ข่าวประชาสัมพันธ์

อีอีซี โชว์ 10 ผลิตภัณฑ์ องค์ความรู้ ภูมิปัญญาในพื้นที่ อีอีซี

อีอีซี โชว์ 10 ผลิตภัณฑ์ องค์ความรู้ ภูมิปัญญาในพื้นที่ อีอีซี

……………………………………………………………………..

  1. การปลูกและสกัดน้ำมันกุหลาบ


ที่ตั้ง
 : 649/8 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี

ที่มาองค์ความรู้ : คุณสุภญา อ่ำทรัพย์เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ให้ความรู้การปลูกกุหลาบและไข่ผำแบบออร์แกนิก

ขั้นตอนการปลูกและสกัดน้ำมัน :

  1. นำต้นกุหลาบป่าที่ปลูกไว้มาติดตากุหลาบสายพันธุ์บิชอปเพื่อให้กุหลาบมีต้นที่แข็งแรง ทนต่ออากาศเมืองร้อน กลีบดอกหนา มีกลิ่นหอม
  2. เก็บดอกกุหลาบช่วงเช้า 9 โมง เพื่อให้ได้น้ำมันมากแกะกลีบไม่ใช้เกสรนำไปล้างน้ำ
  3. นำกลีบกุหลาบผสมน้ำสะอาดคลุกให้ทั่วใส่หม้อสกัดตั้งบนเตาไฟฟ้า
  4. นำไปเข้าเครื่องสกัดน้ำมั่น น้ำเริ่มเดือดน้ำมันสกัดกุหลาบจะค่อยๆหยดลงใส่บีกเกอร์รองรับ จะได้น้ำมันกุหลาบมีน้ำผสมเล็กน้อย นำไปใส่กรวยกรองแยกน้ำออกอีกครั้งเพื่อให้ได้น้ำมันบริสุทธิ์

ผลิตภัณฑ์ : ศูนย์เรียนรู้ปลูกกุหลาบ และสกัดน้ำมัน นำไปทำ เครื่องดื่มน้ำกุหลาบ น้ำมันกุหลาบ หรือเป็นส่วนผสมเครื่องสำอางค์

จุดเด่น : กลิ่นหอม มีสารต้านอนุมูลอิสระและคลายเครียด ลดไขมัน ลดน้ำตาล

……………………………………………………………………..

  1. ผ้าหมักน้ำนมข้าว วิสาหกิจชุมชนคลองน้ำหู

ที่ตั้ง : 2/75 ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง

ที่มาองค์ความรู้ : พื้นที่มีแหล่งปลูกข้าว จากการหุงข้าวทำให้มือที่ซาวข้าวนุ่ม คุณกฤษญานี สังข์ทอง และคุณมนตรี งามสง่า จึงเกิดแนวคิด นำน้ำนมข้าวเม่า  มาใช้ในกระบวนการผลิตผ้าหมักน้ำนมข้าว เพื่อให้ผ้านุ่มและมีกลิ่นหอม

ขั้นตอนการผลิต :

  1. นำผ้าที่ต้องการมาตัดเย็บ
  2. นำน้ำยาลอกสีท่าบนบล้อคไม้แล้วพิมพ์บนผ้าทิ้งไว้สักครู่ให้เกิดแล้วจึงไปล้างน้ำยาออกผึ่งให้แห้ง
  3. นำผ้าไปใส่ลงในหม้อเทน้ำทะเลใส่ลงไปต้ม อุณหภูมิ 80 องศา เพื่อให้ผ้าสีสดใสนำขึ้นผึ่งให้คลายความร้อน
  4. นำจมูกข้าว กก.แช่ทิ้งไว้ 2 ชม.คนเบาๆให้น้ำนมข้าวออกมานำมากรองเพื่อแยกกากและน้ำนมข้าว
  5. นำน้ำนมข้าวที่ได้มาผสมสารสกัดจากพืชให้ผ้านุ่มไม่ระคายผิว
  6. นำผ้าแช่ลงไปทิ้งไว้ 12 ชม.

ผลิตภัณฑ์ : ผ้าหมักน้ำนมข้าว ลายพระอภัยมณีกับนางเงือก

จุดเด่น : เอกลักษณ์เฉพาะตัวโดดเด่นมากความนุ่มลื่น และ มีกลิ่นหอม ใส่สบาย ผู้ที่ผิวแพ้ง่าย ผู้ป่วยติดเตียง ก็สามารถใช้ได้

……………………………………………………………………..

  1. แป้งท้าวยายม่อม ชุมชนมาบหม้อ

ที่ตั้ง : หมู่ 7 ต.บ้านปึก อ.เมือง จ.ชลบุรี

ที่มาองค์ความรู้ : ต้นท้าวยายม่อมมีเฉพาะในบางพื้นที่ และพบมากในภาคตะวันออกเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าต่อการดำรงชีวิต ควรส่งเสริมให้อนุรักษ์ป้องกันการสูญพันธุ์ และเป็นไม้ประดับที่สวยงาม ดอกและยอดอ่อนจิ้มน้ำพริก หัวท้าวยายม่อม สามารถมาสกัดทำแป้ง ประกอบอาหารคาวหวานได้หลากหลายเมนู โดยเฉพาะขนมไทยโบราณ จะทำให้ขนมมีความหนืด นุ่ม เหนียว มากกว่าแป้งชนิดอื่น อาทิ ราดหน้า เต้าส่วน ขนมชั้น ขนมเปียกปูน กระเพาะปลา ชุมชนมาบหม้อจึงได้ตั้งกลุ่มอนุรักษ์ภูมิปัญญาแป้งท้าวยายม่อม สนับสนุนการปลูกและแปรรูป เป็นแป้งประกอบอาหารโดยคุณรินจง เสริมศรี

ขั้นตอนการผลิต :

  1. นำหัวท้าวยายม่อมมาปอกเปลือกและล้างให้สะอาด
  2. ขูดให้เป็นฝอยละเอียด
  3. ใช้ผ้าขาวบางกรองเพื่อคั้นน้ำออก ปล่อยให้แป้งตกตะกอนอีกครั้งและเทน้ำออก เทน้ำเข้าไปใหม่ทิ้งไว้ให้ตกตะกอนจนครบ 4  วัน
  4. จากนั้นนำแป้งที่ตกตะกอนไปผึ่งแดดจนแห้งสนิทหรืออบด้วยตู้พลังงานไฟฟ้า

……………………………………………………………………..

  1. ผ้ามัดย้อมดินแร่เกาะล้าน กลุ่มอาชีพบ้านเกาะล้าน เมืองพัทยา

ที่ตั้ง : 146 หมู่ 7 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ที่มาองค์ความรู้ : เกาะล้านเป็นเมืองท่องเที่ยว ที่มีแร่แมงกานีส เมื่อนำมาเก็บไว้สามารถงอกเพิ่มได้ ชาวบ้านจึงนิยมเรียกว่าเหล็กไหลมีความเชื่อเรื่องพุทธคุณว่าสามารถป้องกันอันตรายได้ กลุ่มอาชีพโดยคุณสรศักดิ์ทองบงเพชร จึงนำดินแร่บนเกาะมาทำสีบนผ้ามัดย้อมและใช้น้ำทะเลในการย้อม สีของผ้าจะเป็นสีส้มอิฐสวยงาม

ขั้นตอนการผลิต :

  1. นำผ้าเส้นใยธรรมชาติ อาทิ ฝ้าย คอตตอน 100 %มาใช้ยางหรือเชือกมัดเป็นลวดลาย
  2. นำดินแร่มาละลายน้ำทะเลเติมเกลือสองกำมือคนให้เข้ากันแกว่งสารส้มให้ตกตะกอน
  3. กรองเศษผงออกกรองเอาดินออกตั้งทิ้งไว้ 2 คืน
  4. จุ่มผ้าลงในน้ำดิน นำผ้าขึ้นตากให้หมาด
  5. นำผ้าไปซักน้ำจืดด้วยผงซักฟอกและแช่ในน้ำยาปรับผ้านุ่มนำผ้าขึ้นตากให้แห้งหมาดๆ จะได้ผ้ามัดย้อมสีส้มอิฐสีสันสวยงาม เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว

……………………………………………………………………..

  1. ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ทอผ้าไหม

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปลูกหม่อนเลี้ยงไหมทอผ้าบ้านอ่างเตย

ที่ตั้ง : 113/1 ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา

ที่มาองค์ความรู้ : ศูนย์เรียนรู้ ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม สมาชิก 63 คน เป็นแหล่งผลิตผ้าไหมคุณภาพสูงเพียงไม่กี่แห่งในประเทศ  เคยได้นำผลงานเข้าไปแสดงในสวนจิตรลดา ผ้าไหมลายหนามเตยแบรนด์ “โส๊ดละออ”

วิธีปลูกหม่อน :

  1. พลิกดินชั้นล่างขึ้นตากแดด 2-3 วัน พรวนใส่ปุ๋ยคอก ปลูกเว้นระยะห่าง 70 ซม.ให้หม่อนแตกกิ่งก้าน
  2. ตัดกิ่งที่มีตาด้วยมีดตัดเฉียง 45 องศา นำไปปักชำทันทีเก็บไว้ในที่ร่มใช้แกลบหรือขี้เลื่อยหุ้มไว้ไว้รดน้ำให้ชุ่มวันละครั้งรอรากงอกจึงนำลงทุน

วิธีเลี้ยงไหม :

  1. เลี้ยงไหมโดยนำตัวอ่อนของไหมมาเลี้ยงไว้ 20  วัน ให้อาหาร 4-5 ครั้งต่อวัน
  2. นำตัวไหมที่เข้าฝักประมาณ 4-5 วันแล้วนำรังไหมไปต้มเพื่อทำการสาวไหม
  3. นำไยไหมที่สาวมาทำการฟอกสี นำไหมที่ฟอกแล้วไปย้อมสีใช้การย้อมร้อน แล้วตากให้แห้ง ทำการปั่นใส่หลอด

วิธีทอผ้า :

  1. ทำไหมเส้นยืนออกเป็นสองหมู่ หมู่นึงขึ้นหมู่นึงลงเพื่อให้เกิดช่องว่างให้สอดเส้นไหมพุ่งผ่าน
  2. ใช้กระสวยสอดไหมเส้นพุ่งผ่านช่องว่างที่เปิดเตรียมไว้
  3. ใช้ฟืม กระทบไหมเส้นพุ่งที่สอดขัดกับไหมเส้นยืนชิดติดกันเป็นเนื้อผ้า

……………………………………………………………………..

  1. กาแฟมะพร้าว วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวตำบลตะเคียนเตี้ย

ที่ตั้ง : 33/3 หมู่ 3 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ที่มาองค์ความรู้ : หมู่บ้านตะเคียนเตี้ย มีการปลูกมะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจหลักและเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นอกจากมีการนำมะพร้าวมาทำอาหารคาวและขนมแล้ว ยังมีการทำกาแฟมะพร้าวเป็นท๊อปปิ้งที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชน

ขั้นตอนการผลิตกาแฟมะพร้าว :

  1. นำมะพร้าวที่เปลือกเริ่มเป็นสีน้ำตาลเล็กน้อยมาขูดคั้นหัวกะทิคือไม่ใส่น้ำ
  2. นำกะทิมาอุ่นให้ร้อนด้วยเครื่องสตรีม
  3. นำกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าไปคั่วแล้วมาบด
  4. นำไปชงกับน้ำด้วยกาต้มกาแฟแรงดันสูง
  5. นำกะทิมาเทเป็นท๊อปปิ้ง

ผลิตภัณฑ์ : กาแฟสดมะพร้าว

จุดเด่น : กลิ่นหอม มีประโยชน์ต่อสขภาพ

……………………………………………………………………..

  1. ผลิตยาเขียวใหญ่ วิสาหกิจชุมชนหลุมมะขาม

ที่ตั้ง : 57 หมู่ 8 ต.หนองไม้แก่น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา

ที่มาองค์ความรู้ : คุณวินัย สุวรรณไตร ได้เปิดศูนย์เรียนรู้เชิงวนเกษตรมีการปลูกไม้ผล ไม้เศรษฐกิจ ผักและสมุนไพร บนเนื้อที่ 20 ไร มีความรู้แพทย์แผนไทย โดยเฉพาะยาเขียวใหญ่ที่ใช้ป้องกันและรักษาโควิคและเชื้อไวรัสต่างๆ แก้ไข้ อีสุก อีใส ถอนพิษจากอาการแพ้วัคซีน ยาเขียวใหญ่ประกอบด้วยสมุนไพรจากใบพืช 63 ชนิด ได้แก่ ใบกระชาย ใบกระทือ ใบขิง ใบข่า ใบไพล ใบเปราะหอม ใบหญ้าคา ใบพิมเสน ใบทับทิม ใบสมี ใบกระถิน ใบหมากกิน ใบหมากผู้หมากเมีย ใบชุมเห็ดไทย ใบพุทรา ใบทองหลาง ใบสะเดา ใบคนทีสอ ใบตะไคร้ ใบเตยหอม ใบหญ้าปากควาย ใบชะพลู ใบผักบุ้งขัน ใบผักบุ้งรวม ใบผักบุ้งไทย ใบถั่วแระ ใบสะท้าน ใบฟักข้าว ใบน้ำเต้า ใบย่านาง ใบชิงช้าชาลี ใบบอระเพ็ด ใบตำลึง ใบบัวหลาง ใบหญ้าขัดมอนใบกลม ใบส้มป่อย ใบแห้วหมูทั้ง 5 ว่านน้ำทั้ง 5 เครื่องเทศ ได้แก่ จันทน์ทั้งสอง ว่านกลีบแรด ว่านร่อนทอง เมล็ดพันธุ์ผักกาด โกฏหัวบัว เนระพูสี พริกไท หัวขิง คีปลี ลูกผักชี

ขั้นตอนการผลิต :

  1. นำมาตากให้แห้ง
  2. นำไปบด
  3. นำทั้งหมดมาผสมกัน

วิธีรับประทาน : ชงละลายน้ำครั้งละ 1 ช้อนชา แก้โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสทุกชนิด

……………………………………………………………………..

  1. แชมพูเปลี่ยนสีผม กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรบ้านตม

ที่ตั้ง : 46/5 หมู่ 6 ต.สระสี่เหลี่ยม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี

ที่มาองค์ความรู้ :  บ้านตมเป็นแหล่งปลูกสมุนไพร กลุ่มจึงมีแนวคิดนำสมุนไพรที่ปลูกเองมาเพิ่มมูลค่าพัฒนาสูตรร่วมกับ สวทช. ผลิตแชมพูเปลี่ยนสีผมจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติไร้สารเคมี

ขั้นตอนการผลิตแชมพูเปลี่ยนสีผม :

  1. นำใบคราม ใบเทียนกิ่ง บอระเพ็ด ดอกอัญชัญ ประคำดีควาย(เกิดฟอง) ผักตัง(มีความหนืด) ที่ปลูกเองมาต้มรวมกันจนเดือดน้ำระเหยไปประมาณ 1ส่วน 4 ทิ้งไว้ให้เย็น
  2. นำมากรอง บรรจุขวด

ผลิตภัณฑ์ : แชมพูเปลี่ยนสีผม

จุดเด่น : วัตถุดิบที่ปลูกเอง ได้แก่ ใบคราม เทียนกิ่ง อัญชัญ บอระเพ็ด อยู่ระหว่างการรับรอง Organic Thailand

ช่องทางการจำหน่าย : จำหน่ายบนสายการบินไทย และกลุ่มสปาชั้นนำเจาะกลุ่ม ลูกค้าที่รักเส้นผมและชอบสมุนไพร

……………………………………………………………………..

  1. ไวน์เมล่อน วิสาหกิจชุมชนเกษตรปลอดภัยสูง

ที่ตั้ง : ต.ท่าพลับ อ.บ้านโพธิ์ ฉะเชิงเทรา

ที่มาองค์ความรู้ : อ.บ้านโพธิ์ มีกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกเมล่อนในโรงเรือน กว่า 153 โรงเรือน มากว่า 7 ปี มีเมล่อนเกรดความหวานรองจึงเกิดแนวคิดเพิ่มมูลค่ายืดอายุการเก็บรักษาให้นาน โดยวิจัยพัฒนาต่อยอดผลิตไวน์ร่วมกับสถาบันการศึกษาผ่านการสนับสนุนด้านเงินทุนจาก ธกส. ภายใต้แนวคิดจาก “Local สู่ เลอค่า”

ขั้นตอนการผลิต :

  1. เมล่อนที่สุกมากๆ ปอกเปลือกเอาเมล็ดออก ล้างน้ำสะอาด ปั่นให้ละเอียด
  2. เติมน้ำตาลและโปแตสเซียมเมตาไบซัลไฟท์ (KMS) เป็นสารกันเสียและสาร anti oxidant เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์
  3. เติมน้ำ 20 ลิตร ยีสต์ 5 กรัม ใส่แอร์ล้อคภาชนะกันเกิดแรงดัน ตั้งทิ้งไว้ 2 สัปดาห์
  4. กรองเอาแต่น้ำใส ใส่ และโปแตสเซียมเมตาไบซัลไฟท์ (KMS) บรรจุขวดเก็บไว้ในที่อุณหภูมิ 15 – 20 องศาเซลเซียส

ผลิตภัณฑ์ : ไวน์เมล่อน ไวน์มะม่วง ไวน์มะพร้าว ภายชื่อแบรนด์ furano

จุดเด่น : มีแอลกอฮอล์ 5% ดื่มง่าย กลิ่นหอม

……………………………………………………………………..

  1. น้ำผึ้งชันโรง วิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพผู้เลี้ยงชันโรงบ้านทับมา

ที่ตั้ง : 6 หมู่ 4 ต.ทับมา อ.เมืองระยอง จ.ระยอง

ที่มาองค์ความรู้ :  ตำบลทับมา  มีชันโรงสายพันธุ์ขนเงิน เป็นแมลงคล้ายผึ้งจำนวนมาก ช่วยผสมเกสรเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ ชุมชนจึงรวมกลุ่มกันเพื่อเลี้ยงชันโรงและแปรรูปผลิตภัณฑ์น้ำหวานและชัน โดยเลี้ยงแบบธรรมชาติกินน้ำหวานจากดอกมังคุด ปัจจุบันมีสมาชิก 45 คน มีรังชันโรงประมาณ 300 รัง

ขั้นตอนการผลิต :

1 .เลือกชันโรงที่ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี สามารถอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้ ไม่ดุ ไม่รบกวน กระตือรือร้น ขยายพันธุ์ได้ง่าย ขนาดของรังต้องไม่ใหญ่เกินไป บริเวณที่ตั้งควรมีพืชอาหารเพียงพอและสมดุลกับปริมาณอาหารและวางกระจายในพื้นที่

2 .ตรวจสภาพรังอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งดูการเติบโตถ้าอาหารไม่เพียงพอต้องเคลื่อนย้ายรังไปที่อื่นและต้องระวังมดทำลายหลอดดักแด้ของชันโรง

3 .การขยายพันธุ์ชันโรงต้องเป็นช่วงที่อาหารสมdkiบูรณ์

4 .ตรวจดูปริมาณ (ไข่ ดักแด้ ตัวเต็มวัย)ให้เหมาะสมก่อนทำการแยกรัง

5 .การแยกไข่แยกดักแด้และตัวเต็มวัยให้แยกครึ่งนึงจากเดิมโดยมีหลอดนางพญาติดไปใส่ในรังใหม่ด้วย

6 .ถ้วยอาหาร (ถ้วยเกสรและน้ำผึ้ง) ควรวางใกล้ปากทางเข้าออกของรังและนำไขผึ้งมาแปะไว้บริเวณทางเข้าเพื่อให้ชันโรงตัวเต็มวัยกลับเข้ารัง

7 .ปิดทางเข้าชันโรง (รังเดิม) ด้วยไขชันโรงหรือกระดาษแล้วย้ายรังเดิมให้ห่างจุดเดิม 20-30 เมตร ใช้รังใหม่ที่ขยายตั้งที่เดิมแทน

……………………………………………………………………..

 

ข้อมูลโดย :

สำนักบริหารโครงการความร่วมมือ

สายงานพื้นที่และชุมชน

 

ขนาดตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
EECO
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.