
เมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2569 ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เข้าร่วมงาน Thailand-Japan Sustainable Business Forum 2026 โดยมีนายอาเบะ อิจิโระ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) นางสาวศุธาศินี สมิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พร้อมด้วย หน่วยงานจากภาครัฐ ภาคเอกชนชั้นนำจากไทย – ญี่ปุ่น และสตาร์อัพ มาร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ ประสบการณ์ และแสวงหาความร่วมมือในการเป็นพันธมิตร เพื่อเปิดมุมมองใหม่และสร้างโอกาสความร่วมมือที่เกิดขึ้น โดยมีหัวข้อการพูดคุยครอบคลุมในหลายประเด็น ทั้งการบูรณาการร่วมกันของเทคโนโลยี AI และการพัฒนาด้านความยั่งยืน, นวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงบทบาทความรับผิดชอบของภาคธุรกิจในระยะยาว ที่ช่วยเปิดโอกาสในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม

ดร. จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ EECO กล่าวว่า ได้มีความร่วมมือกับ องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) มาอย่างยาวนาน ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา ได้มีการขยายความร่วมมือเพื่อส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพและส่งเสริมการพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ เศรษฐกิจชีวภาพ-หมุนเวียน-สีเขียว (BCG Economy) ที่สอดคล้องกับนโยบาย Green Transformation หรือ GX ของประเทศญี่ปุ่น
ในวันนี้ พื้นที่อีอีซี ถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยุคใหม่ กลยุทธ์การพัฒนาจึงเน้นไปที่การยกระดับอุตสาหกรรมผ่านเทคโนโลยีขั้นสูง นวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน โดยเฉพาะเทคโนโลยีการลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) รวมถึงโซลูชันพลังงานคาร์บอนต่ำและพลังงานหมุนเวียน ที่กำลังเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของภาคการผลิตในเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน ความยั่งยืนไม่ได้เป็นเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจในห่วงโซ่อุปทาน การเข้าถึงตลาดโลก และความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาวด้วย

โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่กำลังมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของอีอีซี ที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ ได้แก่ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ยุคใหม่ อุตสาหกรรมดิจิทัล ศูนย์ข้อมูล (Data Centers) และบริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI เทคโนโลยีชีวภาพและการแปรรูปสินค้าเกษตรมูลค่าสูง และอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียว เช่น พลังงานหมุนเวียน ไฮโดรเจนสีเขียว การผลิตพลังงานจากขยะ และการเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน ซึ่งเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าความเข้มแข็งของความร่วมมือของทั้งสองประเทศจะสามารถเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นโอกาสได้

นายอาเบะ อิจิโระ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) กล่าวว่า ไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์อันดีร่วมกันมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ บริษัทญี่ปุ่นมีการลงทุนในประเทศไทยและเติบโตไปพร้อมกันกับการพัฒนาอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศ ดังนั้นเพื่อสานความสัมพันธ์ในการเป็นพันธมิตรให้แน่นแฟ้นมากขึ้น ได้มีการลงนามในบันทึกความร่วมมือ (Memorandum of Cooperation: MOC) กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของไทย (BOI) และ EECO เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันในมิติของการพัฒนาความยั่งยืนและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Transformation) ที่ภาคธุรกิจจำเป็นต้องให้ความสำคัญมากขึ้น ทั้งการลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) การหมุนเวียนทรัพยากร (Resource Circulation) การเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน รวมถึงการนำเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายเหล่านี้ และมุ่งไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)
นอกจากนั้น เจโทร กรุงเทพฯ ยังมีการจัดตั้ง Sustainable Business Desk ขึ้น เพื่อทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบริษัทญี่ปุ่นและไทยให้มากยิ่งขึ้น โดยการดำเนินงานของ เจโทร กรุงเทพฯ ครั้งนี้ จะเป็นเสมือนสะพานเชื่อมทุกฝ่ายและทุกภาคส่วน ในด้านการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนของทั้งสองประเทศเข้าด้วยกันและส่งผลในระยะยาวต่อไป

ด้านนางสาวศุธาศินี สมิตร รองเลขาธิการ BOI กล่าวว่า ในปี 2568 นับเป็นปีแห่งความสำเร็จด้านการลงทุนของประเทศไทย โดยมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของไทยแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี รวมมูลค่ากว่า 1.8 ล้านล้านบาท จาก 3,300 โครงการ และเพิ่มขึ้น 67% จากปีก่อนหน้า (2567) ซึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง อาทิ แบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การเติบโตดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทย และตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาค โดยนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่นยังคงเป็นหนึ่งในนักลงทุนสำคัญของประเทศไทย