ข่าวประชาสัมพันธ์

ปักหมุด “อู่ตะเภา-บ้านฉาง” พื้นที่นำร่องเทคโนโลยี 5Gเพิ่มแต้มต่อการลงทุนให้กับ EEC

การวางโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี 5G จะเป็นจุดขายและแต้มต่อที่สำคัญในการขับเคลื่อนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

ปักหมุด “อู่ตะเภา-บ้านฉาง” พื้นที่นำร่องเทคโนโลยี 5G
เพิ่มแต้มต่อการลงทุนให้กับ EEC

การวางโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี 5G จะเป็นจุดขายและแต้มต่อที่สำคัญในการขับเคลื่อนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้ก้าวสู่การเป็นเขตเศรษฐกิจอัจฉริยะและมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ตามนโยบายรัฐบาล เนื่องจากเทคโนโลยี 5G จะพลิกโฉมหน้าโครงสร้างภาคการผลิต ภาคธุรกิจ ภาคบริการ และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน โดยล่าสุด EEC และ TOT ได้ร่วมมือกันเดินหน้าให้บริการโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมรองรับระบบ 5G และเตรียมประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษ 5G ในพื้นที่ “สนามบินอู่ตะเภา มาบตาพุด และอำเภอบ้านฉาง” คาดใช้เวลา 3 เดือน จัดทำแผนให้ชัดเจน

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม เพื่อรองรับระบบสื่อสารและเทคโนโลยี 5G ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อเสริมความเข้มแข็งการลงทุน ยกระดับภาคธุรกิจและความเป็นอยู่ประชาชนอย่างยั่งยืน

เมื่อ 5G พร้อม การลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงจะหลั่งไหลมาในพื้นที่ EEC

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า เงื่อนไขที่ทำให้นักลงทุนตัดสินใจย้ายฐานการลงทุนมาไทยไม่ได้อยู่ที่จุดเด่นของโครงสร้างพื้นฐานและแรงงานราคาถูกอีกต่อไป แต่จะต้องวางโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี 5G เพื่อมารองรับเทรนด์การลงทุนของโลกที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น เนื่องจาก 5G จะช่วยสนับสนุนและขยายโอกาสการพัฒนาบริการดิจิทัลด้านต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้กว้างขึ้น ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน เกิดการสร้างงานในพื้นที่ EEC มากขึ้น เพราะไม่ได้ใช้งานเพียงแค่ในภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น ดังนั้น กระทรวงดีอีเอส และ สกพอ. จึงต้องเร่งวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน 5G ขึ้นมารองรับและเพื่อทำให้ไทยมีจุดเด่นเหนือคู่แข่งชาติอื่น

นอกจากนี้ การที่ทีโอที และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ชนะการประมูลคลื่นความถี่ 5G โดยทีโอทีได้คลื่นความถี่ 26 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นย่านความถี่สูง มีคุณสมบัติในการส่งข้อมูลที่มีความเสถียรมาก เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการความแม่นยำสูงในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม ด้านสาธารณสุข ด้านโลจิสติกส์ ครอบคลุมพื้นที่ใช้งานในอาคารตึกสูง ขณะที่ กสท โทรคมนาคม ได้คลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นย่านความถี่ต่ำที่สามารถรองรับระบบ 5G ในพื้นที่วงกว้างครอบคลุมพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและเมืองอัจฉริยะ หากทั้งทีโอที และ กสท โทรคมนาคม มีการควบรวมบริษัทจะทำให้มีศักยภาพในการเจาะตลาด 5G มากขึ้นและสามารถขยายระบบ 5G เข้าไปในพื้นที่ EEC เพื่อรองรับการลงทุนเทคโนโลยี 5G ในอนาคต

“ในอนาคตอันใกล้นี้ทาง EEC และทีโอที จะต้องไปหารือกันว่าจะพัฒนาเทคโนโลยี 5G ในพื้นที่ใดบ้างซึ่งการพัฒนาต่าง ๆ จะต้องวางเป็นแผนงานเป็นระยะ ๆ เพราะหลังจากฟื้นตัวจากการระบาดของโควิด-19 ประเทศไทยมีโอกาสที่จะใช้จังหวะที่เรามีการประมูล 5G ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นประเทศแรกในเซาท์อีสเอเชีย ด้วยการที่ออกตัวพัฒนา 5G ก่อน มีความพร้อมก่อน ต้องเร่งพัฒนาให้เสร็จก่อน เพื่อชิงความได้เปรียบในการเชิญนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งเวลานี้ไทยได้เดินหน้าอย่างชัดเจนในการนำร่องวางระบบ 5G ซึ่งจะทำให้ใน 1 ปี EEC จะใช้ 5G ได้ทำให้ไทยได้เปรียบประเทศคู่แข่ง” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เร่งใช้ประโยชน์มหาศาลของ 5G

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ลกพอ.) กล่าวว่า ความร่วมมือกับทีโอที จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจาก 5G เป็นการทำให้เกิดโครงสร้างพื้นฐาน และวันนี้จะเป็นการนำ 5G ไปใช้ประโยชน์จริงและเป็นรูปธรรม  โดยจุดแรกของการพัฒนา 5G คือ
1.สนามบินอู่ตะเภาที่ในอนาคตจะเป็น 5G เต็มรูปแบบ
2.นิคมอุตสาหกรรมาบตาพุดซึ่งมีธุรกิจอยู่จำนวนมากซึ่งทีโอที จะเข้าไปช่วยพัฒนา Productivity ให้กับนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและมีหลายบริษัทที่สนใจเข้ามาร่วมการพัฒนาในระยะแรก
3.อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่ตรงกลางระหว่างสนามบินอู่ตะเภาและนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด มีพื้นที่ กว่า 10 ตารางกิโลเมตร ที่จะพัฒนาให้เป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) อย่างเป็นรูปธรรม และจะขยายไปพื้นที่อื่นในอนาคต

โดยทีโอทีจะลงทุนวางท่อ เสา สายส่งสัญญาณ ระบบไฟเบอร์ออพติกสำหรับโครงข่าย 5G และจะใช้เวลา 3 เดือน ในการศึกษารายละเอียดแนวเส้นทางการวางโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว เพื่อช่วยรองรับการใช้งานของผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม ธุรกิจการแพทย์ และการตั้งศูนย์รวมสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพ หลังจากนั้นจะประกาศเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 5G และจะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อพิจารณาสิทธิประโยชน์ที่จะได้เพิ่มเติม เช่น สิทธิประโยชน์พื้นที่ สิทธิการเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทย และใบประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ ซึ่งแผนดังกล่าวจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้

ทั้งนี้ สกพอ. ได้ลงพื้นที่ไปอำเภอบ้านฉางไปสำรวจจุดวางท่อ วางเสาเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า จะรายงานนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ได้ว่าจะทำ 5G ให้เป็นรูปธรรม และจะทำให้ประเทศไทยนำหน้าเรื่อง 5G ก่อนประเทศอื่นหลายช่วงตัว เพราะระบบ 5G ไม่เพียงเพิ่มศักยภาพในโรงงาน แต่ยังเกื้อหนุนให้เกิดธุรกิจบริการชั้นสูงตามมาอีกมาก เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบคลาวด์ ไอโอทีเซ็นเตอร์ สตาร์ทอัพ โดยขณะนี้มีนักลงทุนทั้งสหรัฐฯ และจีนที่สนใจลงทุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ 5G ในไทย

ทำไมต้อง อู่ตะเภา-บ้านฉาง

‘สนามบินอู่ตะเภา’ ถือเป็นโครงการต้นแบบในการร่วมพัฒนาสนามบที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยการที่จะขยายขีดความสามารถในการให้บริการของท่าอากาศยาน ให้มีความพร้อมรับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การลงทุน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการขนส่ง ตามแผนการดำเนินงานของEEC ภายใต้นโยบาย Thailand 4.0 รวมถึงการเชื่อมโยงผู้โดยสารกับสนามบินดอนเมือง และสนามบินสุวรรณภูมิ  ตลอดจนการมุ่งสู่การเป็น Aviation Hub หลักของภูมิภาคได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เทคโนโลยี 5G

สำหรับ ‘บ้านฉาง’ ถือเป็นทำเลที่ตั้งอันโดดเด่น มีความพร้อมทั้งโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน การขนส่งและการเดินทางที่สะดวกสบายและครบครัน เพราะมีทางหลวงหมายเลข 7 หรือ มอเตอร์เวย์ มุ่งตรงสู่พื้นที่ อีกทั้งยังใกล้จุดศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์ ทั้งทางอากาศ อย่างสนามบินอู่ตะเภา และทางน้ำซึ่งก็คือท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด และยังมีโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา) จึงเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมที่สุดในการสร้างเมืองที่อยู่อัจฉิยะ

โดย โครงสร้างพื้นฐาน 8 ด้านของความเป็นเมืองอัจฉริยะ ที่เราจะได้เห็นในบ้านฉาง สมาร์ทซิตี้ คือ
1.พลังงานอัจฉริยะผลิตพลังงานหมุนจากพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม
2.การสัญจรอัจฉริยะ กำหนดตำแหน่งเมือง ที่สามารถเชื่อมโยงกับเมืองรอบข้างได้อย่างสะดวก
3.ชุมชนอัจฉริยะ มีกิจกรรมหลากหลาย สำหรับคนทุกเพศทุกวัย พร้อมวางแผผนรองรับการเกิด
ภัยพิบัติและการอพยพ
4.สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ มีพื้นที่ผลิตอาหารและระบบกำจัดน้ำเสียและขยะภายนอก ไม่เป็นภาระเพิ่มแก่เทศบาลฯ ที่ต้องมาบริหารจัดการอีก
5.เศรษฐกิจอัจฉริยะ ตั้งเป้าเป็นเมืองทันสมัยรองรับการลงทุน และการทำธุรกิจ ในพื้นที่อีอีซี
6.อาคารอัจฉริยะ ภายในบ้านฉาง สมาร์ทซิตี้ จะมีเมืองสำนักงานให้เช่า ที่ได้รับการออกแบบเป็นอาคารสีเขียวระดับแพลตตินัม ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุด
7.บริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ จะตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการเมือง ผ็มีประสบการณ์การบริหารเมืองตามแนวทางสมาร์ทซิตี้
8.นวัตกรรมอัจฉริยะ สามารถผลิตพลลังงานในเมืองได้ 100% จัดเก็บพลังงานได้ 50% และใช้การวางแผนจัดรูปที่ดินเป็นเครื่องมือในการพัฒนาการใช้สอยพื้นที่ในเมืองอัจฉริยะให้เป็นประโยชน์ที่สุด

ด้าน นายชิต เหล่าวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านพัฒนาการศึกษา บุคลากร และเทคโนโลยีสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก กล่าวว่า การลงทุนเทคโนโลยี 5G ใน EEC ไม่ใช่แค่ทางจีนที่สนใจ แต่ยังมี CISCO ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ที่สนใจเข้ามาวางระบบเน็ตเวิร์ค ระบบซอฟต์แวร์ บริการจัดเก็บข้อมูลออนไลน์ (Cloud Service) รวมทั้ง VMware และบริษัทจากไต้หวันก็สนใจเข้ามา ดังนั้นเมื่อไทยทำเรื่อง 5G เสร็จแล้วจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุนเข้ามาเพราะมีโครงสร้างพื้นฐานที่มีความพร้อมรองรับ

ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาการใช้โครงสร้างพื้นฐานระบบโทรคมนาคมและดิจิทัล เพื่อรองรับการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงด้วยเทคโนโลยี 5G ที่จะช่วยกลุ่มอุตสาหกรรมลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถ การแข่งขันของประเทศ เพื่อดึงดูดนักลงทุนผู้ประกอบการทั่วโลกให้สนใจเข้าร่วมลงทุนในพื้นที่ EEC โดย สกพอ. และทีโอที จะร่วมกันเตรียมความพร้อมให้บริการระบบ 5G เต็มรูปแบบแก่ภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการภาคเอกชนรายอื่น ๆ ที่จะเข้ามาใช้งานโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมร่วมกัน (Infrastructure Sharing) เพื่อลดการลงทุนซ้ำซ้อนระหว่างภาครัฐกับเอกชนใช้ทรัพย์สินของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่เป็นการผูกขาดทางธุรกิจ

ขนาดตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
EECO
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.