
เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO ได้เป็นผู้แทนสำนักงานฯ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ Korea Resonance Hub (KROH) จากสาธารณรัฐเกาหลี ร่วมกับนาง ฮง โซ มิน ประธาน KROH เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ประเทศไทย โดยพิธีลงนามจัดขึ้นควบคู่กับการประชุมหารือเกี่ยวกับความร่วมมือในการพัฒนาร่วมระหว่างผู้ประกอบกิจการ AI ของไทย และเกาหลีใต้ ณ ห้องสัมมนาสำนักงานกฎหมายจีพย็อง (Jipyong Law Firm) กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้
ภายใต้ MOU ฉบับนี้ ทั้งสองหน่วยงานมีเป้าหมายเพื่อจัดตั้งกรอบความร่วมมือเบื้องต้นสำหรับการพัฒนาและการดำเนินกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) รูปแบบมาตรฐานสากลภายในพื้นที่อีอีซี และอาจพัฒนาความร่วมมือในรูปโครงการอื่นได้ต่อไปในอนาคต โดยระยะแรกทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันกำหนดแนวทางดำเนินงานในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การประเมินความต้องการและลำดับความสำคัญของโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่อีอีซี การตรวจสอบความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานหลัก เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น และระบบสื่อสารโทรคมนาคม การพิจารณากระบวนการอนุญาตและมาตรการส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษ การจัดทำแผนงานและโรดแมปการดำเนินโครงการในแต่ละระยะ
โดย EECO จะทำหน้าที่สนับสนุนและอำนวยความสะดวกด้านนโยบาย กฎระเบียบ การอนุญาต แนะนำและสนับสนุนในกรณีที่ต้องประสานงานกับหน่วยงานรัฐอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการพิจารณาสิทธิประโยชน์จากมาตรการจูงใจด้านการลงทุนของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ขณะที่ KROH จะทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมโยงภาคเอกชนจากสาธารณรัฐเกาหลี อาทิ ผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ บริษัทผู้ประกอบการด้านกิจการพลังงาน และผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม รวมถึงสถาบันการเงิน เข้าสู่โอกาสการลงทุนในประเทศไทย

ทั้งนี้ มีการคาดหมายว่า ความต้องการดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกในภูมิภาคเอเชียจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงได้เร่งผลักดันพื้นที่อีอีซี ซึ่งมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานหลัก ทั้งระบบไฟฟ้า ท่าเรือ และสนามบิน ให้เป็นฐานรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรม AI ขณะเดียวกันสาธารณรัฐเกาหลีก็มีนโยบายที่จะขยายความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในต่างประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม AI และเทคโนโลยีขั้นสูงของผู้ประกอบการในประเทศ ส่งผลให้ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในครั้งนี้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของทั้งสองประเทศ โดยภายหลังจากการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ทั้งสองหน่วยงานจะเดินหน้าหารือในระดับปฏิบัติการ เพื่อพิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับโครงการ รวมถึงพัฒนาแนวทางด้านเทคนิคและรูปแบบการดำเนินงาน ตลอดจนกำหนดกรอบเวลาการดำเนินโครงการในรายละเอียดต่อไป
นอกจากนี้ ในการประชุมฯ ได้มีการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือในการพัฒนาร่วมระหว่างผู้ประกอบกิจการ AI ของไทย และ เกาหลีใต้ ยังได้มีการแลกเปลี่ยนแนวทางนำเทคโนโลยี AI ของเกาหลีมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจและอุตสาหกรรมสาขาต่าง ๆ อาทิ ความร่วมมือด้าน AI ทางการแพทย์ และการประยุกต์ใช้ AI ในอุตสาหกรรมบันเทิง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในอนาคต
สำหรับ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศไทย ที่รัฐบาลให้ความสำคัญเพื่อยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจสู่ฐานอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ตามอุตสาหกรรมเป้าหมาย 12 ประเภท โดยมี EECO ทำหน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน และอำนวยความสะดวกสำหรับการลงทุนจากต่างประเทศอย่างบูรณาการ และสาธารณรัฐเกาหลี ก็เป็นประเทศชั้นนำในด้านอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง ซึ่งมีความใกล้ชิดกับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน โดยสินค้าของสาธารณรัฐเกาหลีเป็นที่รู้จักในประเทศไทยหลากหลายผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะ ในด้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และสื่อบันเทิงซึ่งมีบทบาทในการเผยแพร่วัฒนธรรมอย่างสูง
