
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ. ร่วมมือกับ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการออกแบบเพื่อสังคม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการประชุมรับฟังข้อเสนอแนะและความคิดเห็นการพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาและมรดกวัฒนธรรมให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ภายใต้โครงการสำรวจและจัดเก็บข้อมูลองค์ความรู้และภูมิปัญญาเพื่อจัดทำฐานข้อมูลและพัฒนาต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่ม มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 17 หน่วยงาน จากภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน หน่วยงานส่วนท้องถิ่น นักลงทุนที่มีการดำเนินงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่ ณ โรงแรมโอ๊ควูด โฮเต็ล แอนด์ เรสซิเดนซ์ ศรีราชา ชลบุรี
ดร.จุฑา ธาราไชย ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาพื้นที่และชุมชน 2 สกพอ. กล่าวถึง การดำเนินงานของ สกพอ. ครั้งนี้ภายใต้วิสัยทัศน์ “Investment Solution Towards Sustainable Locals เบ็ดเสร็จสำหรับการลงทุนสู่ชุมชนที่ยั่งยืน” ผ่านการสร้างระบบนิเวศเชื่อมโยงการลงทุนอย่างยั่งยืนที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ โดยใช้ภูมิปัญญาและมรดกวัฒนธรรมสร้างระบบนิเวศในการร่วมลงทุนเพื่อสังคม เชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งในแง่ของการส่งเสริมและดึงดูดการลงทุน การยกระดับคุณภาพชีวิต รวมถึงการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่อย่างยั่งยืน และเชื่อมโยงการลงทุนสู่ความยั่งยืนผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนด้วยการเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่อุปทาน สร้างค่านิยมร่วม (Shared Value) ผ่านภูมิปัญญาและมรดกวัฒนธรรมท้องถิ่นระหว่างนักลงทุนกับชุมชน เพื่อทำให้เกิดประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย

ภายในงานนั้นได้มีการนำเสนอกระบวนการแนวทางการดำเนินโครงการโดย ผศ.ดร.ณัฐพงศ์ พันธ์น้อย และ ผศ.ศรันยา เสี่ยงอารมณ์ จาก ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการออกแบบเพื่อสังคม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งในส่วนของนิยามและการจัดประเภทของภูมิปัญญาและมรดกวัฒนธรรม การจัดทำฐานข้อมูลภูมิปัญญาและมรดกวัฒนธรรม ผลการประเมินเชิงปริมาณเพื่อคัดเลือกตัวแทนภูมิปัญญาและมรดกวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมรับฟังแลกเปลี่ยนความเห็นในกระบวนการสำคัญอย่างการคัดเลือกตัวแทนภูมิปัญญาและมรดกวัฒนธรรมสำหรับการดำเนินโครงการ ปี 2568 ร่วมกันกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้าร่วมภายในงาน เพื่อนำไปสู่ผลการประเมินเชิงคุณภาพเพื่อคัดเลือกตัวแทนภูมิปัญญาและมรดกวัฒนธรรมสำหรับการดำเนินโครงการขั้นตอนถัดไป โดยผลผลิตจากโครงการนี้จะเป็นต้นน้ำ ที่จะส่งให้อัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว ได้รับการส่งเสริม เพิ่มมูลค่า จากภาคีเครือข่าย และนักลงทุนที่จะเข้ามา รวมถึงบรรลุผลในการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การลงทุนในพื้นที่ EEC ในอนาคต
