
เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO โดย ดร.ชลจิต วรวังโส วีรกุล ผู้ช่วยเลขาธิการฯ ได้เข้าร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “โอกาส ความท้าทายของ 5 กลุ่มอุตสาหกรรม และปัญหาในการพัฒนา EEC” แก่นักศึกษาระดับปริญญาเอก วิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ณ ศาลากลางเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยการบรรยายฯ ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาดูงานในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งมี รองศาสตราจารย์ ดร.สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม นำคณะนักศึกษาลงพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับที่มา แนวคิด และพัฒนาการของเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตลอดจนโอกาสและความท้าทายของพื้นที่ EEC และสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ EECO ได้นำเสนอภาพรวมความพร้อมของพื้นที่ EEC ตั้งแต่ความเป็นมาในการจัดตั้ง การพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง การกำหนด 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ตลอดจนการพัฒนาระบบนิเวศและกำลังคน เพื่อรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต พร้อมให้ข้อมูลแนวทางการพิจารณาสิทธิประโยชน์ที่คำนึงถึงการลงทุนภายใต้ 4 มิติหลัก ได้แก่ ยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยผู้ขอรับการสนับสนุนจะต้องมีเกณฑ์ที่สอดคล้องตามที่ EECO กำหนด เพื่อรับสิทธิประโยชน์ทั้งทางภาษีและไม่ใช่ภาษี อาทิ EEC Visa และ EEC Work Permit เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังนำเสนอถึงความคืบหน้าของโครงสร้างพื้นฐานหลักในพื้นที่ 4 โครงการ ได้แก่ (1) โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (2) โครงการท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง (3) โครงการท่าเรือมาบตาพุด และ (4) โครงการสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมถึงการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ

ดร.ชลจิต ยังได้กล่าวเพิ่มถึง ด้านมิติของเศรษฐกิจโลก โดยได้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ขั้วหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป สาธารณรัฐประชาชนจีนและพันธมิตร และกลุ่มประเทศเป็นกลาง ส่งผลให้เกิดการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจโลกใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การปรับโครงสร้างการค้าโลก (Global Trade Reconfiguration) การปรับโครงสร้างการลงทุนโลก (Global Investment Reconfiguration) การแยกส่วนทางเทคโนโลยี (Technology Fragmentation) และการกระจายการลงทุนและสกุลเงิน (Financial & Currency Diversification) ซึ่งส่งผลต่อทิศทางการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) อย่างมีนัยสำคัญ โดยภายหลังสถานการณ์ COVID-19 ในปี 2563 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียน-5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในปี 2567 มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 15 ของ FDI โลก
ในช่วงท้ายการบรรยาย EECO ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (EECiti) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญ โดยมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคภายในเมือง ผ่านรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) และคาดว่าจะเปิดให้เอกชนร่วมประมูลสิทธิภายในช่วงปลายปี 2569 รวมไปถึงแนวทางสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองพัทยา ผ่านงบประมาณบูรณาการในช่วงปี 2561–2566 รวมวงเงินกว่า 35,000 ล้านบาท ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ (1) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ (2) การส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย (3) การพัฒนาทุนมนุษย์และเมืองน่าอยู่ โดยมีการพัฒนาบุคลากรและเยาวชนรวมกว่า 17,000 คน และ (4) การพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะโครงการ Pattaya’s Content Lab เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของเมืองพัทยา และการเตรียมความพร้อมในการเสนอขอขึ้นทะเบียนเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านภาพยนตร์ (UNESCO Creative City of Film) ในปี 2570