ข่าวประชาสัมพันธ์

สกพอ. จับมือกรมโยธาธิการฯ เดินหน้าสร้างการมีส่วนร่วมประชาชน ขับเคลื่อน อีอีซีจัดรับฟังความเห็นต่อแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน อีอีซี แก้ไขเพิ่มเติมพบประชาชนในพื้นที่ให้การยอมรับ ต้องการให้เกิดการพัฒนา รวมถึงการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจเพื่อดึงดูดการลงทุน แต่ยังมีข้อห่วงใยเรื่องสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรน้ำ

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ร่วมกับกรมโยธาธิการและผังเมือง (ยผ.) จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเรื่อง แผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดินและแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2562 หรือแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน อีอีซี (แก้ไขเพิ่มเติม) ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ระหว่างวันที่ 1 ถึง 7 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา รวมทั้งสิ้น 7 ครั้ง แบ่งเป็นระดับจังหวัด 3 ครั้ง และระดับอำเภอ 4 ครั้ง ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน อีอีซี ประมาณ 1,100 คน

นางสาวทัศนีย์ เกียรติภัทราภรณ์ ที่ปรึกษาพิเศษด้านพื้นที่และชุมชน สกพอ. เปิดเผยว่า การจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น เรื่อง แผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ฯ ในครั้งนี้ เป็นขั้นตอนสำคัญในการรับฟังข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะจากประชาชนในพื้นที่ หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้สนใจทั่วไป ได้มีส่วนร่วมในการเสนอความเห็นและข้อมูลเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาพื้นที่ อีอีซี และแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ฯ โดย สกพอ. ให้ข้อมูลความคืบหน้าการดำเนินโครงการ อีอีซี เหตุผลและความจำเป็นในการแก้ไขแผนผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน ฯ นางสาววิชัญญา บำรุงชล นักผังเมืองชำนาญการพิเศษ และนายนครินทร์ ปลั่งพงษ์พันธ์ วิศวกรชำนาญการพิเศษ กรมโยธาธิการและผังเมือง ให้รายละเอียดเกี่ยวกับแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน อีอีซี ที่มีการเปลี่ยนแปลง และเนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงได้จัดการประชุมที่หลากหลายช่องทาง ทั้งจัดในห้องประชุมในพื้นที่อำเภอบ้านบึง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี อำเภอบ้านค่าย และอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง และจังหวัดฉะเชิงเทรา และการประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (ZOOM) และ Facebook live โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมรับฟังความเห็นทั้ง 7 เวที จากทุกช่องทาง รวมประมาณ 1,100 คน

จากการรวบรวมข้อมูลที่ได้รับจากการประชุมครั้งนี้ พบว่า ประชาชนในพื้นที่ยอมรับและต้องการให้เกิดการพัฒนาในพื้นที่ รวมถึงการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจ เนื่องจากจะทำให้เกิดการลงทุนโดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เป็นอุตสาหกรรมใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย สะอาดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดการจ้างงานและเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่มากขึ้น แต่ยังมีข้อห่วงใยด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ความเพียงพอของน้ำ ด้านพลังงาน ต้องการให้ใช้พลังงานสะอาด การบริหารจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการพัฒนาและสิ่งแวดล้อม และการเตรียมพร้อมด้านสาธารณสุขรองรับการขยายตัวของเมือง รวมถึงด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน นอกจากนี้ ขอให้หน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่นจัดระเบียบเมือง ชุมชน และระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ให้ดีเป็นเมืองน่าอยู่

สำหรับโครงการถนนในแผนผัง อีอีซี มีการเสนอให้ปรับการวางระบบคมนาคมขนส่งประเภทถนนใน อีอีซี ใหม่ เพื่อรองรับโครงการสำคัญที่จะเกิดอนาคต เช่น การพัฒนาพื้นที่บริเวณรอบสถานีรถไฟความเร็วสูง ฯ (TOD) การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง เนื่องจากบริบทการพัฒนาพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปมาก ให้กำหนดกรอบระยะเวลาการก่อสร้างถนนแต่ละสายให้ชัดเจน รวมถึงประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมบางส่วน ยังสะท้อนปัญหาที่สะสมมาในอดีต เช่น ปัญหาที่ดินบริเวณตำบลสำนักท้อน อำเภอบ้านฉาง ที่ขอให้ภาครัฐเร่งรัดเรื่องการออกเอกสารสิทธิให้ประชาชนที่อยู่อาศัยทำกินมานาน และขอให้มีมาตรการกำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่นอกนิคมอุตสาหกรรม หรือเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ อย่างจริงจังเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน เป็นต้น

ทั้งนี้ สกพอ. และกรมโยธาธิการและผังเมือง จะรวบรวมความเห็นทั้งที่ได้จากการประชุมรับฟังความเห็นในครั้งนี้ รวมถึงความเห็นที่ส่งเพิ่มเติมผ่านมาทางช่องทางต่าง ๆ เสนอต่อคณะอนุกรรมการจัดทำแผนผังการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งมีอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นประธาน  พิจารณาประกอบการจัดทำประกาศคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง แผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดินและแผนผังการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2562 (แก้ไขเพิ่มเติม) ก่อนนำเสนอ กบอ. กพอ. และคณะรัฐมนตรี คาดว่าจะเสนอ ครม. ได้ประมาณเดือนมิถุนายน 2565

สำหรับ การจัดประชุมรับฟังความเห็นในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากในปี 2564 ที่ผ่านมาคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.)  เห็นชอบการตั้งและเปลี่ยนแปลงเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ในอีอีซี เพิ่มเติม 7 แห่ง โดยตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษแห่งใหม่ 6 แห่ง  ประกอบด้วยจังหวัดชลบุรี 3 แห่ง ได้แก่ 1) เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย คลีน จังหวัดชลบุรี 2) เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ นิคมอุตสาหกรรมโรจนะหนองใหญ่ 3) เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ แหลมฉบัง และจังหวัดระยอง 3 แห่ง ได้แก่ 1) เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล เอสเตท จังหวัดระยอง 2) เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ นิคมอุตสาหกรรมเอ็กโก ระยอง 3) เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ศูนย์นวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีชั้นสูงบ้านฉาง นอกจากนั้นมีการเปลี่ยนแปลงโดยขยายพื้นที่เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจรธรรมศาสตร์ (พัทยา) จังหวัดชลบุรี หรือ EECmd เพื่อเตรียมพร้อมด้านพื้นที่รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างเพียงพอ ซึ่งจะทำให้มีพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมและการประกอบกิจการเพิ่มขึ้นกว่า 5,919 ไร่ เป้าหมายการลงทุนเพิ่มขึ้น 308,772.23 ล้านบาท ภายใน 10 ปีข้างหน้า (ปี 2564-2573) และสืบเนื่องจากมติการประชุม กบอ. ครั้งที่ 4/2564 วันที่ 21 มิถุนายน 2564 มีมติให้มีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดการบังคับใช้โครงการถนนในแผนผังระบบคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน ที่มีข้อกำหนดการบังคับใช้ที่เข้มงวด ส่งผลให้ต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมแผนผังการใช้ประโยชน์ในที่ดิน อีอีซี ที่ประกาศใช้มาตั้งแต่ปี 2562 ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ในครั้งนี้

 

ขนาดตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
EECO
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.