ข่าวประชาสัมพันธ์

พัฒนาอาชีวะ ปั้นหลักสูตรบริบาลผู้สูงอายุ รับอุตสาหกรรมการแพทย์ครบ

ในขณะที่สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ภายในปี 2564 กอรปกับการมีอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศและ EEC  การเตรียมความพร้อมด้วยการพัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถของบุคลากรที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งที่จะละเลยไม่ได้ นอกเหนือจากการดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ผู้สูงอายุและบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางแล้ว การดูแลผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่พักฟื้นหรือมีความจำเป็นที่จะต้องอาศัยผู้ช่วยคอยดูแลในการทำกิจวัตรประจำวัน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้บุคลากรที่ทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ การร่วมมือระหว่างวิทยาลัยเทคนิคบางแสน และบริษัท เอไอยู เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป จำกัด เพื่อพัฒนาหลักสูตรการบริบาลผู้สูงอายุในระบบญี่ปุ่น จึงเป็นความเคลื่อนไหวที่น่ายินดีของสถาบันศึกษาไทยในพื้นที่ EEC

นายสาโรจน์ ขอจ่วนเตี๋ยว ผู้ชำนาญการด้านการพัฒนาและความร่วมมือ (กรอ.อศ.) เป็นประธาน และสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงทางวิชาการและวิชาชีพเพื่อการจัดการด้านอาชีวศึกษา ระหว่าง วิทยาลัยเทคนิคบางแสน โดยนายเชาวฤทธิ์ ลำพาย ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคบางแสน กับ บริษัท เอไอยู เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป จำกัด โดยนายจงสวัสดิ์ เลิศธนสาร ประธาน บริษัท เอไอยู เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป จำกัด พร้อมทั้งแขกผู้มีเกียรติจากสถานศึกษาอาชีวศึกษาในจังหวัดชลบุรี บริษัท เอไอยู เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป จำกัด และ โรงเรียนสอนภาษา ออล อีส ยูนิเวอร์ส ในวันจันทร์ที่ 27 มกราคม 2563 ณ ห้องประชุมวอนนภา วิทยาลัยเทคนิคบางแสน ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ วิทยาลัยเทคนิคบางแสน เป็นที่ตั้งของศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเป็นหนึ่งในสถานศึกษาที่มุ่งเน้นการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ ตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยวิทยาลัยเทคนิคบางแสน ได้มุ่งเน้นในอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (Medical Hub)ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรม New S-curve สอดคล้องกับ บริษัท เอไอยู เอ็ดดูเคชั่น กรุ๊ป จำกัด ที่เป็นผู้จัดทำโครงการพัฒนาชีวิตสู่ความยั่งยืน ในหลักสูตรการบริบาลผู้สูงอายุในระบบญี่ปุ่น  ซึ่งมีความโดดเด่นและมีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ จึงได้ประสานความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนร่วมกันในรูปแบบการศึกษาระบบทวิภาคี ให้สอดคล้องและรองรับความต้องการของสถานประกอบการและท้องถิ่น รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากร ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา ได้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้าด้านวิชาชีพและเทคโนโลยี ตลอดจนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การใช้บุคลากรที่เชี่ยวชาญในสาขาการบริบาลผู้สูงอายุร่วมกัน เพื่อพัฒนาและผลิตกำลังคนในสาขาอาชีพดังกล่าวให้เพียงพอ และมีคุณภาพสอดรับกับความต้องการกำลังคนของอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรในอนาคต

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร ถือเป็นการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ต่อยอดจากธุรกิจการรักษาพยาบาล และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ประเทศไทยมีฐานเดิมที่แข็งแรง โดยเพิ่มธุรกิจด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์จากพื้นฐานด้านอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม และอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์จากพื้นฐานด้านการเกษตรและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรม ซึ่งอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจรเป็นอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ย3.2%  ประกอบด้วย ส่วน ได้แก่

การให้บริการสมัยใหม่ คือ การให้บริการด้านการแพทย์ผ่านอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟน (eHealth and mHealth) โดยใช้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อและระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Medical Records: EMRs) เพื่อให้คำปรึกษาทางการแพทย์และให้บริการรักษาทางไกลกับผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเป็นทางเลือกแทนการเสียค่ารักษา หรือเพื่อให้บริการผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล   
การวิจัยและผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยและติดตามผลระยะไกล (Remote Health Monitoring Devices) ซึ่งมีรากฐานมาจากการพัฒนาของเครื่องรับรู้ (Sensors) และอุปกรณ์การวัดสมัยใหม่ โดยอุปกรณ์วินิจฉัยและติดตามผลระยะไกล สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการวินิจฉัยโรคด้วยตนเอง เช่น วัดความดันโลหิต วัดอัตราการเต้นของหัวใจ เป็นต้น
การวิจัยยาและผลิตเวชภัณฑ์ การวิจัยยาและการผลิตยาที่ทันสมัยนั้น เพื่อลดกระบวนการและลดระยะเวลาการทดลองยาสมัยใหม่ โดยจะมุ่งเน้นที่การผลิตยาชีววัตถุคล้ายคลึง (Biosimilar) ซึ่งคือยาสามัญของยาชีววัตถุต้นแบบ (Biologic) ที่มีการวิจัยและจดสิทธิบัตรแต่สิทธิบัตรหมดอายุลงแล้ว ซึ่งปัจจุบันยาชีววัตถุมีการเติบโตอย่างรวดเร็วจนมีขนาดใหญ่กว่ายาสามัญทั่วไป

เตรียมพร้อมรับมือสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์

ข้อมูลของ United Nations World Population Aging รายงานว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society)  ซึ่งสหประชาชาติระบุว่า ประเทศใดมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ในสัดส่วนเกิน10%  ของประชากรทั้งประเทศ ถือว่าประเทศนั้นก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) และจะเป็น ‘สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์’ (Aged Society) เมื่อสัดส่วนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นเป็น 20% หรือประชากรที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นเป็น 14% ของประชากรทั้งหมดของประเทศ โดยตัวเลขของประเทศไทย คาดการณ์ว่าในปี 2564 ไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ หรือมีผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปี เกิน 20% ของจำนวนประชากรทั้งหมด อันเป็นผลมาสืบเนื่องมาจากการพัฒนาเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการแพทย์ทำให้ประชากรมีอายุยืนยาว กอปรกับนโยบายการวางแผนครอบครัวหรือการควบคุมการมีบุตร ทำให้ภาวะเจริญพันธ์ลดลงอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคม ค่านิยมและทัศนคติที่เปลี่ยนไปทำให้ผู้หญิงแต่งงานลดลง แต่งงานช้าลง หรือมีการหย่าร้างเพิ่มขึ้น ทำให้อัตราการเกิดลดลง ตลอดจนการลดลงอย่างต่อเนื่องของระดับการตายของประชากร ส่งผลให้จำนวนและสัดส่วนประชากรสูงอายุของไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

จากการที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์(Aged Society) ทำให้มีการพัฒนาองค์ความรู้ในการบริบาลผู้สูงอายุมาอย่าวงต่อเนื่อง ขณะเดียวกันประเทศไทยก็กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุสมบูรณ์แบบดังที่กล่าวมา จึงทำให้การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมาก ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีรายละเอียดมาก ทั้งยังต้องดูแลระยะยาว สม่ำเสมอ การพัฒนาหลักสูตรทวิภาคีครั้งนี้โดยอาศัยองค์ความรู้จากญี่ปุ่น จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะพัฒนาบุคลากรด้านนี้อย่างจริงจัง

ทั้งนี้ ปัญหาจากโรคในผู้สูงอายุ เป็นสาเหตุหลักการเกิดปัญหาสำคัญในการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุเป็นไปอย่างลำบากหรือต้องมีผู้ดูแลใกล้ชิด ยิ่งเมื่ออายุมากขึ้นการทรงตัวจะเสียไป ทำให้หกล้มได้ง่าย โดย40% ของการบาดเจ็บในผู้สูงอายุ เกิดจากการหกล้ม และ 50% ของผู้สูงอายุที่หกล้มและกระดูกหักจะพิการเรื้อรัง หรือเสียชีวิตภายในไม่เกิน 1 ปี นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงในเรื่องอุบัติเหตุจากของมีคมหรือของร้อน ความไม่สมดุลของกรด – ด่างในร่างกายจากการรับประทานอาหารและยาอีกด้วย

รู้จักแนวคิด ‘อิบะโช’ กลไกลดช่องว่างระหว่างวัย ส่งเสริมคุณค่าผู้สูงอายุในแบบฉบับญี่ปุ่น

เพราะ “ความชราไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งที่ธรรมชาติกําหนดไว้” ในเมื่อคนเราทุกคนล้วนมีโอกาสที่จะย่างก้าวสู่บั้นปลายของชีวิต  ดังน้้นผู้สูงอายุจึงไม่ควรถูกทอดทิ้ง ในญี่ปุ่นที่เข้าสู่สังคมผู้อายุโดยสมบูรณ์แบบมานาน จึงมีกลไกสำคัญที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อิบะโช (Ibasho) หมายถึง สถานที่ๆ  ที่ทำให้รู้สึกว่าเป็นตัวของตัวเอง ไม่ถูกดูคูแคลนหรือทำให้สูญเสียความมั่นใจในตัวเองจากคนรอบข้าง การสร้างชุมชน สังคม ที่เปรียบเสมือนบ้านที่ได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงการใช้สอยที่เน้นความสะดวกสบายในฉบับของ Universal Design หรือ Inclusive Design ที่กำจัดอุุปสรรคต่างๆ ในการดำเนินชีวิตประจำวันออกไป เพื่อให้กลุ่มผู้สูงอายุให้มาทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน ริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสังคม เป็นที่ทางที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้แสดงศักยภาพ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับสังคมอย่างกลมเกลียวและมีความสุข โดยที่ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว หรือถูกแบ่งแยก ทั้งยังส่งเสริมให้ผู้สูงอายุภาคภูมิใจในคุณค่าของตัวเองด้วย

แนวคิด ‘อิบะโช’ ของญี่ปุ่น โดย  จึงเสนอแนะให้สังคมคํานึงถึงผู้สูงวัยด้วยความใส่ใจ เพื่อให้ประชากรกลุ่มนีใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย และสะดวกสบาย ด้วยการเน้นการสร้างจิตสำนึกให้กับสังคมตระหนักว่า ผู้สูงวัยเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ความรู้และประสบการณ์อันยาวนานของพวกเขา มีบทบาทสำคัญในการสร้างความเจริญเติบโตให้กับประเทศชาติไม่ต่างจากประชากรวัยอื่น

แนวคิดอิบะโช นับเป็นต้นแบบของการส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจระหว่างคนต่างวัย เพื่อลดช่องว่างระหว่างวัยของประชากร ทําให้ลูกหลานและผู้คนในสังคมยอมรับว่า คนชราคือผู้ที่มีสิทธิเสรีที่จะเลือกวิถีชีวิตของตนเอง โดยที่ยังทําาประโยชน์ให้กับสังคมได้ มิใช่ภาระแต่อย่างใด

ภาพ กลุ่มผู้สูงวัยชาวญี่ปุ่นจาก https://ibasho.org/projects/ibasho_cafe/japan

ฝังลิงค์ที่มานะครับ
ที่มา ประเทศไทยกับสังคมผู้สูงอายุ, สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล
https://il.mahidol.ac.th/th/i-Learning-Clinic/general-articles/ประเทศไทยกับสังคมผู้สู/?fbclid=IwAR03nffrMoSlLtfEVsMTSwMtSqoog5f2UuQXl-aLFfMOgUcCUKa2HS7ZFF4

สังคมสูงวัยกับ โลกสมัยใหม่ โดย ดร.วชินี คุปตะวาทิน

 

 

 

ขนาดตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
EECO
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.