
เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO จัดกิจกรรมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอนุมัติอนุญาตตามมาตรา 37 (4) ของพระราชบัญญัติอีอีซี ณ โรงแรมฮิลตัน พัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อเดินหน้าสร้างความรู้ความเข้าใจ กระบวนการอนุมัติอนุญาตด้านพลังงานในพื้นที่
อีอีซีอย่างต่อเนื่อง และช่วยให้ภาคเอกชนสามารถเตรียมความพร้อมได้อย่างถูกต้อง ลดข้อผิดพลาดในกระบวนการ และสนับสนุนให้การลงทุนดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ EECO กล่าวว่า เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานและระบบพลังงานที่มีความมั่นคง โดยกฎหมายอีอีซี ได้ออกแบบกลไกเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการอนุมัติอนุญาตให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยปัจจุบัน EECO ได้ดำเนินการออกใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงานแล้ว 1 ราย และยังมีผู้ประกอบการรายอื่นอยู่ระหว่างการพิจารณาอีกหลายราย สะท้อนให้เห็นถึงการลงทุนที่เริ่มเป็นรูปธรรมในพื้นที่ อีอีซี ควบคู่กับการเดินหน้าปรับปรุงกลไกการอนุมัติอนุญาตให้มีความคล่องตัว โปร่งใส และเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจมากยิ่งขึ้น




ภายในกิจกรรมฯ นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการฯ EECO กล่าวรายงานถึงภาพรวมวัตถุประสงค์การจัดกิจกรรม ในครั้งนี้ นายสุวงศ์ ยอดมณี ผู้อำนวยการสำนักการอนุมัติอนุญาต EECO ได้บรรยายภาพรวมกระบวนการอนุญาตตามพระราชบัญญัติอีอีซี พร้อมทั้งได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิติ เอี่ยมจำรูญลาภ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายพลังงาน และผู้เชี่ยวชาญด้านการประกอบกิจการพลังงานจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งเชิงกฎหมายและการปฏิบัติ ครอบคลุมตั้งแต่ภาพรวมกระบวนการอนุญาต หลักเกณฑ์สำคัญ ตลอดจนแนวทางการเตรียมความพร้อมในการยื่นคำขอ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และมีประสิทธิภาพ โดยมีผู้ประกอบกิจการพลังงานเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 200 ท่าน

พร้อมกันนี้ ยังได้รับข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะถูกนำไปใช้ในการพัฒนากระบวนการอนุมัติอนุญาตอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับการลงทุนที่เปลี่ยนแปลง และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในระยะยาว ซึ่ง EECO จะได้ดำเนินการพัฒนากระบวนการอนุมัติอนุญาตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับภาคเอกชน และจะเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐ และสนับสนุนให้การลงทุนในพื้นที่อีอีซี เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว