EEC Hot News Vol.36

Home > Pr > News > EEC Hot News Vol.36
805

EEC Hot News Vol.36

เร่งปั้นคนดิจิทัล 200,000 คน เติมศักยภาพ EEC
นักธุรกิจฮ่องกง 40 ราย  เยือนไทย 8-10 ..นี้  หาลู่ทางลงทุนในพื้นที่ EEC
กลุ่ม ปตท. รุกพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน รองรับความต้องการในพื้นที่ EECi
เชิญชวนนักธุรกิจเมืองตงกว่าน ประเทศจีน ลงทุนใน EEC

เร่งปั้นคนดิจิทัล 200,000 คน เติมศักยภาพ EEC

depa เตรียมดึงบริษัทชั้นนำและกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย วางแนวทางพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล รองรับความต้องการในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จำนวน 200,000 คน ภายใน 5 ปี นับจากนี้

         นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เปิดเผยถึงแนวทางการพัฒนาบุคลากร เพื่อรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่มีความต้องการแรงงานดิจิทัลจำนวนมาก โดยในวันที่ 18 กรกฎาคม 2562 นี้ depa จะเชิญบริษัทระดับโลก อาทิ บริษัท หัวเว่ย, ซิสโก้, ไมโครซอฟท์, ออราเคิล และกูเกิล รวมถึงบริษัทที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่ EEC และมีความต้องการบุคลากรด้านดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย, กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์, อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์, อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์, โทรคมนาคม, ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ รวมถึงสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย มาร่วมวางแนวทางพัฒนาบุคลากรดิจิทัลเพิ่มขึ้น เนื่องจากขณะนี้ภาคการศึกษาสามารถผลิตบุคลากรได้เพียง 20,000 คนต่อปีเท่านั้น ในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) แจ้งว่า EEC มีความต้องการแรงงานดิจิทัลถึง 200,000 คน ภายใน 5 ปี หรือเฉลี่ยปีละ 40,000 คน    

         “EEC มีความต้องการแรงงานดิจิทัลจำนวนมาก เพื่อขับเคลื่อนประเทศตามเป้าหมาย แต่ภาคการศึกษามีความสามารถผลิตบุคคลากรด้านนี้ได้เพียง 20,000 คนต่อปีเท่านั้น และในจำนวนนี้มีจบจำนวน 13,000 คน ที่ได้ทำงานในสายที่ตัวเองเรียนจบ ที่เหลืออีก 7,000 คน ตกงานหรือเป็นผู้ประกอบการใหม่ (Startup) ดังนั้นภายใน 5 ปีจากนี้ ประเทศไทยจึงต้องเร่งพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล ได้ทำงานตรงตามทักษะและความต้องการของภาคอุตสาหกรรม 80-90%"

         สำหรับแนวทางการพัฒนาคนดิจิทัลนั้น จะมีการนำนักศึกษาชั้นปีที่ 2-3 ที่ไม่ได้เรียนสายตรงด้านเทคโนโลยีดิจิทัลมาเสริมทักษะด้านดิจิทัลผ่านการเรียนหลักสูตรออนไลน์ และได้เข้าทำงานกับบริษัทที่ลงทุนใน EEC เพื่อเรียนรู้การทำงานจริง ซึ่งรัฐจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ครึ่งหนึ่งที่เหลือเป็นของเอกชน รวมทั้งจะสนับสนุนบุคลากรที่มีทักษะด้านดิจิทัลและเป็นที่ต้องการซึ่งครอบคลุมด้าน Internet of Things  หรือ IoT (การที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะต่างๆ เชื่อมโยงหรือส่งข้อมูลถึงกันได้ด้วยอินเตอร์เน็ต โดยที่ไม่ต้องป้อนข้อมูล), AI (ปัญญาประดิษฐ์), Robotics  (หุ่นยนต์), Matching Learning (ส่วนการเรียนรู้ของเครื่องจักร โดยมากคือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ถูกใช้งานเสมือนเป็นสมองของ AI)  และ Data Analytics (การวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ จากหลายๆ ที่ เพื่อนำมาปรับปรุงธุรกิจ) ให้เข้าทำงานในบริษัทที่ลงทุนใน EEC โดยก่อนหน้านี้ depa และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ได้นำร่องพัฒนาบุคลากรด้านหุ่นยนต์ประมาณ 20 คน มีเอกชนรับเข้าทำงานแล้ว 8 คน แต่ก็ยังมีความต้องการอีกจำนวนมาก  

         นอกจากนี้ depa ยังเตรียมนำพื้นที่สถาบันเพื่ออนาคตประเทศไทย ไอโอที เอไอ และบิ๊กดาต้า ในโครงการเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) มาพัฒนายกระดับเป็น "ไทยแลนด์ ดิจิทัล วัลเลย์" เพื่อสร้างชุมชนของสตาร์ทอัพด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ด้านผลิตฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และการออกแบบมานำเสนอให้แก่บริษัทขนาดใหญ่ในไทยสนับสนุนกลุ่มสตาร์ทอัพเหล่านี้ ทั้งนี้ แผนงานทั้งหมด depa เตรียมเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) คนใหม่พิจารณา เพื่อขับเคลื่อนแผนงานตามเป้าหมายของ EEC

นักธุรกิจฮ่องกง 40 ราย  เยือนไทย 8-10 ..นี้
หาลู่ทางลงทุนในพื้นที่ EEC

คณะนักธุรกิจฮ่องกง เตรียมเดินทางเยือนไทยระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2562 พร้อมสำรวจลู่ทางการค้าและการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) หลังจากที่ได้เปิดสำนักงานสาขาของฮ่องกงในไทยไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบนักลงทุนฮ่องกงเคลื่อนย้ายเงินทุนออกนอกประเทศหนีผลกระทบสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ยันไทยยังคงเป็นเป้าหมายของทุนต่างชาติ   

         นางชณันภัสร์ พิศาลอภิพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ เมืองฮ่องกง กล่าวว่า สคต. ณ เมืองฮ่องกง มีแผนนำคณะนักธุรกิจฮ่องกงจำนวน 40 ราย เดินทางเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2562 และเข้าเยี่ยมชมโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อหาลู่ทางการค้าและการลงทุนในไทย เนื่องจากฮ่องกงเป็น Free Port และเป็น Gateway สำคัญที่มีบทบาทในด้านการค้าและเศรษฐกิจ โดยเป็นเส้นทางการขนส่งหรือโลจิสติกส์ ที่จะเชื่อมโยงกรอบความร่วมมือระหว่างมณฑลกวางตุ้ง - ฮ่องกง - มาเก๊า (Guangdong - Hong Kong - Macao Greater Bay Area : GBA) เข้ากับ EEC ที่รัฐบาลไทยกำลังวางแผนพัฒนาโครงการดังกล่าว เพื่อให้มีบทบาทสำคัญในการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย พร้อมให้สิทธิพิเศษด้านการลงทุนและกฎหมายคุ้มครองการลงทุนในพื้นที่ด้วย

         อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้ฮ่องกงกำลังมีปัญหาการชุมนุมประท้วงในประเทศ แต่เชื่อมั่นว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการค้าและธุรกิจของไทย เนื่องจากไทยยังเป็นเป้าหมายหนึ่งในการย้ายฐานการผลิตเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา (Trade War) แต่ทั้งนี้ ผู้ส่งออกไทยควรติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคการเงิน เนื่องจากมีสัญญาณการย้ายเงินทุนออกจากฮ่องกงเช่นกัน และนอกจากนี้ ในช่วงปลายปี 62 นี้ จะมีคณะผู้บริหารระดับสูงนำโดย นาย Edward Yau เลขาธิการกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าของฮ่องกง มีแผนเดินทางเยือนไทยเพื่อกระชับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างสองประเทศด้วย

         ด้าน นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สคต. ณ เมืองฮ่องกง รายงานว่าการชุมนุมประท้วงใหญ่ในฮ่องกงครั้งนี้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงทางการเมืองของฮ่องกง ส่วนด้านการค้าระหว่างประเทศ ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทยที่ส่งสินค้ามายังฮ่องกง เพราะหากการประท้วงรุนแรงยืดเยื้อจะส่งผลกับการบริโภคและธุรกิจในฮ่องกงเป็นอันดับแรก

         สำหรับสำนักงานสาขาของฮ่องกงในประเทศไทย ซึ่งเปิดดำเนินการมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 62 ที่ผ่านมา เพื่อเดินหน้าขยายการค้าการลงทุน โดยเฉพาะการมีข้อตกลงเปิดเสรีทางการค้าอาเซียน-ฮ่องกง ( ASEAN-HK FTA) เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 62 ที่ผ่านมา จะช่วยกระตุ้นและอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างไทย – ฮ่องกง มากขึ้นในกลุ่มธุรกิจบริการ 77 สาขา ที่ฮ่องกงเปิดให้ถือหุ้นได้ 100% อาทิ การผลิตสื่อรายการโทรทัศน์, เนื้อหาด้านดิจิทัล, บริการก่อสร้าง, โทรคมนาคม และการเงิน เป็นต้น


 

กลุ่ม ปตท. รุกพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน
รองรับความต้องการในพื้นที่ EECi

กลุ่ม ปตท. พร้อมพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนและการจัดการพลังงานไฟฟ้านวัตกรรมต้นแบบในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ สำหรับเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) เพื่อขับเคลื่อนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0

          นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนและการจัดการพลังงานไฟฟ้านวัตกรรมต้นแบบในพื้นที่โครงการเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) ซึ่งตั้งอยู่บนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 344 (บ้านบึง – แกลง) บนพื้นที่ราว 3,455 ไร่ จังหวัดระยอง โดยเป็นการประกาศความร่วมมือระหว่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)  เพื่อพัฒนาพื้นที่ EECi วังจันทร์วัลเลย์ ให้เป็นเมืองวิจัยนวัตกรรมของประเทศ ที่พร้อมด้วยระบบนิเวศนวัตกรรมที่เป็นเลิศ เป็นรากฐานอันแข็งแกร่งที่จะรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-Curve) เพื่อร่วมขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0 ต่อไป

          ล่าสุดได้เดินทางไปศึกษาดูงานเมืองอัจฉริยะที่ Aspern Smart City ประเทศออสเตรีย และ   GIANT Grenoble ประเทศฝรั่งเศส ที่เกิดจากข้อกำหนดของสหภาพยุโรป ที่ระบุให้เมืองใหญจะต้องเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อลดภาวะเรือนกระจก

         ทั้งนี้ กลุ่ม ปตท. มีแผนที่จะสนับสนุนโครงการนี้อย่างต่อเนื่องอีก 10 ปี โดยขณะนี้ได้จัดสรรงบประมาณเข้ามาลงทุนพัฒนาพื้นที่ EECi แล้วประมาณ 3,000 ล้านบาท  และล่าสุดที่ประชุมบอร์ด ปตท.มีมติเห็นชอบให้จัดสรรงบประมาณมาสนับสนุนโรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) และสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ EECi เพื่อทำหน้าที่ผลิตบุคลากรทางด้านวิทยาศาสตร์, วิศวกรรม และเทคโนโลยี (STEM Education) ต่อไปอีก 10 ปี (นับตั้งแต่ปี 2565-2574)

เชิญชวนนักธุรกิจเมืองตงกว่าน ประเทศจีน ลงทุนใน EEC

บีโอไอ  นครกวางโจว ร่วมกับ กรมพาณิชย์ เมืองตงกว่าน สาธารณรัฐประชาชนจีน จัดงานสัมมนาชักจูงการลงทุน ในหัวข้อ “Thailand Investment Opportunity” ณ โรงแรม Wanda Vista Dongguan เมืองตงกว่าน

         นายอภิพงษ์ คุณากรบดินทร์ ผู้อำนวยการบีโอไอนครกวางโจว ได้บรรยายนโยบายส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทย มาตรการส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และมาตรการสมาร์ทวีซ่า (SMART VISA) โดยมีผู้ประกอบการของเมืองตงกว่านให้ความสนใจเข้าร่วมประมาณ 70 คน

         ทั้งนี้เมืองตงกว่าน มีประชากรราว 8.4 ล้านคน GDP 827.9 พันล้านหยวน ตั้งอยู่ตอนกลางของในมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งอยู่ใน Greater Bay Area: GBA นับเป็นหนึ่งในเมืองอุตสาหกรรมหลักของจีน ที่คลาคล่ำไปด้วยโรงงานจำนวนมาก จนได้รับสมญานามว่า "โรงงานของโลก” โดย 1 ใน 5 ของจำนวนสมาร์ทโฟนในโลกนี้ ถูกผลิตที่ตงกว่าน และปัจจุบันกำลังโปรโมทการลงทุนด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เช่นเดียวกับ EEC  ดังนั้นความร่วมมือระหว่างตงกว่านและไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC จึงเป็นนิมิตรหมายอันดีที่จะทำให้เกิดการลงทุนที่มีศักยภาพในอนาคตได้



 

ข่าวสารเกี่ยวกับ EEC

EEC Hot News Vol.53

ติดต่อเรา