่าจะผลิตบุคลากรได้ราว 4,000-5,000 คนต่อปี

เปิดโชว์เคสเทคโนโลยีอุตสาหกรรมสุดล้ำ  ในงาน INTERMACH 2019 ขานรับการเติบโตของ EEC

UBM ผู้จัดงาน INTERMACH  2019  เตรียมนำผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาคการผลิต 1,200 ราย จาก 45 ประเทศ ร่วมจัดงานแสดงเทคโนโลยีเครื่องจักรและหุ่นยนต์ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในพื้นที่ EEC 

         นายสรรชาย นุ่มบุญนำ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เครื่องจักรอัตโนมัติและหุ่นยนต์จะมีบทบาทต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยมากขึ้น ทาง UBM  จึงได้จัดงานอินเตอร์แมคและเอ็มทีเอ 2019 เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าของภาคการผลิต โดยเฉพาะระบบออโตเมชั่น, เทคโนโลยี AI, การนำเอาซอฟต์แวร์มาจัดการในสายการผลิตเพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับเครื่องจักรเดิมที่มีอยู่แล้ว รวมทั้งการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบของ Big Data ตลอดจนกลุ่มอุตสาหกรรมอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อากาศยาน และ เครื่องมือแพทย์ เป็นต้น ซึ่งตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยตื่นตัวในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก

         ภายในงานยังได้รวบรวมเครื่องจักรกล หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีเครื่องตัดเลเซอร์กว่า 1,200 แบรนด์ จาก 45 ประเทศ มีพาวิลเลียนชั้นนำจาก ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลี ไต้หวัน และจีน รวมทั้งสาธิตการแสดงสายการผลิตอัจฉริยะ และเทคโนโลยีการผลิตจากแบรนด์ชั้นนำ คาดว่ามีผู้ตัดสินใจซื้อมากกว่า 47,000 คน และยังมีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ทั้งนี้ จะจัดงานขึ้นระหว่างวันที่ 8 -11 พฤษภาคมนี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา


เดินหน้าสร้าง “รพ.ธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา” คาดรองรับผู้ป่วยกว่า 500,000คนต่อปี

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมเดินหน้าการก่อสร้าง ”โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา” ขนาด 300 เตียง หลังได้รับมอบที่ดินจำนวนกว่า 18 ไร่ มูลค่า 30 ล้านบาท จากบริษัท สยามกลการ จำกัด เพื่อให้เป็น Medical Hub รองรับการขยายตัวของประชากรและภาคอุตสาหกรรมโดยรอบพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชน คาดว่าเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถรองรับผู้ป่วยมากกว่า 500,000 คนต่อปี

       รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า การรับมอบที่ดินจำนวน 18 ไร่ 2 งาน 74 ตารางวา คิดเป็นมูลค่า 30 ล้านบาท บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา ตำบลโป่ง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จากบริษัท สยามกลการ ก็เพื่อนำไปพัฒนาก่อสร้าง “โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษสำหรับกิจการการแพทย์ครบวงจร (EECmd) ที่จะเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและบริการทางการแพทย์ครบวงจร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพแก่ชุมชน ท้องถิ่นและอุตสาหกรรมต่างๆ รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยวในพื้นที่ EEC ซึ่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีศักยภาพทั้งด้านความรู้ การวิจัย นวัตกรรม บริการ และบุคลากรทางการแพทย์ ที่พร้อมก้าวสู่การเป็น Medical Hub ในอนาคต

       สำหรับโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา จะมีขนาด 300 เตียง โดยจะเสนอของบประมาณประจำปี 2563 จำนวน 2,600 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างอาคารหลัก ส่วนอาคารอื่นๆ อีก 7 หลัง ซึ่งประกอบด้วย 1.ศูนย์ Wellness Center 2.Service Apartment เพื่อผู้สูงอายุ 3.โรงพยาบาลทั่วไป 4.หอพักแพทย์และพยาบาล 5.อาคารบริการร่วม 6.อาคารแพทย์ศาสตร์ศึกษา และ 7.สถาบันวิจัยสำหรับ Startup และ Science Park ด้านการแพทย์ จะเป็นการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน (PPP) วงเงินลงทุนประมาณ 5,000 ล้านบาท คาดว่าโครงการดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในปี 2563 และก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2567

       เบื้องต้น ประเมินว่าโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา จะสามารถรองรับผู้ป่วยในได้มากกว่า 20,000 คนต่อปี และผู้ป่วยนอกประมาณ 400,000-500,000 คนต่อปี

       ด้าน นายพรเทพ พรประภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามกลการ จำกัด กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ EEC มีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการก่อสร้างโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยาในพื้นที่ EECmd จะทำให้ประชาชนในพื้นที่โดยรอบ EEC ทั้งเด็ก เยาวชน จนถึงผู้สูงวัย มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาลอย่างสะดวก รวดเร็ว และมีคุณภาพในระยะยาว นอกจากนี้ มองว่าการพัฒนาของพื้นที่ EECmd จะเป็นศูนย์กลางสำคัญของการยกระดับบริการทางการแพทย์ที่ครบวงจรในพื้นที่ภาคตะวันออก เนื่องจากมีที่ตั้งอยู่ใกล้ระบบโครงสร้างพื้นฐานทั้งสนามบินอู่ตะเภา มอเตอร์เวย์ และท่าเรือแหลมฉบัง
                 


 

ข่าวสารเกี่ยวกับ EEC

EEC Hot News Vol.39

ติดต่อเรา