
ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO พร้อมด้วย นายนิรันดร์ ปรัชญกุล นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง และนายสุวัฒน์ บุญลา รองนายกเทศมนตรีตำบลพลา ร่วมกันลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อบูรณาการการปฏิบัติงานด้านการอนุมัติ อนุญาต หรือรับแจ้ง รวมถึงการบังคับการตามกฎหมายว่าด้วยการขุดดินและถมดิน กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร และกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ให้มีความชัดเจน รวดเร็ว และสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ณ สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านฉาง จังหวัดระยอง โดยมีคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้เกี่ยวข้องจากทั้งสามหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน

ทั้งนี้ ภายใต้บันทึกข้อตกลงฯ ดังกล่าว EECO และเทศบาลตำบลทั้งสองแห่ง จะได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูล สนับสนุนบุคลากรที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญ และประสานการปฏิบัติงานในแต่ละขั้นตอน เพื่อให้การอนุมัติ อนุญาต หรือรับแจ้งเป็นไปอย่างถูกต้อง ลดความซ้ำซ้อน และช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างสะดวกและชัดเจนยิ่งขึ้น โดยความร่วมมือยังครอบคลุมถึงการดำเนินงานภายหลังการอนุญาต ทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูล การร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง การติดตามการปฏิบัติตามเงื่อนไข ตลอดจนการประสานแก้ไขปัญหาหรือข้อร้องเรียนที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้การพัฒนาและการประกอบกิจการในพื้นที่เป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัย สุขอนามัย สิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อประชาชนและชุมชนเป็นสำคัญ


ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ EECO กล่าวว่า การพัฒนาพื้นที่ EEC จำเป็นต้องมีกระบวนการอนุมัติและอนุญาตที่มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับการพัฒนาและการลงทุน ควบคู่ไปกับการกำกับดูแลให้การดำเนินกิจการเป็นไปตามกฎหมาย โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ โดยความร่วมมือกับเทศบาลตำบลทั้งสองแห่งครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญเพื่อนำศักยภาพของ EECO และความรู้ความเชี่ยวชาญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาประสานกัน เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการได้รับบริการที่ชัดเจน ลดขั้นตอนและความซ้ำซ้อน ขณะที่ท้องถิ่นยังคงมีบทบาทสำคัญในการดูแลพื้นที่และประชาชนอย่างใกล้ชิด


ด้านนายนิรันดร์ ปรัชญกุล นายกเทศมนตรีตำบลบ้านฉาง และนายสุวัฒน์ บุญลา รองนายกเทศมนตรีตำบลพลา กล่าวเสริมในทิศทางเดียวกันว่า เทศบาลตำบลทั้งสองแห่ง มีความพร้อมสนับสนุนข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย และด้านเทคนิค ตลอดจนสนับสนุนบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์ เพื่อร่วมตรวจสอบ ข้อเท็จจริงติดตามการดำเนินงานภายหลังการอนุญาต และประสานแก้ไขปัญหาหรือข้อร้องเรียนที่อาจส่งผลกระทบ ต่อประชาชนและชุมชน โดยการอำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนจะต้องดำเนินควบคู่กับความถูกต้อง ความปลอดภัย และมาตรฐาน ในการกำกับดูแล เพื่อให้การพัฒนาพื้นที่เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการรักษา คุณภาพชีวิตของประชาชน



สำหรับบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ มิใช่การถ่ายโอนภารกิจจากหน่วยงานหนึ่งไปสู่อีกหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นการกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันตามหน้าที่และอำนาจของแต่ละฝ่าย เพื่อให้การพิจารณาอนุมัติ อนุญาต และการกำกับดูแลพื้นที่มีความต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนการยื่นคำขอ ระหว่างการพิจารณา ไปจนถึงภายหลังการอนุญาต ถือเป็นการบูรณาการทำงานระหว่าง EECO กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านการอนุมัติและอนุญาต สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ และสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาพื้นที่ การส่งเสริมการลงทุน พร้อมดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป