
วันนี้ (19 พ.ย.2564) ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) พร้อมด้วย นายเฉลิม เพ็ญสูตร ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง เข้าร่วมงานเสวนา “เปิดความสำเร็จการเป็นต้นแบบแผนงานบูรณาการ สู่การพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน” ผ่านระบบ Zoom meeting โดยมีวิทยากรที่ร่วมเสวนา อาทิ นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา นางสาวพจณี อรรถโรจน์ภิญโญ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านนโยบายและแผน สกพอ. นางธัญรัตน์ อินทร ผู้ช่วยเลขาธิการด้านนโยบายและแผน สกพอ. นางสาวเพ็ญแข จันทร์สว่าง ผู้อำนวยการกองจัดทำงบประมาณด้านเศรษฐกิจ และดร.ชิต เหล่าวัฒนา ที่ปรึกษาด้านพัฒนาการศึกษา สกพอ. ร่วมกันถ่ายทอดประสบการณ์ความสำเร็จจากโครงการภายใต้แผนงานบูรณการอีอีซี ให้แก่ผู้เข้าร่วมรับฟังจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น และชุมชน กว่า 500 คน จาก 150 หน่วยงาน

การจัดเสวนาฯ ครั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนแผนภาพรวมการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ให้เป็นรูปธรรมผ่านแผนงานบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก รวมทั้งเพื่อชี้แจงและสร้างความเข้าใจทิศทางการพัฒนา อีอีซี และแผนงานบูรณาการฯ นำเสนอโครงการที่ประสบผลสำเร็จ และการพัฒนาด้านอื่นๆ ในพื้นที่ รวมทั้งเตรียมความพร้อมให้กับหน่วยงานจัดทำข้อเสนอโครงการและงบประมาณให้สอดคล้องกับ แนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี และเตรียมกำหนดเป้ามาย แนวทาง ตัวชี้วัด ให้มีประสิทธิภาพบรรลุเป้าหมายของแผนงานบูรณาการฯ ในการเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2566
สำหรับการขับเคลื่อนแผนงานบูรณาการ ในปีงบประมาณ 2566 สกพอ. ได้กำหนด 4 แนวทางตามภารกิจที่สำคัญ ได้แก่
1) ต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานระบบสาธารณูปโภค และระบบดิจิทัล เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานกับพื้นที่เศรษฐกิจอย่างไร้รอยต่อ สู่ประตูการค้าระดับภูมิภาค ควบคู่การวางโครงข่ายดิจิทัลเพื่อดึงทุนเอกชน รองรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
2) ยกระดับบุคลากร การศึกษา วิจัย และนวัตกรรม พัฒนาทักษะบุคลากร สู่การปฏิบัติงานจริงในภาคอุตสาหกรรม และพัฒนาพื้นที่นวัตกรรม รองรับการวิจัยชั้นนำ พร้อมขยายผลเชิงพาณิชย์
3) พัฒนาเมืองเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน พลิกฟื้นเศรษฐกิจ สร้างระบบนิเวศเมืองด้วยการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน เกษตรอัจฉริยะ สาธารณสุข เมืองน่าอยู่ และสิ่งแวดล้อม
4) ดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนการลงทุนเศรษฐกิจหมุนเวียน เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้เศรษฐกิจเติบโตได้ในระยะยาว






ทั้งนี้ แผนงานบูรณาการ ฯ จะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาพื้นที่อีอีซี ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 นำไปสู่การจ้างงานในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายเพิ่มขึ้น 100,000 คน ขณะเดียวกัน การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในพื้นที่อีอีซี เป็นไปอย่างสมดุล ยั่งยืน และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง
สำหรับแผนงานบูรณาการ อีอีซี ถือเป็นต้นแบบสร้างการมีส่วนร่วม รัฐ เอกชน ท้องถิ่น ประชาชน ตั้งแต่จัดทำแผน บริหารทรัพยากรร่วมกัน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ผ่านการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ด้วยแนวคิด “ร่วมคิด ร่วมลงทุน ร่วมพัฒนา” มุ่งเน้นใช้งบประมาณแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งได้ดำเนินการตั้งแต่ปี 2561 – ปัจจุบัน เกิดการอนุมัติแล้วกว่า 82,000 ล้านบาท มีหน่วยงานร่วมสูงถึง 13 กระทรวง 32 หน่วยงาน ผลักดันให้เกิดการลงทุนภาครัฐและเอกชน ไม่น้อยกว่า 300,000 ล้านบาทต่อปี และนับเป็นส่วนสำคัญของเป้าหมายการลงทุนใน อีอีซี ที่ได้รับการอนุมัติแล้วรวมกว่า 1.66 ล้านล้านบาท