
(วันที่ 3 ก.พ. 2568) นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี และนายริชาร์ด มาลโลนีย์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย (ยูโอบี) ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อดึงดูดและอำนวยความสะดวกการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ซึ่งนับเป็นความร่วมมือสำคัญของทั้งสองฝ่าย ที่จะส่งเสริมให้พื้นที่อีอีซี เป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับนักลงทุนระดับนานาชาติ โดยเฉพาะการลงทุนในกลุ่ม 5 คลัสเตอร์สำคัญ ประกอบด้วย อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรม BCG และอุตสาหกรรมบริการ พร้อมทั้งสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในพื้นที่อีอีซี และของประเทศไทยในระยะยาว โดยมีผู้บริหารระดับสูง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จากทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมงาน

นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการ อีอีซี กล่าวว่า การร่วมมือกับธนาคารยูโอบี สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญ ของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการขับเคลื่อนเป้าหมายทางเศรษฐกิจของไทย โดยกรอบความร่วมมือตาม MOU ดังกล่าว อีอีซี และ ยูโอบี จะได้ร่วมกันจัดเตรียมสภาพแวดล้อมทางด้านการเงิน และการลงทุนที่สอดคล้องกับความต้องการของนักลงทุนต่างชาติ โดยมีเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนกระบวนการลงทุนให้เกิดความคล่องตัว เพิ่มความสะดวกในการทำธุรกรรมด้านการเงิน และส่งเสริมการลงทุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเป้าหมาย

โดยความร่วมมือกับ ยูโอบี นี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะสนับสนุนให้มีบริการทางการเงินแบบครบวงจรรองรับการลงทุนในพื้นที่อีอีซีหลากหลายรูปแบบ และจะเป็นกุญแจสำคัญเพื่อเชื่อมโยง อีอีซี ให้เข้าถึงนักลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพจากเครือข่ายที่กว้างขวางในภูมิภาคอาเซียนของธนาคารยูโอบี ซึ่งอีอีซี เชื่อมั่นว่าความร่วมมือฯ นี้ จะสร้างโอกาสดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีมูลค่าสูง ส่งเสริมการเติบโตและสร้างโอกาสให้กับชุมชนพื้นที่อีอีซีได้อย่างต่อเนื่อง

นายริชาร์ด มาลโลนีย์ ประธานและ CEO ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือกับอีอีซี เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของธนาคารยูโอบีในการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งมีความสอดคล้องกับเป้าหมายของอีอีซี โดยธนาคารยูโอบีจะให้การสนับสนุนอย่างครบวงจรทั้งนักลงทุนท้องถิ่น นักลงทุนในระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ เพื่อให้ประเทศไทยยังคงเป็นศูนย์กลางชั้นนำด้านนวัตกรรม และการพัฒนาในภูมิภาคนี้ต่อไป เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกิจของสกพอ.

ความร่วมมือครั้งนี้ จะครอบคลุมโครงการต่างๆ ที่จะดำเนินการร่วมกัน อาทิ แคมเปญส่งเสริมการลงทุน การจัดโรดโชว์สำหรับนักลงทุน และการสนับสนุนผ่านหน่วยงานที่ปรึกษาการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDIA) ของธนาคาร ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2563 หน่วยงาน FDIA ของยูโอบีได้สนับสนุนให้บริษัทกว่า 450 แห่งขยายธุรกิจเข้าสู่ประเทศไทย โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศกว่า 45,000 ล้านบาท และสร้างโอกาสการจ้างงานให้กับคนไทยมากกว่า 31,000 ตำแหน่ง