EECd EECi

Home > การจัดตั้งเขตส่งเสริม > EECd EECi
8,651
Share on Facebook Share on Twitter

EECd EECi

เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi)

เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EECi ดำเนินการโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นพื้นที่ที่มีระบบนิเวศนวัตกรรมที่เหมาะสม ช่วยส่งเสริมให้เกิดการทำวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย รวมถึงชุมชนในพื้นที่ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับและพัฒนาอุตสาหกรรมเดิม รวมถึงส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ ทั้งในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกและพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ ซึ่ง EECi จะส่งเสริมให้ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกของไทยเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และกำลังคนของประเทศและภูมิภาคต่อไป

ที่ตั้งโครงการ 

เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ตั้งอยู่ที่วังจันทร์วัลเลย์ บนที่ดินของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บนทางหลวงหมายเลข 344 อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง มีพื้นที่รวมกันกว่า 3,000 ไร่ รองรับการพัฒนาเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะ (ARIPOLIS) และเทคโนโลยีชีวภาพและชีววิทยาศาสตร์ (BIOPOLIS)

เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ณ อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ (Space Krenovation Park) ตั้งอยู่บนพื้นที่ 120 ไร่ ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี รองรับการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (SPACE KRENOVAPOLIS)

กลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเป้าหมายของเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

(1) ARIPOLIS: ศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรมด้านระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และระบบอัจฉริยะ

(2) BIOPOLIS: ศูนย์กลางการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้เศรษฐกิจฐานชีวภาพ (Bio-Economy) ใช้ประโยชน์จากฐานเกษตรกรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ

(3) SPACE KRENOVAPOLIS: ศูนย์กลางและฐานในการรังสรรค์นวัตกรรมจากเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ

วัตถุประสงค์และเป้าหมาย

การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม มีวัตถุประสงค์เพื่อต่อยอดไปสู่การใช้งานจริง (Translational Research) มุ่งเน้นถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับภาคอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศด้วยการยกระดับอุตสาหกรรมเดิมและสร้างอุตสาหกรรมใหม่ สร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรรมในพื้นที่ควบคู่ไปกับการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) ทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับเป็นพื้นฐานรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่ ทั้งอุตสาหกรรมในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกและอุตสาหกรรมอื่น ๆ ทั่วประเทศ

นอกจากนี้ยังมีเป้าประสงค์ที่จะเชื่อมโยงเครือข่ายการวิจัยและพัฒนาทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างสังคมนวัตกรรมของประเทศรองรับความต้องการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในลักษณะบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาคเอกชน สถาบันการศึกษา/สถาบันวิจัย และหน่วยงานภาครัฐ ในลักษณะการทำงานร่วมแบบ Triple Helix ซึ่งหมายถึงการทำงานที่แน่นแฟ้นระหว่างองค์กร 3 ฝ่าย ซึ่งได้แก่ องค์กรภาครัฐ องค์กรภาคธุรกิจ และองค์กรภาคการศึกษา และขยายผลต่อยอดไปสู่การมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน ในลักษณะการทำงานร่วมแบบ Quadruple Helix ซึ่งหมายถึงทำงานที่แน่นแฟ้นระหว่างองค์กร 4 ฝ่าย ซึ่งได้แก่ องค์กรภาครัฐ องค์กรภาคธุรกิจ องค์กรภาคการศึกษา และองค์กรภาคสังคม

 

 

ประโยชน์ที่จะได้รับ

  • ยกระดับเทคโนโลยีและพัฒนาผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเดิมให้มีการนำเทคโนโลยีมาสร้างนวัตกรรมที่เพิ่มมูลค่าหรือช่วยลดต้นทุน รวมถึงทำให้ผลิตภัณฑ์ไทยมีมาตรฐานและเพิ่มมูลค่าการส่งออก
  • เป็นฐานเชื่อมโยงงาน/ถ่ายทอดวิจัยและนวัตกรรมในสาขาที่มุ่งเน้นทั้งในประเทศและต่างประเทศและบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาคธุรกิจสถาบันการศึกษา/สถาบันวิจัย และหน่วยงานภาครัฐตามแนวคิด Triple Helix Model และ Quadruple Helix Model ให้เกิดการดูดซับองค์ความรู้ สร้างนวัตกรรมและนานวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
  • เป็นแหล่งลงทุนวิจัยนวัตกรรมทั้งภาครัฐ สถาบันการศึกษา และเอกชนทั้งของไทย และต่างชาติ ซึ่งจะส่งผลให้บรรลุเป้าหมายของประเทศไทยในการเพิ่มจำนวนนักวิจัยและค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนาให้เพิ่มขึ้น
  • เป็นการสร้างให้เกิดผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมทางด้าน
    • หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
    • ผู้ประกอบการนวัตกรรมจากวัตถุดิบและของเหลือทิ้งจากภาคการเกษตรภาคอุตสาหกรรม และฐานทรัพยากรชีวภาพของประเทศ และ 
    • ผู้ประกอบการนวัตกรรมเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศที่สร้างมูลค่าเพิ่มและการเติบโตให้แก่เศรษฐกิจของประเทศ 
  • เป็นแหล่งจ้างงานของนักวิจัยและนวัตกรรมทั้งไทยและต่างประเทศมากกว่า 10,000 คน ในสาขาที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

 

แผนการดำเนินงานที่สำคัญ

เว็บไซต์ http://www.eeci.or.th/

 

เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Park Thailand: EECd)

เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Park Thailand หรือ EECd) ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่ที่จะเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุนด้านอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลของภูมิภาค เน้นให้เกิดการลงทุนธุรกิจดิจิทัลควบคู่กับการสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลเชิงพาณิชย์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย ตลอดจนยกระดับและพัฒนาอุตสาหกรรมไอซีทีเดิมไปสู่อุตสาหกรรมดิจิทัลยุคใหม่ (New S-Curve Digital Industry) อีกทั้งยังเป็นศูนย์สร้างธุรกิจดิจิทัลใหม่ ๆ ที่เป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยไปสู่ประเทศไทย 4.0

 

ที่ตั้งโครงการ 

Digital Park Thailand ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 500 ไร่ ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของสถานีเคเบิลใต้น้ำและสถานีดาวเทียมภาคพื้นดิน ของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และกรมธุรกิจพลังงาน

กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของเขตส่งเสริมฯ มุ่งเน้นการสร้างอุตสาหกรรมดิจิทัลใหม่ (New S-Curve Digital Industry) โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (Target Industry) ได้แก่

  • กลุ่มผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และชิ้นส่วน เช่น Smart Device, อุปกรณ์ IoT และ Artificial Intelligent
  • กลุ่มผู้ผลิต/ให้บริการซอฟต์แวร์ เช่น Autonomous Software และ Intelligent Platform
  • กลุ่มผู้ให้บริการข้อมูลดิจิทัล (Digital Content) มุ่งเน้นเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ เช่น Big Data Analytic, Virtual Reality และ Immersive Animation
  • กลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสาร/บริการสื่อสาร ซึ่งครอบคลุมทั้ง โทรคมนาคม แพร่ภาพกระจายเสียง และดาวเทียม
  • กลุ่มผู้ให้บริการดิจิทัล เช่น ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลรูปแบบใหม่ (Digital Commerce) และวิสาหกิจเทคโนโลยีดิจิทัลเริ่มต้น (Digital Tech Startup)

 

วัตถุประสงค์ของโครงการ มีดังนี้

  • ยกระดับขีดความสามารถให้กับอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย สนับสนุนส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไอซีทีเดิมให้เป็นอุตสาหกรรมดิจิทัลยุคใหม่ (New S-Curve Digital Industry) 
  • ส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดการถ่ายทอดและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้กับอุตสาหกรรมในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก โดยให้ผู้ประกอบการสามารถใช้เครื่องจักรอุปกรณ์ และระบบอัตโนมัติในราคาที่เหมาะสม และสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมในพื้นที่
  • เป็นพื้นฐานของการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ที่อาศัยเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
  • ดึงดูดการลงทุนและส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน ในธุรกิจดิจิทัลที่สำคัญของภูมิภาค
  • เชื่อมโยงอุตสาหกรรมดิจิทัลของไทยกับระบบการค้าของโลกโดย ผ่านระบบห่วงโซ่การผลิตของโลก โดยมุ่งเน้นเรื่องของการเป็นประตูการค้าให้กับประเทศอาเซียน ได้แก่ กัมพูชา เวียดนาม ลาว เมียนมา (CLMV) ด้วยการเป็นศูนย์กลางของการออกแบบอุปกรณ์และระบบอัจฉริยะของ CLMV ผ่านศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล (Center of Digital Economy: CoDE) เพื่อยกระดับเศรษฐกิจของประเทศและส่งเสริมให้ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ
  • ส่งเสริมให้เกิดวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น (Digital Tech Startup) เพื่อเปลี่ยนบทบาทของการเป็นประเทศผู้ใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล มุ่งสู่การพัฒนานวัตกรรมธุรกิจดิจิทัลเพื่อสร้างโอกาสในตลาดโลก และเป็นพื้นฐานรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่ทั่วประเทศในอนาคต
  • สร้างบุคลากรดิจิทัลให้เพียงพอและมีคุณภาพสำหรับนักลงทุนและสามารถรองรับการพัฒนาประเทศในอนาคต ตลอดจนเป็นศูนย์กลางกำลังคนดิจิทัล (Digital Workforce Hub) ของภูมิภาคอาเซียน ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีดิจิทัล
  • เป็นศูนย์กลางข้อมูลของอาเซียน (Data Hub) ขยายโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตออกต่างประเทศของอาเซียนชั้นในกับยุโรปและอเมริกาในลักษณะของ One Belt One Road และเชื่อมสู่ประเทศจีนผ่านฮ่องกงในลักษณะของ Pan Pearl River Delta (PPRD) เพื่อให้ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนและเป็นประตูสู่การค้าในอาเซียน

การจัดตั้งสถาบันไอโอที (IoT Institute)

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (สศด.) เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนจัดตั้งสถาบันไอโอที (IoT Institute) เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลแห่งอนาคต ซึ่งสถาบันไอโอทีดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือของเครือข่ายพันธมิตรไอโอทีแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ตลอดจนเป็นศูนย์ทดสอบทดลองนวัตกรรมดิจิทัลโดยเฉพาะด้านไอโอทีและระบบอัจฉริยะให้กับธุรกิจขนาดเล็ก และนักเรียนนักศึกษา

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  • ช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจภายในประเทศผ่านการลงทุนในอุตสาหกรรมด้านดิจิทัล โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่จากต่างประเทศ เช่น การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลระดับอาเซียน หรือการลงทุนโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี
  • ช่วยสร้างและพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลให้สามารถรองรับอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงตามนโยบายของรัฐบาล โดยคาดว่าเขตส่งเสริมจะสามารถเพิ่มกำลังคนดิจิทัลได้ 52,000 คนในปีแรก และเพิ่มขึ้นในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ต่อปี

แผนการดำเนินงานที่สำคัญ

เว็บไซต์: http://digitalparkthailand.org

 

การพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ Robotics

คณะรัฐมนตรี ได้มีมติให้ความเห็นชอบมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทยไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 และมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการขับเคลื่อนมาตรการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี Roadmap และมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมในแนวประชารัฐ 3 ส่วนหลัก คือ

  1. การกระตุ้นอุปสงค์ โดยสนับสนุนให้อุตสาหกรรมการผลิตและบริการภายในประเทศนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนผลิตอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติให้เกิดการลงทุนใช้หุ่นยนต์มูลค่า 12,000 ล้านบาทในปีแรก ผ่านมาตรการของ BOI โดยสามารถลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% สำหรับกิจการที่นำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและบริการ โดยขยายให้ครอบคลุมประเภทกิจการที่ใช้เทคโนโลยีไม่สูงมากนัก ซึ่งเดิมไม่อยู่ในขอบข่ายการให้การส่งเสริม และกระทรวงการคลังจะยกเว้นภาษีเงินได้ 300% เพื่อการวิจัยหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ โดยสำนักงบประมาณสนับสนุนการจัดซื้อจัดจ้างหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเพื่อการบริการประชาชน และกระทรวงอุตสาหกรรมสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับ SMEs ไทย เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต โดยใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ผ่านกองทุนพัฒนา SMEs  และกองทุนอื่น ๆ
  2. การสนับสนุนอุปทาน โดยการเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง System Integrator (SI) ผู้ทำหน้าที่ออกแบบติดตั้งระบบอัตโนมัติ โดยตั้งเป้าที่จะเพิ่มจำนวน SI จาก 200 ราย เป็น 1,400 ราย ภายใน 5 ปี โดย BOI จะให้สิทธิประโยชน์กับ SI สูงสุด ขณะที่กระทรวงการคลังจะยกเว้นอากรนำเข้าชิ้นส่วน/อุปกรณ์ที่นำมาผลิตหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เพื่อแก้ไขปัญหาความลักลั่นทางภาษี
  3. การพัฒนาบุคลากรและยกระดับเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ไปสู่การผลิตหุ่นยนต์ประเภทอื่น ๆ ที่มีความซับซ้อน โดยจัดตั้ง Center of Robotic Excellence (CoRE) ซึ่งเป็นเครือข่ายความร่วมมือของ 8 หน่วยงานนำร่อง ได้แก่ สถาบันไทย-เยอรมัน สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมีเป้าหมายจะพัฒนาหุ่นยนต์ต้นแบบอย่างน้อย 150 ผลิตภัณฑ์ ถ่ายทอดเทคโนโลยีหุ่นยนต์ชั้นสูงให้แก่ผู้ประกอบการ 200 ราย และฝึกอบรมบุคลากรไม่น้อยกว่า 25,000 คน ภายใน 5 ปี

กระทรวงอุตสาหกรรมจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ "รวมพลังความร่วมมือการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติสู่ประเทศไทย 4.0" ระหว่าง กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในประเทศไทย (CoRE) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บริษัท เอสซีจี จำกัด (มหาชน) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด  บริษัท สุพรัม โพรดักส์ จำกัด  บริษัท เควี อีเลคทรอนิกส์ จำกัด  และบริษัท ยาวาต้า (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อสนับสนุนการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่ผลิตภายในประเทศสนับสนุน System Integrator (SI) และต่อยอดงานวิจัยสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่ตั้งไว้ โดยกำหนดให้มีความร่วมมือต่าง ๆ ดังนี้

  1. ผลักดันมาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม 
  2. พัฒนาบุคลากรและพัฒนาเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ 
  3. สร้างและพัฒนาระบบนิเวศน์ (Ecosystem) เพื่อดึงดูดให้เกิดการลงทุนด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในเขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)
  4. เผยแพร่งานวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติสู่ภาคอุตสาหกรรม 
  5. บูรณการเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน  การคมนาคมขนส่ง และสาธารณูปโภค เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาสู่อุตสาหกรรม 4.0

โดยปัจจุบันอุตสาหกรรมในประเทศมีการลงทุนนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและบริการของไทยมูลค่าไม่ต่ำกว่า 12,000 ล้านบาท ในปี 2560 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติภายในประเทศ โดยสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (FIBO) ร่วมกับสำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ศึกษาวิจัยจัดทำหลักสูตรเพื่อพัฒนาบุคลากรรองรับ อีอีซี และจัดฝึกอบรมตามหลักสูตรที่ศึกษาและกำหนดมา Train the Trainer ให้กับอาจารย์มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยอาชีวศึกษาในเขต อีอีซี

นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดตั้งสมาคม SI ไทยด้าน Robotics and Automation (Thai Automation and Robotics Association : TARA) ด้วยการสนับสนุนจากบีโอไอผ่านโครงการ BUILD 

  • เตรียมออกงานใหญ่ SubCon ต้นปีหน้า
  • ประสานงานกับ Center of Robotics Excellence, CoRE เพื่อสร้างโครงการพัฒนาหุ่นยนต์ในลักษณะ Demand Pull จากโจทย์จริง/การใช้งานจริงของอุตสาหกรรม Thai Automation and Robotics Association: TARA โดยทีม BOI-EEC ไปชี้แจงมาตรการของรัฐบาลไทยด้าน Robotics Cluster เพื่อชักชวนบริษัทชั้นนำด้านหุ่นยนต์อุตสาหกรรมในงาน The Singapore International Robo Expo (SIRE), Singaporeและ International Robot Exhibition 2017 Japan อาทิ KUKA/ABB/Kawasaki/Fanuc/Denso/Nachi  etc ให้มาลงทุนที่ไทยด้าน 
  • Training Centers 
  • Design Centers for automation plants 
  • Assembly Plants for robots 
  • Manufacturing Plants for robotics components
  • เตรียมจัดงาน World Robotics Expo ระหว่างวันที่ 20 – 23 มิถุนายน 2561 เพื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่เทคโนโลยีระบบหุ่นยนต์อุตสาหกรรมและออโตเมชั่นโดยผู้ผลิต นำไปสู่ความเข้าใจและเผยแพร่ ให้แก่ผู้ผลิตในวงการอุตสาหกรรม และประชาชนทั่วไปได้รับรู้

ดาวน์โหลดเอกสารเพิ่มเติมด้านล่าง

 

ติดต่อเรา