ข่าวประชาสัมพันธ์

EEC ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการลงทุนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ด้วยแผนลงทุน 131 โครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ระยะที่ 2

ปัจจุบัน โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ระยะที่ 1 ได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้านทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และระบบราง เพื่อรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสนับสนุนการเดินทาง การขนส่งสินค้า และการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกที่มีการคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 5.7 เท่า ภายในปี 2580 ทำให้กระทรวงคมนาคมจำเป็นต้องวางแผนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันพื้นที่ EEC ให้บรรลุเป้าหมายของการเป็นศูนย์กลางการเดินทางและขนส่งของภูมิภาค   

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า แผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของ EEC ที่กระทรวงคมนาคมกำลังดำเนินการในระยะที่ 2 ระหว่างปี 2565 – 2570 เบื้องต้นจะมี 131 โครงการ วงเงินลงทุน 386,565 ล้านบาทเน้นเพิ่มโครงข่ายรองเชื่อมต่อกับโครงการหลักที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้หน่วยงานเจ้าของโครงการกำลังเร่งทบทวนรายละเอียดต่าง ๆ ก่อนเสนอแผนต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) พิจารณาอนุมัติโครงการในช่วงเดือนตุลาคมนี้ เพื่อทำเรื่องเสนอของบประมาณประจำปี 2565 ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2564 นี้

แผนการลงทุนนี้ประกอบด้วยโครงการสำคัญต่าง ๆ  อาทิ การก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 ท่าอากาศยานอู่ตะเภา, การก่อสร้างศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านการบิน ท่าอากาศยานอู่ตะเภา และการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนรอง ระยะที่ 1 แบ่งเป็นระยะเร่งด่วน ปี 2565–2566 ซึ่งจะเป็นการพัฒนาโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชื่อมโยงในพื้นที่ เช่น การศึกษาความเหมาะสมและก่อสร้างการเชื่อมต่อทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง M7 เข้าสู่สนามบินอู่ตะเภา และการปรับปรุงก่อสร้างท่าเทียบเรือเพื่อท่องเที่ยวเกาะล้าน

ระยะกลาง ปี 2567–2570 อาทิ การก่อสร้างรถไฟทางเดี่ยวสายใหม่ ช่วงระยอง–จันทบุรี–ตราด ระยะทาง 150 กิโลเมตร, การรถไฟทางคู่ ช่วงคลองสิบเก้า-กบินทร์บุรี-คลองเล็ก (จ.สระบุรี)–อรัญประเทศ, โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองชลบุรี-นครราชสีมา (ช่วงแหลมฉบัง–ปราจีนบุรี ทล.359) หรือ M61, โครงการรถไฟความเร็วสูง ส่วนต่อขยายระยอง–จันทบุรี-ตราด ช่วงอู่ตะเภา–ระยอง และปรับปรุงท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย ระยะที่ 1 เป็นต้น

ทั้งนี้ จากข้อมูลกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ประเมินการท่องเที่ยวในพื้นที่ EEC จะขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 5.7 เท่าในอีก 7 ปีข้างหน้า หรือภายในปี 2580 โดยปริมาณความต้องการเดินทางในพื้นที่ EEC และพื้นที่ใกล้เคียงประมาณ 1.78 ล้านคน-เที่ยวต่อวัน เป็นปัจจัยสนับสนุนให้กระทรวงคมนาคมเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ ซึ่งการก่อสร้างโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมต่อกันและสะดวกสบายมากขึ้นจะกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชลบุรี มีการคาดการณ์ว่าจะเป็นพื้นที่ที่มีการเดินทางมากที่สุด

โดยมื่อดำเนินการตามแผนดังกล่าวคาดว่าจะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ EEC ให้สะดวกสบายและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งจากการลดระยะเวลาในการเดินทางระหว่างพื้นที่หลักและพื้นที่ส่วนต่อขยายในภาพรวมได้ 10% ช่วยลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในพื้นที่หลักและพื้นที่ส่วนต่อขยาย 5% รวมถึงเพิ่มสัดส่วนการเดินทางโดยระบบขนส่งสาธารณะแบบไร้รอยต่อ และเพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางรางและเรือชายฝั่งในพื้นที่ภาคตะวันออก พร้อมกันนี้ก็เป็นการยกระดับให้ National Gateway มีความจุเพียงพอกับความต้องการในการใช้งาน สามารถเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานระบบราง รวมทั้งดึงดูดความสนใจในการขนส่งสินค้าของผู้ประกอบการไปยังระบบราง ทำให้มีสัดส่วนการขนส่งสินค้าทางรางเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่วางไว้

ขนาดตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
EECO
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.