
(เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2568) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี ร่วมกับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดรับฟังความเห็นต่อ (ร่าง) แผนปฏิบัติการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2567 – 2570 ณ โรงแรมเดอะไทด์ รีสอร์ท บางแสน จังหวัดชลบุรีโดยมีนายธนนท์พรรพีภาส รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวต้อนรับ และกล่าวเปิดการประชุม และมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยนายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก กล่าวถึงภาพรวม การพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งในการรับฟังความคิดเห็นฯ มีผู้เข้าร่วม ประกอบด้วย หน่วยงานราชการทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาคประชาชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง จำนวนกว่า 200 คน และรับฟังความคิดเห็นผ่านทางออนไลน์ กว่า 1,400 คน




นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการ อีอีซี กล่าวว่า การเปิดรับฟังความเห็นต่อ (ร่าง) แผนปฏิบัติการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลฯ ครั้งนี้ ถือเป็นภารกิจสำคัญและทิศทางขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลในพื้นที่อีอีซี โดยในการพัฒนาพื้นที่อีอีซี จะมี พ.ร.บ. เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 รองรับการดำเนินการขับเคลื่อนแผนงานอีอีซี ไม่ว่าจะเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลักที่สำคัญ การชักจูงการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และการพัฒนาพื้นที่และชุมชนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ทั้งนี้ ในการดำเนินงานของอีอีซี จะมีแผนภาพรวมเพื่อการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกที่กำหนดทิศทางการพัฒนา ซึ่งกำหนดเป้าหมายการลงทุนในพื้นที่อีอีซีเพิ่มขึ้น ประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีกลไกการขับเคลื่อนผ่านงบบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก สำหรับความคืบหน้าการดำเนินการ ได้แก่ การลงทุนในพื้นที่อีอีซี มุ่งเน้น 5 คลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งจะต้องเร่งพัฒนาระบบนิเวศรองรับการลงทุนในทุกมิติ อาทิ การจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ การให้สิทธิประโยชน์การเตรียมความพร้อมด้านแรงงาน เพื่อส่งเสริมให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในพื้นที่ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ 4 โครงการหลัก โดยเฉพาะโครงการท่าเรือมาบตาพุด และท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งได้เริ่มก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว


จากนั้น เป็นการนำเสนอ (ร่าง) แผนปฏิบัติการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลฯ โดยผู้แทน อีอีซี และผู้แทน ดศ. ซึ่งในการจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลฯ มีกรอบแนวคิดการพัฒนาที่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 นโยบายหลักรัฐบาล และแผนภาพรวมเพื่อการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสถานการณ์ด้านดิจิทัล ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก โดยมีวิสัยทัศน์ “เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เป็นพื้นที่ที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลทันสมัย ทั่วถึง ช่วยผลักดันเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต และเป็นเป้าหมายของนักลงทุนด้านดิจิทัล” และมีแนวทางพัฒนาที่สำคัญ ประกอบด้วย 2 แนวทาง ได้แก่ แนวทางที่ 1 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลให้ทันสมัย รองรับการเข้าสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง การเติบโตของเมืองและการลงทุน รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านดิจิทัล ให้เป็นระบบ มีมาตรฐาน ประกอบด้วยแผนงาน/โครงการสำคัญ อาทิ โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Digital Hub) แผนงานพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เพื่อรองรับอุตสาหกรรม การลงทุน และการเติบโตของเมือง และแนวทางที่ 2 เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตสินค้าและบริการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับการบริหารจัดการเมืองให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล และส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการให้บริการภาครัฐ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ประกอบด้วยแผนงาน/โครงการสำคัญ อาทิ โครงการไทยแลนด์ดิจิทัลวัลเล่ย์ (Thailand Digital Valley) พัฒนาศูนย์ทดสอบการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล โดยดำเนินการต่อเนื่องจากแผนระยะที่ 1 และแผนงานยกระดับเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ พร้อมทั้ง กล่าวในตอนท้ายว่า ภายหลังการรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ อีอีซี และ ดศ. จะนำความคิดเห็นที่ได้มาประมวลและปรับปรุง (ร่าง) แผนปฏิบัติการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลฯ ให้มีความครบถ้วน สมบูรณ์ยิ่งขึ้นต่อไป