ข่าวประชาสัมพันธ์

กรมชลประทาน จัด 8 มาตรการรองรับการใช้น้ำช่วงฤดูแล้ง 63/64 ในพื้นที่ EEC อย่างมีประสิทธิภาพ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ติดตามสถานการณ์และแผนการบริหารจัดการน้ำ รองรับความต้องการใช้ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดมาตรการรองรับการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 63/64 เสริมความเชื่อมั่นผู้ใช้น้ำในพื้นที่อย่างเพียงพอ

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และแผนการบริหารจัดการน้ำเพื่อการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง โดยเห็นว่า ภาคตะวันออกในอนาคตจะเป็นส่วนกลางของความเจริญไม่ว่าจะเป็นภาคการท่องเที่ยวที่จะกลับมาคึกคักอีกครั้งเมื่อสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 คลี่คลาย ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และความเจริญจากการขยายเมืองออกมาจากภาคกลาง ซึ่งจะทำให้ความต้องการใช้น้ำเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องเตรียมตัว วางแผนบริหารจัดการและเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำ เพื่อมีน้ำเพียงพอสำหรับความต้องการที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้คาดการณ์ปริมาณน้ำอ่างเก็บน้ำภาคตะวันออกและพื้นที่ EEC ในช่วงฤดูฝน ปี 2563ใน 5 กรณี คือ กรณีน้ำมาก กรณีน้ำเฉลี่ย กรณีน้ำน้อย กรณี Inflow (ปริมาณน้ำท่าหรือปริมาณน้ำในลำธาร) ปี 2538 และกรณีน้ำไหลเข้าอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย AVG-5%
พร้อมทั้งวางมาตรการรองรับการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ EEC ในช่วงฤดูแล้งปี 2563/2564 ไว้ 8 มาตรการ ดังนี้

1) สูบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่มาลงอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล สูบถึงเดือนพฤศจิกายน 2563ปริมาณน้ำรวม 60 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)

2) สูบคลองสะพานเติมอ่างฯประแสร์ ถึงเดือนพฤศจิกายน 2563 ปริมาณน้ำรวม 15 ล้าน ลบ.ม.

3) สูบกลับวัดละหารไร่ (แม่น้ำระยอง) เติมอ่างฯหนิงปลาไหล ถึงเดือนพฤศจิกายน ปริมาณน้ำรวม 4.84 ล้านลบ.ม.

4) การนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด สูบใช้น้ำคลองน้ำหู ถึงเดือนพฤศจิกายน 2563 ปริมาณน้ำรวม 5 ล้านลบ.ม.

5) สูบผันน้ำคลองพระองค์ฯ/พานทอง – อ่างฯ บางพระ ถึงเดือนพฤศจิกายน 2563 ปริมาณน้ำรวม 50ล้านลบ.ม.

6) สูบผันน้ำแม่น้ำบางปะกง-อ่างฯบางพระ ถึงเดือนพฤศจิกายน 2563 ปริมาณน้ำรวม 20 ล้าน ลบ.ม.

7) ประหยัดการใช้น้ำทุกภาคส่วนในจังหวัดระยอง และชลบุรี

8) สูบปันน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี มาลงอ่างประแสร์ มีแผนการสูบน้ำตั้งแต่วันที่ 1-30 กันยายน 2563ปริมาณน้ำรวม 12 ล้าน ลบ.ม.

“น้ำเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในพื้นที่ EEC จึงต้องบริหารจัดการให้ดี กรมชลประทานและทุกภาคส่วนต้องดูแลและหาแนวทางเพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด เริ่มจากสำรวจและดูปริมาตรที่แท้จริงของอ่างฯ และฝายต่าง ๆ ที่มีอยู่ เนื่องจากสิ่งปลูกสร้างใช้งานมานานอาจตื้นเขินมากขึ้น การสำรวจและขุดลอกจะช่วยเพิ่มพื้นที่กักเก็บ รวมถึงต้องรณรงค์การใช้น้ำอย่างมีคุณค่าอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นช่วงที่มีน้ำใช้การเยอะหรือน้อย โดยเริ่มตั้งแต่ต้นทางไปถึงปลายทางของน้ำ โครงการสร้างพื้นที่กักเก็บน้ำต่าง ๆ ก็ขอให้ดูพื้นที่ที่มีฝนมากเป็นหลัก ไม่ใช่ใช้พื้นที่ที่มีอยู่ไปสร้างเพิ่ม และเมื่อสร้างแล้วใช้ท่อส่งไปยังพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้มีน้ำใช้เพียงพอในทุกพื้นที่” นายเฉลิมชัย กล่าว

ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมชลประทาน รายงานว่า ภาคตะวันออกมีปริมาณน้ำเก็บกัก (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ส.ค.63) มีปริมาตรน้ำปัจจุบัน 957 ลบ.ม.  ปริมาตรน้ำที่นำมาใช้ได้ 802 ล้าน ลบ.ม. แบ่งเป็น อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 6 แห่ง อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 42 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก 14 แห่ง

จึงมีแผนจัดสรรน้ำและเพาะปลูกพืชฤดูฝน ปี 2563 (1 พ.ค. – 31 ต.ค. 63) ปริมาณ 1,215 ล้าน ลบ.ม. สำหรับใช้ในการอุปโภค-บริโภค 265 ล้าน ลบ.ม. อุตสาหกรรม 154 ล้าน ลบ.ม. รักษาระบบนิเวศและอื่น ๆ 199 ล้าน ลบ.ม. และด้านเกษตรกรรม 597 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งปัจจุบันจัดสรรน้ำไปแล้ว 390 ล้าน ลบ.ม.

ขณะที่แผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ EEC ซึ่งครอบคลุมพื้นที่จังหวัดระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และจันทบุรี มีปริมาณน้ำเก็บกัก (ข้อมูล ณ วันที่ 21 ส.ค. 63) มีปริมาตรน้ำปัจจุบัน 487 ล้าน ลบ.ม.

ปริมาตรน้ำที่นำมาใช้ได้ 386 ล้าน ลบ.ม. แบ่งเป็น อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่ง อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 14 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาด เล็ก 5 แห่ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน

จึงมีแผนจัดสรรน้ำและเพาะปลูกพืชฤดูฝน 2563 (1 พ.ค. – 31 ต.ค. 63) 644 ล้าน ลบ.ม. สำหรับใช้ในการอุปโภค-บริโภค 135 ล้าน ลบ.ม. อุตสาหกรรม 153 ล้าน ลบ.ม. รักษาระบบนิเวศและอื่น ๆ

112 ล้าน ลบ.ม. และด้านเกษตรกรรม 244 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันจัดสรรน้ำไปแล้ว 209 ล้าน ลบ.ม.

ขอขอบคุณข่าวและภาพจาก กรมชลประทาน และ รัฐบาลไทย

ขนาดตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
EECO
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.