Home > Pr > News > EEC Hot News Vol.61 Edit

EEC Hot News Vol.61 Edit

463

EEC Hot News Vol.61 Edit

- รองนายกฯ 'สมคิด' โรดโชว์จีน ดึงนักลงทุน EEC
- ชู EEC ฐานผลิตอุปกรณ์รถยนต์ไร้คนขับ-ระบบอัตโนมัติ
-  
กระทรวงแรงงาน มุ่งพัฒนากำลังคนรับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ป้อน EEC 
  อีสท์ วอเตอร์ รุกให้บริการน้ำครบวงจรทั้งในและนอกพื้นที่อุตสาหกรรม EEC

รองนายกฯ 'สมคิด' โรดโชว์จีน ดึงนักลงทุน EEC

          รองนายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนประเทศจีนอีกรอบ ระหว่างวันที่ 20-25 ตุลาคม 2562 สานต่อความสัมพันธ์ทางด้านการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจ โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) จะลงนาม MOU หนุนการเชื่อมโยง EEC กับ GBA และสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายสนใจ รวมถึงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน
 

          นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะเดินทางเยือนมณฑลกวางตุ้งและเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 20–25 ตุลาคม 2562 เพื่อสานความสัมพันธ์และสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการสานต่อความร่วมมือหลังจากฮ่องกงเข้ามาเปิดสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง (Hong Kong Economic and Trade Office : HKETO) ในกรุงเทพฯ เมื่อเดือนเมษายน 2562 ที่ผ่านมา         

       โดย นายสมคิด กล่าวว่า การเดินทางเยือนจีนในครั้งนี้ จะมีการลงนามร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างผู้บริหาร สกพอ. กับรัฐบาลมณฑลกวางตุ้ง ที่สืบเนื่องจากการหารือร่วมกันเมื่อเดือนพฤษภาคม 2562 เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ EEC กับมณฑลกวางตุ้งและพื้นที่ Greater Bay Area (GBA) และสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในสาขาที่ทั้งสองฝ่ายมีความสนใจ รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งร่าง MOU ฉบับนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา

       นอกจากนี้ ในวันที่ 24 ตุลาคม รองนายกรัฐมนตรี มีกำหนดกล่าวปาฐกถาพิเศษภายในงาน “Strategic Partnership through the Belt and Road Initiative and the EEC” ที่เมืองเซินเจิ้น โดย สกพอ. และ BOI ร่วมจัดทำคำชี้แจงเพื่อแจ้งความคืบหน้าการลงทุนในพื้นที่ EEC และการเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ของประเทศจีน ส่วนวันที่ 25 ตุลาคม จะเข้าร่วมการประชุมและกล่าวปาฐกถาในงาน Guangdong-Hong Kong-Macao Greater Bay Area : New Horizon for China’s Reform and Opening-up ,New Practice of ‘One Country, Two Systems’ and New Platform for Win-Win Cooperation” ที่เขตเศรษฐกิจพิเศษฮ่องกง 

       รวมถึงมีกำหนดการพบและหารือกับ นายหลี่ ซี เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลกวางตุ้ง นายกเทศมนตรีเมืองเซินเจิ้น รวมทั้งนางแครี่ หลำ ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ตลอดจนการพบและหารือกับนักธุรกิจและผู้บริหารบริษัทชั้นนำในพื้นที่ GBA ได้แก่ สภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) สมาพันธ์อุตสาหกรรมฮ่องกง (Federation of Hong Kong Industries) และผู้บริหารบริษัทเอกชนฮ่องกง อาทิ บริษัท Hairma (Nantong) Technology, บริษัท Midea Group,บริษัท Quantum Hi–Tech (China) Biological, บริษัท Primax บริษัท Tymphany และบริษัทในเครือ เป็นต้น


ชู EEC ฐานผลิตอุปกรณ์รถยนต์ไร้คนขับ-ระบบอัตโนมัติ

        มิตซูบิชิ อิเล็คทริค ปักธงประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยีอุปกรณ์เซ็นเซอร์สำหรับรถยนต์ไร้คนขับ จากแรงสนับสนุนของการขับเคลื่อนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พร้อมตั้งศูนย์เรียนรู้และศูนย์ฝึกอบรมแรงงาน Automation Park รองรับการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย หวังยกระดับโรงงานในประเทศไทยให้มีต้นทุนลดลงและมีประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้น 

         นายซาโตชิ มัตซึชิตะ เจ้าหน้าที่บริหารและประธานกลุ่มงานวางแผน กลยุทธ์และการตลาดทั่วโลก บริษัท มิตซูบิชิ อิเล็คทริค คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า บริษัทฯ ได้เริ่มทดสอบเทคโนโลยีสำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนได้ด้วยตนเอง หรือ รถยนต์ไร้คนขับ ในประเทศไทย ซึ่งรถยนต์ไร้คนขับนั้นจะมีระบบเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ระบบมอเตอร์ควบคุมการขับเคลื่อนเพื่อความปลอดภัย รวมถึงระบบแผนที่ (Mobile Mapping System) และแผนที่แบบ 3 มิติ จึงตั้งเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาค และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2563 โดยแรงสนับสนุนหนึ่งมาจากนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งจะมีผลอย่างมากต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต และเอื้อต่อการลงทุนของกลุ่มมิตซูบิชิ อิเล็คทริค ในประเทศไทย เนื่องจากมีโรงงานและฐานการผลิตหลายแห่งที่ตั้งอยู่บริเวณเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก 

       นอกจากนี้ กลุ่มมิตซูบิชิ อิเล็คทริค ยังมองเห็นโอกาสในการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ มีความสามารถ และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ภายใต้โครงการ Human Development Center (EEC-HDC) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัท มิตซูบิช อิเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) กับมหาวิทยาลัยบูรพา จัดตั้งศูนย์ Automation Park เพื่อเป็นศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพแรงงานในด้านระบบการผลิตแบบอัตโนมัติ รองรับการลงทุนใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ EEC รวมทั้งเป็นแหล่งบริการและออกแบบทางด้านระบบอัตโนมัติเพื่อบ่มเพาะให้เกิดบุคลากรด้าน System Integrator (SI) ทำให้ภาคอุตสาหกรรมมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น

       เท่านั้นยังไม่พอ เพราะมีผลิตภัณฑ์ในส่วนธุรกิจ Energy Systems ที่จะสามารถรองรับและผลักดันการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ Smart City ของไทยให้เติบโตอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อาทิ ระบบ Smart Grid ซึ่งเป็นระบบโครงข่ายสำหรับส่งไฟฟ้าอัจฉริยะแบบครบวงจรโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และ Smart Meter มิเตอร์อัจฉริยะที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังงานทดแทนอื่น ๆได้ และแสดงผลหรือส่งข้อมูลการใช้ไฟฟ้าได้อย่างเรียลไทม์ โดยเบื้องต้น รัฐบาลจะนำร่องทดสอบการใช้งานเป็นแห่งแรกที่เมืองพัทยา ทั้งหมด 100,000 ครัวเรือน และในอนาคต อาจปรับใช้ระบบ Smart Water Systems เพื่อการบำบัดน้ำที่มีคุณภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด เป็นต้น      

                      

กระทรวงแรงงาน มุ่งพัฒนากำลังคนรับเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ป้อน EEC 

        กระทรวงแรงงาน เปิดสถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ สร้างแรงงานฝีมือชั้นสูงรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่และการขยายตัวของอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ตั้งเป้าปี 2563 จะพัฒนาฝีมือแรงงานในสาขาดังกล่าวไม่น้อยกว่า 2,000 คน 

         

         หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดสถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (Manufacturing Automation and Robotics Academy-MARA) ซึ่งกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน ดำเนินการจัดตั้งขึ้น ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 3 ชลบุรี เพื่อยกระดับฝีมือแรงงานไทยให้เป็นแรงงานฝีมือชั้นสูงรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่และนวัตกรรม ตอบสนองความต้องการของนายจ้างและสถานประกอบกิจการที่นำเทคโนโลยีอัตโนมัติและหุ่นยนต์เข้ามาปรับใช้ในการกระบวนการผลิตสินค้าและบริการ ตามที่รัฐบาลสนับสนุนการลงทุน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อเพิ่มผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 

     

       ด้าน นายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินงานของสถาบัน MARA จะยึดแนวทางประชารัฐร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา เช่น สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ศูนย์บริหารแรงงานเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นต้น ในการฝึกอบรมช่างฝีมือ พนักงานในสถานประกอบกิจการ การทดสอบฝีมือแรงงาน การออกแบบหลักสูตร พัฒนาครูฝึกเพื่อเป็นวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้ โดยในปี 2563 วางเป้าหมายที่จะพัฒนาฝีมือแรงงานในสาขาเทคโนโลยีอัตโนมัติและหุ่นยนต์ จำนวน 2,000 คน ใน 42 หลักสูตร อาทิ ช่างควบคุมหุ่นยนต์ในอุตสาหกรรม ช่างควบคุมหุ่นยนต์ NACHI การประยุกต์ใช้หน้าจอสัมผัสทางอุตสาหกรรม การเขียนโปรแกรมควบคุมระบบอัตโนมัติ เป็นต้น

        "สถาบัน MARA จะเป็นอีกหน่วยงานสำคัญในการพัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานในอุตสาหกรรมหลักในพื้นที่ทั้งอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์, ยานยนต์และชิ้นส่วน, อาหาร, พลาสติก และแม่พิมพ์ ตอบโจทย์ความต้องการกำลังคน สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบกิจการทั้งชาวไทยและต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่ EEC และยังสอดคล้องกับนโยบาย Workforce Transformation ของกระทรวงแรงงาน ที่มุ่งเดินหน้าปฏิรูปแรงงานให้มีฝีมือรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี นวัตกรรม และสังคมในอนาคตด้วย"

อีสท์ วอเตอร์ รุกให้บริการน้ำครบวงจร
ทั้งในและนอกพื้นที่อุตสาหกรรม EEC         

         บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก เดินหน้าโครงการให้บริการน้ำครบวงจรทั้งในและนอกพื้นที่อุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รองรับความต้องการใช้น้ำที่จะเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาเมืองการบินในอนาคต          

        นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ อีสท์ วอเตอร์ เปิดเผยถึงการให้บริการน้ำแบบครบวงจรในพื้นที่ทั้งในและนอกเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยในปี 2562 ได้ดำเนินหลายโครงการ อาทิ โครงการก่อสร้างระบบผลิตน้ำอุตสาหกรรมให้แก่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง หลังได้ลงนามสัญญาซื้อขายน้ำอุตสาหกรรมเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างระบบผลิตน้ำอุตสาหกรรม มีกำหนดแล้วเสร็จกลางปี 2563 และส่งจ่ายน้ำอุตสาหกรรมตามสัญญาการันตีปริมาณขั้นต่ำ 5.5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ส่วนโครงการก่อสร้างระบบผลิตน้ำอุตสาหกรรมให้แก่โรงไฟฟ้ากัลฟ์ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง อยู่ระหว่างก่อสร้างระบบผลิตน้ำอุตสาหกรรม โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2564 และส่งจ่ายน้ำตามสัญญาปริมาณเฉลี่ยสูงสุด 22 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี 

       นอกจากนี้ ยังมีโครงการงานระบบประปาและบำบัดน้ำเสียในพื้นที่สนามบินอู่ตะเภา โดยให้บริการน้ำครบวงจรทั้งน้ำประปา 20,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน การบำบัดน้ำเสีย 16,000 ลูกบาศก์เมตร และการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ 5,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี 64 เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออกในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังหาโอกาสในธุรกิจอย่างต่อเนื่องในการให้บริการแก่พื้นที่นอกเขต EEC เพิ่มเติมด้วย

 

 

 

 

         

ติดต่อเรา