เน้นความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อบรรลุเป้าประสงค์ของการขับเคลื่อน EECเพื่อให้การจัดทำงบประมาณแผนบูรณาการ EEC มีประสิทธิภาพ และเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์อย่างแท้จริง ตลอดจนส่งผลสัมฤทธิ์ให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากการพัฒนาและการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ทั้งในด้านรายได้ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สกพอ.จึงจัดประชุมชี้แจงเป้าหมายและแนวทางการจัดทำงบประมาณแผนงานบูรณาการ EEC ประจำปีงบประมาณ 2565 ขึ้น โดยเน้นย้ำถึงการทำงานสอดประสานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อนำเสนอโครงการที่สอดคล้องและตรงตามเป้าหมายของอีอีซีเป็นสำคัญ

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมชี้แจงส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น เรื่อง “ขับเคลื่อนแผนงานบูรณาการ อีอีซี ปี 2565 เดินหน้าต่อเนื่อง ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน” ร่วมกับสำนักงบประมาณ โดย ม.ร.ว.รณจักร จักรพันธุ์ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ พร้อมเจ้าหน้าที่กระทรวง และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมกว่า 300 คน เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 ณ ห้องประชุมแกรนด์ บอลรูม ชั้น 4 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เพลินจิต กรุงเทพฯ
สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนแผนภาพรวมเพื่อการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกซึ่งดำเนินงานตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ประเด็นที่ 9 เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ในฐานะที่อีอีซีเป็นต้นแบบการพัฒนาพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ สู่การดำเนินงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมผ่านแผนงานบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก รวมทั้ง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบเป้าหมาย และแนวทางขับเคลื่อนแผนงานบูรณาการฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 สำหรับเตรียมความพร้อมในการจัดทำข้อเสนอโครงการและงบประมาณให้สอดคล้องกับแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตลอดจน เตรียมกำหนดเป้าหมาย แนวทาง ตัวชี้วัด ให้มีประสิทธิภาพ โดยเน้นย้ำถึงการเสนอโครงการที่เหมาะสม ในจำนวนที่เหมาะสม สามารถดำเนินการภายใต้หลักเกณฑ์ที่ตรงกับเป้าประสงค์ของอีอีซี เช่น โครงการพัฒนาและยกระดับการพัฒนาบุคลากรจะต้องเป็นไปตามหลัก Demand Driven ไม่ใช่ Supply Driven เป็นต้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของแผนงานบูรณาการฯ ในการเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ต่อไป ทั้งยังเป็นการช่วยกันทำงานระบบงบบูรณาการที่ดีให้กับประเทศไทย เพื่อให้การใช้งบประมาณแผ่นดินเป็นไปอย่างรอบคอบ ระมัดระวัง และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 3 ปีกับแผนบูรณาการ EEC (พ.ศ.2561-2564) ได้รับการจัดสรรงบประมาณรวมกัน 58,326.3780 ล้านบาท เฉพาะแผนบูรณาการ EEC พ.ศ.2564 มีจำนวน 42 โครงการ จำนวน 21,489.5155 ล้านบาท แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ 594.5760 ล้านบาท และรายจ่ายลงทุน 20,894.9395 ล้านบาท
โดยการจัดทำงบประมาณแผนงานบูรณาการ ถือเป็นการแก้ไขปัญหาการจัดทำงบประมาณแบบเดิม ๆ ที่มักมีปัญหามองไม่เห็นภาพรวม หลายหน่วยงานทำเรื่องเดียวกันแต่ต่างคนต่างทำ หลายครั้งมีการทำโครงการซ้ำกันในพื้นที่เดียวกัน บ้างทำไม่สัมพันธ์ต่อเนื่องกัน และไม่ทราบผลงานรวม ตลอดจนการนำไปใช้ประโยชน์เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการร่วมคิด (วางแผน) ร่วมทำ (ปฏิบัติ) ร่วมลงขัน (ระดมทรัพยากร)
สำหรับการประชุมครั้งนี้ สกพอ.ได้เชิญ ม.ร.ว.รณจักร จักรพันธุ์ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่าง ๆ ร่วมเสวนาด้วย ได้แก่ นางสาวพจณี อรรถโรจน์ภิญโญ รองเลขาธิการฯ สายงานนโยบายและแผน นายแพทย์พีรพล สุทธิวิเศษศักดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษด้านสาธารณสุข และนายอภิชาต ทองอยู่ ประธานคณะทำงาน EEC – HDC และนางธัญรัตน์ อินทร ผู้ช่วยเลขาธิการ ด้านนโยบายและแผน เป็นผู้ดำเนินรายการและชี้แจงการจัดทำงบประมาณ ปี 2565
ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้แผนงานบูรณาการ EEC ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ยังคงสานต่อการพัฒนากำลังคนให้ตรงกับความต้องการมีรายได้สูง ยกระดับคุณภาพระบบสาธารณสุขให้ได้มาตรฐานสากล เพียงพอต่อการให้บริการ รวมถึงมีระบบเฝ้าระวังโรคที่ได้มาตรฐาน ควบคู่ไปกับการขยายตัวของเมืองและการพัฒนาเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ และคาดว่าจะเกิดการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างน้อย 100,000 ล้านบาท นอกจากนั้น ในปีนี้จะเริ่มการยกระดับการเกษตรแบบดั้งเดิมสู่เกษตรสมัยใหม่ที่มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยเพิ่มมูลค่าของผลิตผลทางการเกษตร พร้อมทั้งประเมินกำลังการผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาด เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่เหมาะสมตลอดทั้งปี

ขณะที่เป้าหมายสำคัญต้องเร่งผลักดันในปีนี้คือ กระตุ้นให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวทั่วโลก ในขณะที่ประเทศไทยมีระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็งเป็นที่ประจักษ์และได้รับการชื่นชมจากล้นหลาม จึงเป็นโอกาสอันดีของประเทศไทยท่ี่จะดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมทางการแพทย์
นอกจากนี้ สกพอ. ยังคงมุ่งมั่นตั้งใจในการดำเนินงานขับเคลื่อนแผนงานบูรณาการฯ ให้มีความต่อเนื่อง ในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างสมดุล ด้วยการดำเนินงานพัฒนาแนวทางตามภารกิจสำคัญให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นใน 5 ด้าน ได้แก่
1.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมโยงระบบคมนาคมอย่างไร้รอยต่อ เร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคให้เพียงพอรองรับความต้องการ และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล
2.พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน พร้อมสร้างแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ผลักดันให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น/ SMEs มีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่
3.การพัฒนาและยกระดับการพัฒนาบุคลากร การศึกษา วิจัย และนวัตกรรม เตรียมความพร้อม
ทุนมนุษย์ สร้างความเป็นเลิศทางเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิต ด้วยการพัฒนาบุคลากรอย่างบูรณาการ Short course training ด้วยรูปแบบ EEC Model การขับเคลื่อนนวัตกรรม EECi การส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ด้วย แนวคิด Creative Economy เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

4.การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนรองรับการขยายตัวของเมือง “ประชาชนมีคุณภาพ
ชีวิตที่ดี มีรายได้เพิ่ม ลดความเหลื่อมล้ำ” ยกระดับและพัฒนาขีดความสามารถระบบสาธารณสุขให้มีคุณภาพและเพียงพอ ผลักดันระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ปรับปรุง และส่งเสริมและป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อม (ขยะ น้ำเสีย และมลพิษทางอากาศ) การเร่งขับเคลื่อนเมืองใหม่อัจฉริยะน่าอยู่ ผลักดันที่อยู่อาศัยรองรับเมืองใหม่ และเตรียมขับเคลื่อนภาคเกษตรอัจฉริยะให้เป็นรูปธรรม
5.การลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา