
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี และนครโอซากา ได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) ในด้านการพัฒนาการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์เพื่อขับเคลื่อนนโยบายประเทศไทย 4.0 เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกันในการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ โดยมีนายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ สกพอ. และ นายอิชิโระ มัตซุอิ นายกเทศมนตรีนครโอซากา เป็นผู้ลงนามของทั้งสองฝ่าย พร้อมด้วยนายสิงห์ทอง ลาภพิเศษพันธุ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว นายกฤษณ์ ตันคณารัตน์ กงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา และผู้บริหารระดับสูงจากทั้งภาครัฐและเอกชนของทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ผ่านระบบการประชุมออนไลน์

ภายใต้ความร่วมมืออีอีซีและนครโอซากาในครั้งนี้ มีเป้าหมายในการขยายความความร่วมมือระหว่างกันในด้านการพัฒนาการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์เพื่อขับเคลื่อนนโยบายประเทศไทย 4.0 ผ่านกิจกรรมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในพื้นที่อีอีซี การสร้างสรรค์โครงการลงทุนใหม่ที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ การแลกเปลี่ยนข้อมูลและยกระดับโครงการที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่อีอีซี และด้วยนครโอซากาเป็นมหานครที่มี GPP สูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศญี่ปุ่น และ 1 ใน 10 เมืองที่มี GPP มากที่สุดของโลก มีความโดดเด่นในการผลักดันเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม เป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ และฐานด้านการวิจัยและพัฒนาของบริษัทชั้นนำหลายแห่ง การขยายความร่วมมือระหว่างภาครัฐในครั้งนี้ จึงถือเป็นประตูสำคัญในการเชื่อมโยงไปถึงภาคเอกชนญี่ปุ่นในนครโอซากาที่สนใจลงทุนในพื้นที่อีอีซี โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
ในการนี้ ลกพอ. ได้เน้นย้ำความสำคัญของการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจของประเทศไทยและญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรมที่ต้องคำนึงถึงเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อม โดยกลไกความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นอีกกลไกหนึ่งที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซี
ในขณะเดียวกัน นายอิชิโระ มัตซุอิ นายกเทศมนตรีนครโอซากา กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างกันในห้วงที่ผ่านมา นำไปสู่การขยายการลงทุนในเศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งถือเป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างประเทศที่สำคัญของนครโอซากา

ที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายได้มีความร่วมมือในด้านดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องและได้ให้การสนับสนุนภาคเอกชนญี่ปุ่นภายใต้โครงการ Joint Crediting Mechanism หรือ JCM ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ที่ช่วยสนับสนุนภาคเอกชนญี่ปุ่นในประเทศไทย ปรับเปลี่ยนการจัดการพลังงานและการผลิต เพื่อพัฒนาความร่วมมือในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ในพื้นที่อีอีซี ซึ่งในครั้งนี้ บริษัท Toyota Daihatsu Engineering & Manufacturing (TDEM) ได้ร่วมนำเสนอตัวอย่างของโครงการภายใต้ความร่วมมือระหว่างอีอีซีและนครโอซากา ผ่านโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ เช่น โครงการพัฒนาพลังงานจากไฮโดรเจนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม Smart Park และโครงการนำร่องยานยนต์ไฟฟ้าในระบบขนส่งสาธารณะในเมืองพัทยา เป็นต้น ทั้งนี้ ภาคเอกชนในนครโอซากาได้ให้การตอบรับความร่วมมือดังกล่าว และเตรียมจัดกิจกรรมเชื่อมโยงทางธุรกิจระหว่างภาคเอกชนของไทยและนครโอซากาในด้านดังกล่าวอีกด้วย