ข่าวประชาสัมพันธ์

สกพอ. เปิดเวที ขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้า EV ในพื้นที่อีอีซีมั่นใจดึงนักลงทุนรายใหญ่ ผลักดันไทยสู่ฐานการผลิตโลก

นางนงนุช เพ็ชรรัตน์ ที่ปรึกษาพิเศษด้านการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี กล่าวเปิดงานสัมมนาวิชาการ “EEC Economic Forum : การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์กับผลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจไทย” โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิชาการ ในสาขาอุตสาหกรรมยานยนต์ และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และหารือถึงทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ซึ่งในพื้นที่อีอีซี ปัจจุบันมีผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องรายใหญ่ของโลกหลายแห่ง เช่น ABB, BMW, Siemens, REMODDIS, ALBA group และ BYD แสดงความสนใจพร้อมที่จะเข้าลงทุน เพื่อสนับสนุนให้อีอีซี สามารถบรรลุเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ในประเทศเป็น 26% ภายในปี 2570 และได้ตั้งเป้าขยายมูลค่าการลงทุนต่อเนื่อง เพื่อผลักดันและต่อยอดให้ประเทศไทย ก้าวสู่ฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลก 

พร้อมกันนี้ อีอีซี ได้มีความพร้อมลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และผลักดันให้เกิดสภาพแวดล้อม (Ecosystem) มาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชน ส่งเสริมให้เกิดสถานีอัดประจุเพิ่มขึ้น 5,000 หัวจ่าย, โรงผลิต Battery, ศูนย์ทดสอบ EV Battery สนามทดสอบยานยนต์ขับคลื่อนอัตโนมัติ (Autonomous Vehicle) พร้อมเร่งผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง (EV Conversion) การพัฒนาอู่ซ่อมรถ ควบคู่ไปกับเตรียมความพร้อมบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้า, Electronics และ Mechatronics ในพื้นที่อีอีซี ไม่น้อยกว่า 30,000 คน เพิ่มโอกาสและสร้างงานรองรับบุคลากรให้มีทักษะสูง ตรงความต้องการของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า สร้างรายได้ให้คนพื้นที่อีอีซีอย่างมั่นคง

สำหรับผลการศึกษาของ สกพอ. ร่วมกับ มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (สวค.) และทีมนักวิจัยจาก คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นครั้งแรกของไทย ที่ได้ทำการวิเคราะห์ผลต่อเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ ด้วยแบบจำลอง Dynamic-Computable General Equilibrium (Dynamic CGE) โดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า พบว่า มีครัวเรือนบางส่วนได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ ส่งผลให้การบริโภคโดยรวมของครัวเรือนเพิ่มขึ้น 34,129 ล้านบาท (ในปีแรกของการพยากรณ์ พ.ศ. 2565) และจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2578 คาดว่า จะทำให้เกิดการบริโภครวมของครัวเรือนเพิ่มขึ้นสูงถึง 175,555 ล้านบาท โดยอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า จะเกิดการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยียานยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในอนาคตอันใกล้ และจะเป็นโอกาสสำคัญดึงดูดให้เกิดการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจสีเขียว (BCG) เป็นกลไกหลักผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตเต็มศักยภาพ 4.5 – 5% ต่อปี พร้อมสร้างความมั่นใจนักลงทุนต่อเนื่อง

 

https://eeco.or.th/th/news-release-pr/494

ขนาดตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
EECO
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.