ข่าวประชาสัมพันธ์

ผลการประชุมคณะกรรมการ กพอ. ครั้งที่ 5/2568

 

          นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 5/2568 วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องประชุม Conference สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก อาคารโทรคมนาคม (NT) โดยมี นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เป็นเลขานุการการประชุมฯ ทั้งนี้ กพอ. ได้พิจารณา และมีมติในเรื่องที่สำคัญ ดังนี้

  1. เห็นชอบ ร่างแผนปฏิบัติการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2567 – 2570 เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการด้านดิจิทัลให้มีความทันสมัย รองรับการลงทุนด้านดิจิทัลในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดการพัฒนาเมืองให้น่าอยู่มีความทันสมัยระดับนานาชาติ สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อีอีซี ประกอบด้วย 2 แนวทาง ได้แก่ แนวทางที่ 1 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลให้ทันสมัยรองรับการเข้าสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล และแนวทางที่ 2 เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีแผนงาน/โครงการที่สำคัญ เช่น โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Digital Hub) โครงการวางแผนผังด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อบริหารจัดการโครงข่ายดิจิทัลให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบคมนาคมและสาธารณูปโภคในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ แผนงานยกระดับกฎหมาย/กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องรองรับกิจกรรมด้านดิจิทัล แผนงานยกระดับเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ แผนงานยกระดับการให้บริการภาครัฐ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

กพอ. มอบหมายให้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กำกับ ติดตาม และรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลฯ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้เป็นกรอบในการจัดทำร่างแผนปฏิบัติการและการดำเนินงาน รวมถึงขอรับการจัดสรรงบประมาณ ต่อไป

 

 

  1. รับทราบ รายงานการประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 โดย สกพอ. ได้มอบหมายให้ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) เป็นที่ปรึกษาในการประเมินผลสัมฤทธิ์ ซึ่งได้จัดรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน ผ่านระบบกลางทางกฎหมายเว็บไซต์ www.law.go.th การจัดสัมมนาสร้างความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มเป้าหมาย ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดรวม 350 คน การจัดสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นจากผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานของ สกพอ.

ทั้งนี้ สามารถสรุปการประเมินผลสัมฤทธิ์ของ พ.ร.บ. เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561 ในหัวข้อที่สำคัญ ได้แก่ 1) กฎหมายว่าด้วยเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกยังมีความจำเป็นและสอดคล้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีและวิถีชีวิตของประชาชน เนื่องจากพื้นที่อีอีซีเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศที่มีความก้าวหน้าสู่ระดับสากล และมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการลงทุนและยกระดับเศรษฐกิจให้มีความสามารถในการแข่งขัน 2) กฎหมายดังกล่าวยังมีผลทำให้เกิดการดำเนินการให้บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร เพื่อลดอุปสรรคและต้นทุนในการประกอบกิจการและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวไม่ได้เป็นการซ้ำซ้อนหรือขัดแย้งกับกฎหมายอื่น เนื่องจากเป็นการดำเนินเฉพาะพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเท่านั้น

3) กฎหมายฉบับนี้ยังมีส่วนช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม โดยเฉพาะบทบาทของกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาพื้นที่และชุมชน ช่วยเหลือเยียวยาประชาชนและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนา รวมถึงสนับสนุนและส่งเสริมให้ทุนการศึกษาแก่ประชาชนในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้ให้เกิดขี้นอย่างเป็นรูปธรรมอันจะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจต่อไป

 

 

  1. นอกจากนั้น กพอ. ได้รับทราบ ความก้าวหน้าการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ปัจจุบัน สกพอ. ได้ขับเคลื่อนให้เกิดการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ รวม 46 แห่ง (รวมที่อยู่ในระหว่างรอเสนอ ครม. เพื่อทราบ 7 แห่ง) แบ่งเป็น รูปแบบนิคมอุตสาหกรรม 32 แห่ง รูปแบบเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษ 9 แห่ง และรูปแบบที่เอกชนขอจัดตั้งเพื่ออุตสาหกรรมหนึ่งอุตสาหกรรมใดโดยเฉพาะ 5 แห่ง การให้บริการแบบเบ็ดเสร็จครบวงจรของสกพอ. (EEC-OSS) ที่สามารถให้บริการแล้วมากกว่า 50 รายการคำขอ ครอบคลุมการขอจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ การขอรับสิทธิประโยชน์ และการขออนุมัติอนุญาตตามกฎหมายได้ 7 ฉบับ อาทิ การขุดดินถมดิน การก่อสร้างอาคาร และด้านสาธารณสุข เป็นต้น รวมถึงความคืบหน้าในการจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคและบุคลากรเพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และการเชื่อมโยงประโยชน์การลงทุนสู่พื้นที่และชุมชน

 

 

 

ขนาดตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
EECO
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.