ข่าวประชาสัมพันธ์

ลุยเจรจาเอกชน 30 ราย – ขยายสมาร์ต ซิตี้ ตั้ง ‘นิคมสีเขียว’ 5 พันไร่ ‘อีอีซี’ ปลุกลงทุนใหม่ 2.1 แสนล. หวังดึง “เอฟดีไอ” เข้าไทย ปีละ “แสนล้าน”

ครม.จ่อไฟเขียวออกประกาศส่งเสริมลงทุนตาม “กฎหมายอีอีซี” เดือนนี้ ลุยเจรจาเอกชน 30 ราย วงเงินลงทุนรวม 2.1 แสนล้านบาทใน 5 กลุ่ม มั่นใจดึง “เอฟดีไอ” ได้จริงปีละ 1 แสนล้าน ใช้กลไกเจรจา-แก้ปัญหา ให้นักลงทุน รับเทรนด์ลงทุนโลก พลังงานสะอาด เผยแผนขยายเมืองใหม่จาก 5,700 ไร่ เป็น 14,000 ไร่ ผนึก “กนอ.”ทำนิคมสีเขียวดึงลงทุน จับมือ “กกท.” ผุด “สปอร์ต คอมเพล็กซ์” ทำ PPP โครงการ ปีหน้า คาดประชากรเมืองใหม่แตะ 3 แสนคน ใน 10 ปี

การดึงเม็ดเงินการลงทุนจากต่างประเทศ ถือเป็นนโยบายและเป้าหมายสำคัญของรัฐบาล หนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และความสามารถแข่งขันระยะยาวให้ประเทศไทย ที่ผ่านมาตัวเลขลงทุนทางตรง (FDI) ที่เข้ามาในประเทศไทยช่วง 1- 2 ปีที่ผ่านมา ยังตามหลังประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ซึ่งรัฐบาล กำลังหาแนวทางเร่งรัดการลงทุนเพิ่มตัวเลข FDI ในประเทศไทย

ล่าสุดรัฐบาล ได้ขับเคลื่อนการลงทุนผ่านโครงการสำคัญภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่มีโครงการรอลงทุนจำนวนมากในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา โดยการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา เห็นชอบความคืบหน้า เรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในพื้นที่อีอีซีทั้ง 4 โครงการ มีกำหนดเปิดให้บริการปี 2571-2572

รัฐบาลยังเตรียมออกประกาศ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ. … ที่จะเพิ่มอำนาจให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) มีอำนาจเจรจานักลงทุนต่างชาติ รวมทั้งกำหนดสิทธิประโยชน์เพื่อดึง FDI เข้ามาในประเทศไทยเพิ่มขึ้น

นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ปัจจุบัน ครม.เห็นชอบในหลักการให้ “อีอีซี” จัดทำสิทธิประโยชน์เจรจากับนักลงทุน ที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่อีอีซีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ของอีอีซีที่มีอยู่ ขั้นตอนต่อไปเมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก เรื่องสิทธิประโยชน์สำหรับ ผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจ พิเศษ พ.ศ. …และประกาศใช้ในราชกิจจาฯ เป็นกฎหมายนักลงทุนต่างชาติก็สามารถขอ สิทธิประโยชน์จากสำนักงานอีอีซีได้โดยตรง

 

  • ให้อำนาจอีอีซีเจรจาดึงลงทุน

โดยคาดว่า ภายในเดือน มิ.ย.นี้ ครม.จะ อนุมัติออกประกาศฉบับนี้ จากนั้น สกพอ. จะตั้งคณะกรรมการเจรจากับนักลงทุนขึ้นมา โดยองค์ประกอบคณะกรรมการจะมี “เลขาธิการอีอีซี” เป็นประธาน มีผู้ทรงคุณวุฒิ 7 คนในองค์ประกอบจะมีกรรมการที่หมุนเวียนเข้ามาตามความเชี่ยวชาญ และความสามารถ กรรมการที่ต้องเข้ามาเจรจากับบริษัทเอกชน โดยจะเริ่มต้นเจรจาได้เดือน ก.ค.นี้

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีภาคเอกชนที่เข้ามาหารือกับ สกพอ.และรอใช้สิทธิประโยชน์ตามประกาศสิทธิประโยชน์ฉบับใหม่อยู่ 30 ราย วงเงินลงทุนรวมกว่า 2.1 แสนล้านบาท ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ กพอ. มีนโยบายส่งเสริมลงทุนในพื้นที่อีอีซี ได้แก่ อุตสาหกรรมการแพทย์ และสุขภาพ อุตสาหกรรมบริการแห่งอนาคต อุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และยานยนต์สมัยใหม่ และอุตสาหกรรมบีซีจี

นอกจากการลงทุนที่รอการเจรจานี้ อีอีซียังตั้งเป้าดึงลงทุนเข้ามาในอีอีซีได้ปีละ 1 แสนล้านบาทต่อเนื่อง 5 ปี (2567-2571) โดยโครงการส่วนนี้ ไม่รวมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และจะวัดจากมูลค่าการลงทุนจริงของภาคเอกชน

 

  • จ่อดึงลงทุน 2 แสนล้าน

“อีอีซี ยังเป็นโครงการและพื้นที่ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศอย่างมาก มีทั้งติดต่อผ่านสถานทูต ต่างประเทศ ติดต่อจากสถาบันการเงิน และการที่นักลงทุนเข้ามาติดต่อที่อีอีซี โดยตรง ปัจจุบันมีนักลงทุนที่รอการลงทุนโดยจะขอการส่งเสริมการลงทุนจากอีอีซี ประมาณ 30 ราย วงเงินลงทุนรวมกัน 2.1 แสนล้านบาท ซึ่งกว่าครึ่งหรือกว่า 1 แสนล้านบาท เป็นโครงการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม BCG การลงทุนส่วนนี้ เป็นไปตามเทรนด์โลก ที่นักลงทุนมี การลงทุนเพื่อเตรียมรับการผลิตที่เกี่ยวข้อง กับแนวคิดเรื่องกรีน เช่น ไฟฟ้าสะอาด โรงงานรีไซเคิล แบตเตอรี่รถEV ดาต้าเซนเตอร์ ที่ต้องการเข้ามาลงทุน เพื่อรองรับ การเติบโตของอุตสาหกรรม ซึ่งในส่วนนี้ เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น ดิจิทัล ดาต้าเซนเตอร์ ที่ต้องการไฟฟ้าสะอาดทั้งสิ้น” นายจุฬา กล่าว
เลขาธิการ อีอีซี กล่าวด้วยว่า ข้อดีการส่งเสริมการลงทุนที่อีอีซี เป็นผู้เจรจากับนักลงทุนโดยตรง คือ ข้อได้เปรียบด้าน กฎหมาย และการขออนุญาตซึ่ง ตาม พ.ร.บ. ของอีอีซี นั้น ดูแลกฎหมายที่เกี่ยวกับการลงทุนในพื้นที่ 14 ฉบับ เมื่อเจรจาเสร็จแล้ว นักลงทุนจะเริ่มก่อสร้าง อีอีซี สามารถอนุมัติ อนุญาตได้ทันที เช่น การขออนุญาตก่อสร้าง การขออนุญาตใช้น้ำ-ไฟ เป็นต้น ทำให้การลงทุนทำได้รวดเร็ว ในส่วนนี้จะช่วยเสริมให้มีเม็ดเงิน เข้ามาลงทุนได้รวดเร็วขึ้น

 

  • เพิ่มสิทธิประโยชน์แลกเร่งลงทุน

“เราได้คุยกับนักลงทุนตั้งแต่แรโดยการเจรจาแต่ละรายนั้นนักลงทุนจะได้สิทธิประโยชน์ไม่เท่ากันขึ้นกับการเจรจา ซึ่งเงื่อนไขอย่างหนึ่ง ที่คณะกรรมการจะต้องพิจารณา คือ โครงการที่จะเข้ามาสามารถลงทุนได้จริงเมื่อไร ส่งผลต่อเรื่องของสิทธิประโยชน์ที่จะให้ด้วย เช่น กิจการที่จะเข้ามา นักลงทุนได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด 8 ปี แต่การเจรจาเราอาจยื่นเงื่อนไขว่า หากมีการลงทุนทันทีปีนี้ 30-40 % ของมูลค่าโครงการ เราอาจให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มขึ้นอีก 1-2 ปี ในส่วนนี้จะเร่งรัดการลงทุนให้เกิดขึ้นได้จริง จะช่วยสร้างประโยชน์ให้เศรษฐกิจได้ในทันที”
นอกจากนั้นการเจรจาสิทธิประโยชน์กับนักลงทุน ยังดูถึงความสำคัญด้านอื่นๆ เช่น เทคโนโลยีที่จะเข้ามาลงทุน การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมที่จะดึงการลงทุนที่เกี่ยวข้อง การจ้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี การใช้วัตถุดิบ และวัสดุในประเทศ (Local Content) ซึ่งต้องมีการพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ ที่มีการหารือกับภาคเอกชนที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่ด้วย

“การที่จะเน้นให้เกิดการลงทุนจริง เพื่อให้ FDI ของไทยเพิ่มขึ้น การเจรจากับภาคเอกชนเป็นเรื่องสำคัญ ต้องคุยกันให้ชัดว่าถ้าคุณลงทุนได้ทันทีเลย เราให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมได้” นายจุฬา กล่าว

 

  • ปี 68 ธุรกิจก่อสร้างคึกคัก

นายจุฬา กล่าวด้วยว่าปี 2568 การลงทุนในพื้นที่อีอีซี จะมีความคึกคักขึ้น มีหลายโครงการที่เริ่มเดินหน้าก่อสร้างได้ในช่วงต้นปีหน้า ตามที่บอร์ด กพอ.ได้รับทราบข้อมูลความคืบหน้าในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของอีอีซี ซึ่งภายหลังจากที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ททท.) และบริษัท เอเชียเอรา วัน จำกัด หารือแก้ไขสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-อู่ตะเภา) แล้วจะลงนามในสัญญาร่วมกันภายในปี 2567 และเริ่มก่อสร้างต้นปี 2568

ขณะที่ภายในสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก จะเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2567 ในโครงการรันเวย์ที่ 2 วงเงิน 6 พันล้านบาท โครงการนี้รับผิดชอบโดยทหารเรือเป็นเจ้าของโครงการ ขณะเดียวกันบริษัทอู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด จะเริ่มโครงการก่อสร้างเทอร์มินัลใหม่สนามบินอู่ตะเภา ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างในพื้นที่ภาคตะวันออกคึกคักมากขึ้น ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภาพรวม

 

  • เพิ่มพื้นที่เมืองอัจฉริยะ

สำหรับความคืบหน้าโครงการเมืองใหม่ อัจฉริยะ ถือเป็นโครงการสำคัญในพื้นที่อีอีซี รองรับการขยายตัวของเมืองในพื้นที่อีอีซี คาดว่า จะมีประชากรเข้ามาอาศัยในพื้นที่ 3 แสนคนในระยะเวลา 10 ปี หลังรถไฟความเร็วสูงแล้วเสร็จ รวมทั้งมีการลงทุนของ อุตสาหกรรมเป้าหมายเพิ่มขึ้น ประชากรและ แรงงานในพื้นที่จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น

ล่าสุด ขยายพื้นที่เมืองใหม่อีอีซีจากเดิมพื้นที่ 5,700 ไร่ เพิ่มเป็น 14,000 ไร่ เพื่อรองรับอีก 2 โครงการสำคัญที่จะเข้ามาอยู่ในเมืองใหม่อีอีซี ได้แก่ โครงการนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว (กรีนอินดัสทรี) พื้นที่ 5,000 ไร่ โครงการนี้สำนักงานอีอีซีได้หารือการนิคมแห่งประเทศไทย (กนอ.) แล้ว โดยการลงทุนนี้จะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการของรัฐ (PPP) เพื่อพัฒนาโครงการเป็นพื้นที่รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมสีเขียว และโครงการบีซีจีที่มีความต้องการลงทุนจำนวนมาก

อีกส่วน คือ การเปิดให้ลงทุนโครงการสร้าง “สปอร์ต คอมเพล็กซ์” บนพื้นที่ 1,500 ไร่ โครงการนี้อีอีซีจะร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ถือเป็น โครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับเมือง ขนาดใหญ่ รองรับทั้งมหกรรมกีฬา คอนเสิร์ต รวมถึงอีสปอร์ตที่ทั่วโลกให้ความสนใจ โครงการนี้ กกท.จะเปิด PPP ให้เอกชนร่วมลงทุนเช่นกัน

 

  • พีพีพีโครงสร้างพื้นฐานเมือง20โครงการ

อีกส่วนหนึ่ง เป็นการเปิดให้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานโครงการเมืองใหญ่ฯอีอีซี เป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในโครงการ เช่น ถนน ไฟฟ้า น้ำประปา โรงพยาบาล โรงเรียนนานาชาติ และโครงสร้างพื้นฐานที่ จำเป็นอื่นๆ ซึ่งสำนักงานอีอีซีจะมีการเปิด PPP โครงการนี้กับภาคเอกชน 20 โครงการ จะประกาศความชัดเจนโครงการเร็วๆ นี้

“การดึงลงทุนขณะนี้ ต้องวางแผนรับเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การลงทุนถือเป็นปัจจัยสำคัญช่วยฟื้นและแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ ซึ่งนักลงทุนพร้อมนำเม็ดเงินเข้ามา ลงทุน ซึ่งในพื้นที่อีอีซี มีความพร้อมทั้งเรื่องสิทธิประโยชน์ ข้อกฎหมาย และ สภาพแวดล้อมที่เหมาะการลงทุน ตอบโจทย์ การดึงเอฟดีไอจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทยได้” นายจุฬา ระบุ

ที่มา:  นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 14 มิ.ย. 2567

ขนาดตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
EECO
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.