ข่าวประชาสัมพันธ์

EEC เดินหน้าบริหารจัดการน้ำ จัดหาพลังงานสะอาด พัฒนาการเกษตรฯ

ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ครั้งที่ 3/2563 ห้องประชุมวายุภักษ์ 4 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2563

การประชุมคณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กบอ.) ครั้งที่ 3/2563 วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2563 โดยมี นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ 4 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ได้รับทราบและพิจารณาความก้าวหน้า การดำเนินงานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)  มีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้ง

  1. การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ อีอีซี

ที่ประชุม กบอ. รับทราบ การดำเนินการช่วงสถานการณ์ภัยแล้งที่ผ่านมา โดย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน สกพอ. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน ได้ร่วมกันรองรับด้วยมาตรการเร่งด่วน 8 โครงการ ร่วมกับ 4 มาตรการเสริม อาทิ เติมน้ำให้อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล จ.ระยอง โดยสูบผันน้ำจากท่อผันน้ำอ่างประแสร์- คลองใหญ่ เติมน้ำให้อ่างเก็บน้ำประแสร์ จ.ระยอง โดยปันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแกด จ.จันทบุรี เติมน้ำให้กับอ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี และขอความร่วมมือลดใช้น้ำจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ 10 %  ซึ่งช่วยให้พื้นที่อีอีซี ผ่านพ้นวิกฤตภัยแล้งได้ด้วยดี

โดยแนวนโยบายต่อไป รองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ได้มอบนโยบาย เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านน้ำ และรองรับภัยแล้งในปีต่อๆ ไป ได้แก่ วางแผนและบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอในฤดูแล้งหน้า
ปี 2563/2564 เพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำ และสูบกลับน้ำเพื่อเก็บน้ำให้มากที่สุด ภาคอุตสาหกรรมควรมีแหล่งน้ำของตนเอง ดำเนินการด้าน 3Rs และ CSR ต่อสังคม โครงการพัฒนาพื้นที่ขนาดใหญ่ ต้องมีแหล่งน้ำสำรอง และผลักดันการทำประปาหมู่บ้านไม่พึ่งแหล่งน้ำจากน้ำฝน

ซึ่งมอบหมายให้ สทนช. ติดตามและเร่งรัดการพัฒนาแหล่งน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำทุกภาคส่วน เพื่อทำให้พื้นที่อีอีซี เกิดความมั่นคงด้านน้ำ ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและการบริโภคอย่างยั่งยืน

2.โครงการจัดหาพลังงานสะอาด (พลังงานแสงอาทิตย์) ในพื้นที่ อีอีซี การจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรในพื้นที่ อีอีซี

  1.  ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เสนอโครงการพลังงานที่ใช้ในเมืองใหม่ รูปแบบพลังงานอัจฉริยะ (Smart Power Supply : SPS) ในลักษณะการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง หรือ Independent Power Supply (IPS) ซึ่งมอบหมายให้ บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผลิตไฟฟ้าเพื่อส่งให้ กฟภ. รับซื้อ และส่งจำหน่ายสำหรับใช้ในเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ
  2. อัตราค่าไฟฟ้าที่จะใช้ในเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ จะไม่สูงกว่าราคาไฟฟ้าทั่วไปที่ กฟภ. ขายให้กับผู้ใช้ไฟฟ้ารายอื่น ๆ

3.โดยแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรในพื้นที่อีอีซี ดำเนินการ

  1. ใช้ความต้องการนำการผลิต ได้แก่ ความต้องการในประเทศ รองรับมหานครการบินภาคตะวันออก เมืองใหม่ และการท่องเที่ยว ความต้องการในต่างประเทศ: สำรวจตลาดหาความต้องการเอเชียCLMV และยุโรป ที่มีความต้องการสูงสร้างความต้องการด้วยการพัฒนาสินค้าใหม่
  2. ยกระดับการตลาด-การแปรรูป-การเกษตร ด้วยเทคโนโลยีในทุกขั้นตอน ได้แก่ สร้างตลาดด้วยกลไก e-commerce e-auction ขายไปทั่วโลก เชื่อมระบบโลจิสติก ตั้งแต่ส่งออก-ขายในประเทศ-จนถึงการรวมสินค้าระดับฟาร์ม ให้สะดวกระดับสากล แปรรูปด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ได้สินค้าคุณภาพมาตรฐานระดับโลก เก็บรักษาผลไม้ อาหารทะเล ด้วยระบบห้องเย็น สร้างงานวิจัยเชิงด้านทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริงตรงกับความต้องการในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ หีบห่อ  การแปรรูป  การปลูก การควบคุมความเสี่ยงจากภูมิอากาศ จัดกลุ่มเกษตรกร จัดทำโซนนิ่ง เพื่อสะดวกในการเสริมสร้างความรู้ใหม่  การตลาด-การผลิต-การเงิน
  3. ให้ความสำคัญกับ 5 คลัสเตอร์ที่มีพื้นฐาน ทำได้ทันที ได้แก่ ผลไม้ – พืช Bio-Based3 – ประมง – สมุนไพร – พืชมูลค่าสูง (เช่น ไม้ประดับ/ผักปลอดสารพิษ)

ทั้งนี้ ได้แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรในพื้นที่ อีอีซี ที่มีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน และมีผู้แทนจาก สกพอ. เป็นเลขานุการร่วม

4.แนวทางผ่อนปรนการเดินทางเข้าประเทศที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซี  

ตามที่กลุ่มบุคลากรภาคธุรกิจในพื้นที่ อีอีซี จากประเทศญี่ปุ่น อาทิ หอการค้าประเทศญี่ปุ่น (Japanese Chamber of Commerce : JCC) และองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ภาคธุรกิจจากสาธารณรัฐเกาหลี และประเทศอื่นที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรม ได้ยื่นหนังสือถึงภาครัฐ ขอให้ผ่อนคลายการ
เดินทางเข้าประเทศ เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ รวมถึงการส่งช่างเทคนิค เข้ามาตรวจสอบซ่อมบำรุงเครื่องจักรในอุตสาหกรรม และเพื่อสนับสนุนการลงทุนในพื้นที่ต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยและต่างประเทศปัจจุบันมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลได้มีมาตรการผ่อนปรนในระยะต่างๆ ดังนั้น เพื่อรองรับบุคลากรภาคธุรกิจในพื้นที่ อีอีซี ในช่วงระยะการฟื้นตัวของประเทศ สกพอ. จึงมีแนวทางผ่อนปรนการเดินทางเข้าประเทศไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับกระทรวง
การต่างประเทศ สร้างภาคีเครือข่ายระหว่างองค์กร บุคลากรทางการแพทย์ในประเทศต้นทางกับสถานเอกอัครราชทูตไทย หรือสถานกงสุลใหญ่ จัดให้มีการตรวจและออกใบรับรองแพทย์ ที่ยืนยันว่าผู้เดินทางมีสุขภาพเหมาะสมกับ
การเดินทางทางอากาศ (Fit to Fly) รวมทั้งหารือกับกระทรวงสาธารณสุข พิจารณากำหนดประเทศต้นทาง และจำนวนบุคลากรที่จะอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศในแต่ละช่วงเวลา การกำหนดมาตรการกักกัน Flexible Alternative Quarantine ให้ผู้เดินทางเข้าประเทศสามารถทำภารกิจที่จำเป็นได้ และร่วมกันพิจารณาขึ้นทะเบียน สถานกักตัวทางเลือก Alternative State Quarantine เพิ่มเติมในพื้นที่ อีอีซี ที่บุคลากรในโรงพยาบาลเอกชนสามารถสื่อสารภาษากับประเทศต้นทางได้ เพื่ออำนวยความสะดวกยิ่งขึ้น

ขนาดตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
EECO
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.