EEC Hot News Vol.34

Home > Pr > News > EEC Hot News Vol.34
377

EEC Hot News Vol.34

เล็งต่ออายุมาตรการส่งเสริมลงทุน EEC ก่อนหมดอายุ 30 ..นี้
ทุ่ม 400 ล้านบาท ตั้งศูนย์ EECIE เฝ้าระวังมลพิษนิคมอุตสาหกรรมใน EEC
-
 โชว์ศักยภาพเมืองการบิน เล็งดึงงาน Air Show จัดในไทย ช่วงปี 2566-2567 
เอกชนมือโปร พร้อมลุยธุรกิจกำจัดขยะอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC
 

เล็งต่ออายุมาตรการส่งเสริมลงทุน EEC
ก่อนหมดอายุ 30 ..นี้

          เครื่องมือหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็คือ มาตรการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ซึ่งเปิดให้ภาคเอกชนยื่นขอรับประโยชน์ตามมาตรการดังกล่าวไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2562 แต่เพื่อเร่งเครื่องให้เกิดเม็ดเงินลงทุนมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังนี้โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายทางสำนักงาน EEC จึงมีแนวคิดจะขอต่ออายุมาตรการพร้อมกับปรับเงื่อนไขใหม่เพื่อจูงใจการลงทุน

         นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ลกพอ.) เปิดเผยว่า เตรียมหารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พิจารณาต่ออายุมาตรการส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้นักลงทุนยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ ออกไปจากกำหนดเดิมที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 ธันวาคม 2562 เพื่อให้เกิดการลงทุนขยายกิจการได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเสนอให้ BOI ปรับเงื่อนไขจูงใจนักลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายมากขึ้น เบื้องต้นคาดว่าจะต่ออายุเป็นรายปี  

         สำหรับมุมมองของภาคเอกชน เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือต้องการให้ BOI ต่ออายุมาตรการดังกล่าว นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (WHA) กล่าวสนับสนุนให้ภาครัฐมีมาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ EEC อย่างต่อเนื่อง และเร่งรัดการดำเนินการและขั้นตอนต่าง ๆ อย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรมหรือเขตอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริม โดย WHA คาดหวังว่าเมื่อสามารถตั้งคณะรัฐมนตรี  และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ได้แล้วจะเร่งผลักดันโครงการ EEC ให้เดินหน้าอย่างต่อเนื่องโดยเร็ว

         ด้าน นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ รองเลขาธิการ BOI กล่าวว่า การต่ออายุอาจเป็นรูปแบบเดิมหรือปรับรูปแบบใหม่ขึ้นอยู่กับเป้าหมายการส่งเสริมการลงทุนว่าจะเกิดประโยชน์และมีความเหมาะสมกว่าเดิมหรือไม่ โดย BOI เตรียมจัดกิจกรรมนำเสนอข้อมูลการลงทุน (โรดโชว์) เพื่อกระตุ้นการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังนี้ หลังจากช่วงไตรมาสแรกของปี (มกราคม.-มีนาคม) มียอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 116 โครงการ มูลค่าการลงทุนประมาณ 75,054 ล้านบาท หลังจากที่ได้ไปโรดโชว์มาแล้วในหลายประเทศ เช่น สเปน, เยอรมนี และฝรั่งเศส ในอุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายของไทย อาทิ อุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์, อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ, อุตสาหกรรมอาหาร, เครื่องจักรกล และระบบอัตโนมัติ เป็นต้น ช่วงไตรมาสแรกปี 2562

สำหรับสิทธิประโยชน์ BOI กำหนดพื้นที่ให้การส่งเสริมการลงทุน 3 ประเภท คือ
       1.เขตส่งเสริมเพื่อกิจการพิเศษ ประกอบด้วย เมืองการบินภาคตะวันออก (EECa) เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EEcd) และเขตนวัตกรรมในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECi)
       2.เขตส่งเสริมเพื่อกิจการอุตสาหกรรมเป้าหมาย ประกอบด้วยนิคมอุตสาหกรรม 21 แห่ง
       3.นิคมอุตสาหกรรมหรือเขตอุตสาหกรรมที่ได้รับการส่งเสริม โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 10 ปี และต่ออายุได้สูงสุด 3 ปี และลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% สูงสุด 5 ปี เป็นต้น ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์สูงกว่าเกณฑ์ปกติ

        ขณะที่อุตสาหกรรมเป้าหมายที่ได้รับการส่งเสริมลงทุน ได้แก่ อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ, อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร, อุตสาหกรรมหุ่นยนต์, อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์, อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ, อุตสาหกรรมดิจิทัล, อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 

ทุ่ม 400 ล้านบาท ตั้งศูนย์ EECIE
เฝ้าระวังมลพิษนิคมอุตสาหกรรมใน EEC

กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เตรียมใช้งบประมาณ 400 ล้านบาท ตั้งศูนย์เฝ้าระวังปัญหามลพิษในเขตนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) หลังพบภาคอุตสาหกรรมขยายพื้นที่การลงทุนหนาแน่น มากกว่า 1 แสนไร่ 

         นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) อยู่ระหว่างขอจัดสรรงบประมาณปี 2563 จำนวน 10-12 ล้านบาท เพื่อศึกษาการจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) หรือ EECIE  เพื่อดูแลด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยจากภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากที่ผ่านมา มีการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC หนาแน่นกว่า 1 แสนไร่ กระจายอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ประมาณ 31 แห่ง เบื้องต้นศูนย์นี้จะตั้งอยู่บนพื้นที่ 163 ไร่ ภายในศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี โดยใช้งบประมาณดำเนินการ 300-400 ล้านบาท ซึ่งจะอยู่ศูนย์กลางของแหล่งอุตสาหกรรมใน 3 จังหวัด คือ ระยอง, ชลบุรี และฉะเชิงเทรา เนื่องจากมีจำนวนนิคมอุตสาหกรรมกระจุกตัวอยู่มาก

         ทั้งนี้ ศูนย์แห่งนี้จะเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษทางด้านสิ่งแวดล้อม น้ำ อากาศ กากอุตสาหกรรม และวัตถุอันตราย และเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่มีสถานีตรวจวัดมลพิษเคลื่อนที่ รถฉุกเฉิน พร้อมเครื่องเก็บตัวอย่างที่ทันสมัย และยังจะเป็นศูนย์รวมระบบบริการจัดการฐานข้อมูลของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งแบ่งขอบเขตงานเป็น 2 ส่วน คือ 1.การเฝ้าระวังและเตือนภัยด้านมลพิษ สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และวัตถุอันตรายภาคอุตสาหกรรม และ 2.เป็นศูนย์ประชุม ฝึกอบรม แสดงนิทรรศการ และถ่ายทอดเทคโนโลยี

         “ขณะนี้ กรอ. กำลังจัดทำโครงการเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณกลางปี 2563 ประมาณ 10-12 ล้านบาท จากงบทั้งหมด 300-400 ล้านบาท เพื่อจัดจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งศูนย์อีอีซีไออีในระยะแรก ส่วนระยะที่ 2 จะเป็นการจัดตั้งศูนย์ศึกษาออกแบบระบบฐานข้อมูล ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ ที่เหมาะสม รวมถึงการออกแบบอาคารศึกษาระบบเชื่อมโยงข้อมูลจากฐานข้อมูลต่าง ๆ เป็นต้น ขณะที่ระยะที่ 3 ในปี 2563-2564 จะของบประมาณดำเนินงานก่อสร้างอาคารส่วนที่ 1 และภายในปี 2566 จะก่อสร้างอาคารศูนย์ประชุม ฝึกอบรม แสดงนิทรรศการและถ่ายทอดเทคโนโลยีแล้วเสร็จทั้งหมด”

         นายทองชัย กล่าวว่า เมื่อศูนย์อีอีซีไออีเสร็จสมบูรณ์ จะทำให้การติดตาม ตรวจสอบพิสูจน์ทราบถึงแหล่งที่มาของการปล่อยสารเคมี วัตถุอันตราย กากอุตสาหกรรม น้ำเสีย และมลพิษทางอากาศ จากโรงงานต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจนและแม่นย้ำมากขึ้น ที่สำคัญยังสามารถใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการบริหารจัดการ, กำกับ, คาดการณ์ ประเมินผล และแจ้งเตือนภัย กรณีเกิดเหตุภาวะฉุกเฉินอีกด้วย

โชว์ศักยภาพเมืองการบิน
เล็งดึงงาน Air Show จัดในไทย ช่วงปี 2566-2567 


ธุรกิจการบินกำลังเฟื่องฟูทั่วโลก โดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association: IATA) ประเมินว่าภายในปี 2036 จะมีกว่า 7.8 พันล้านคนทั่วโลกเดินทางทางอากาศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่อากาศยานกำลังเป็นธุรกิจเนื้อหอม และเป็นภูมิภาคที่ขับเคลื่อนดีมานด์ด้านนี้มากที่สุด ดังนั้นการเตรียมดึงงาน Air Show มาจัดที่ประเทศไทย ในช่วงปี 2566-2567 จึงนับเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยตอกย้ำภารกิจการสร้างเมืองการบินภาคตะวันออกของ EEC ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

         นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพ.) กองทัพเรือ และทีเส็บ อยู่ระหว่างประสานงานเพื่อชักชวนงาน Air Show เข้ามาจัดในประเทศไทยในช่วงปี 2566-2567 เพื่อแสดงความพร้อมและศักยภาพของไทยในการจัดตั้งศูนย์ซ่อมอากาศยาน (MRO) ในพื้นที่โครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ภายใต้ความร่วมมือระหว่างการบินไทยกับพันธมิตรต่างชาติ  

         ทั้งนี้ งาน Air Show นับเป็นงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์การบิน ที่จะทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายได้มาพบกัน หากประเทศไทยได้รับเลือกใช้เป็นพื้นที่จัดงาน จะต้องสร้างอาคารขึ้นมารองรับงานนี้เป็นพิเศษเพราะเป็นงานใหญ่ที่จะมีผู้เข้าร่วมงานนับหมื่นคน อย่างไรก็ตาม จะต้องเสนอให้รัฐบาลพิจารณาอนุมัติก่อนดำเนินการ และเชื่อว่าจะเป็นโอกาสสำหรับประเทศไทย เพราะที่ผ่านมามีเพียงสิงคโปร์และจีนเท่านั้นที่เคยจัดงานลักษณะนี้ โดยที่สิงคโปร์ถือเป็นงาน Air Show ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

         นอกจากนี้ TCEB ยังมีการศึกษาความเป็นได้ในการก่อสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติแห่งใหม่ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเป็นการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public Private Partnership: PPP) และขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาความเหมาะสมว่าจะก่อสร้างศูนย์ประชุมดังกล่าวในพื้นที่ใดใน EEC คาดว่าจะศึกษาแล้วเสร็จในปี 2563 


เอกชนมือโปร พร้อมลุยธุรกิจกำจัดขยะอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC

หนึ่งในเป้าหมายของ EEC คือการสร้างความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ พร้อมกับได้ส่งเสริมให้เอกชนได้ลงทุนในธุรกิจกำจัดขยะอุตสาหกรรมเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

      ล่าสุด บมจ. โปรเฟสชันแนล เวสต์ เทคโนโลยี (1999) หรือ PRO บริษัทกำจัดขยะอุตสาหกรรม มีแผนและนโยบายในการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพในการให้บริการโดยในปีที่ผ่านมามีการก่อสร้างอาคารห้องปฎิบัติการแห่งใหม่ เพื่อรองรับการวิเคราะห์กากอันตราย  และมีแผนในการก่อสร้างโรงงานทำปุ๋ยและโรงงานทำอิฐบล็อกเพื่อนำกากอุตสาหกรรมบางชนิดให้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก
       นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับประโยชน์จากนโยบาย EEC ของรัฐบาลที่ส่งเสริมการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม ทำให้มีการเปิดโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้นกว่า 20,000 โรงงาน ในเขตจังหวัดชลบุรี, ระยอง และฉะเชิงเทรา รวมถึงสระแก้ว และปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ต่อเนื่องของ EEC ด้วย ทำให้บริษัท ฯ มีโอกาสได้งานเพิ่มมากขึ้น จากการเปิดโรงงานที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของ EEC โดย PRO ประกอบด้วยทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในธุรกิจการให้บริการบำบัดและกำจัดกากอุตสาหกรรม เพื่อให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง และปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับแรก
      ทั้งนี้ PRO เป็นบริษัทกำจัดขยะอุตสาหกรรมที่มีพื้นที่ของโครงการขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยมีพื้นที่รวมทั้งหมด 918 ไร่ ซึ่งพื้นที่ที่ใช้งานในปัจจุบันใช้ไปเพียง 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งหมดเท่านั้น ฉะนั้นจึงมีศักยภาพในการรองรับกากของเสียได้อีกไม่ต่ำกว่า 30 ปี   

ข่าวสารเกี่ยวกับ EEC

EEC Hot News Vol.38

ติดต่อเรา