การบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ ทั้งน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคนับเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนให้ EEC เดินหน้าได้อย่างราบลื่น ล่าสุดนักวิจัยภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมาย (Spearhead) ด้านสังคม แผนงานการบริหารจัดการน้ำ นำร่องพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ศึกษาแนวทางการนำน้ำใช้แล้วหรือน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ใหม่ โดยการรีไซเคิลน้ำให้มีคุณภาพดีเหมาะสมกับกิจกรรมที่จะนำไปใช้ คาดผลการศึกษาที่ได้จะช่วยสร้างรูปแบบการบริหารจัดการน้ำที่ชัดเจน

18.06.2020
การบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ ทั้งน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคนับเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนให้ EEC เดินหน้าได้อย่างราบลื่น ล่าสุดนักวิจัยภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมาย (Spearhead) ด้านสังคม แผนงานการบริหารจัดการน้ำ นำร่องพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ศึกษาแนวทางการนำน้ำใช้แล้วหรือน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ใหม่ โดยการรีไซเคิลน้ำให้มีคุณภาพดีเหมาะสมกับกิจกรรมที่จะนำไปใช้ คาดผลการศึกษาที่ได้จะช่วยสร้างรูปแบบการบริหารจัดการน้ำที่ชัดเจน

จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้นภายใน 20 ปีข้างหน้าในพื้นที่ EEC 3 จังหวัด รวมทั้งข้อมูลศักยภาพของการบำบัดน้ำเสียโดยระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนที่ออกแบบไว้สูงสุด พบว่า ถ้ายังไม่มีการเติบโตแบบ EEC จะมีน้ำเสียชุมชนโดยประมาณ 300 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แต่เมื่อมี EEC และมีการเติบโตของเมืองอย่างเต็มรูปแบบ คาดการณ์ว่าจะมีน้ำเสียชุมชนเพิ่มขึ้นมากกว่า 600 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เมื่อรวมกับน้ำทิ้งจากภาคอุตสาหกรรม จะทำให้มีปริมาณน้ำเสียรวมมากกว่า 900 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี น้ำเสียเหล่านี้่จะไม่ถูกทิ้งลงพื้นที่สาธารณะ เพราะมีศักยภาพจะนำมาบำบัดและนำกลับมาบำบัด หมุนเวียน และใช้ประโยชน์ เพื่อชดเชยความต้องการใช้น้ำของพื้นที่ได้
ทั้งนี้ การศึกษานี้จะจัดทำร่างระดับคุณภาพมาตรฐานของน้ำรีไซเคิลที่จะนำกลับไปใช้ในกิจกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ว่าจะต้องมีลักษณะอย่างไร สำหรับเป็นแนวทางให้พื้นที่เมืองและอุตสาหกรรมใน EEC เช่น การนำไปใช้ในพื้นที่เกษตรกรรม (พื้นที่สีเขียว) การใช้ชำระชะล้างต่าง ๆ ล้างถนน ลดฝุ่น หรือนำมาเป็นน้ำใช้อื่น ๆ เช่น น้ำหล่อเย็นในระบบอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังขาดแนวทางที่เป็นมาตรฐานที่ชัดเจนในส่วนนี้

จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้นภายใน 20 ปีข้างหน้าในพื้นที่ EEC 3 จังหวัด รวมทั้งข้อมูลศักยภาพของการบำบัดน้ำเสียโดยระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนที่ออกแบบไว้สูงสุด พบว่า ถ้ายังไม่มีการเติบโตแบบ EEC จะมีน้ำเสียชุมชนโดยประมาณ 300 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี แต่เมื่อมี EEC และมีการเติบโตของเมืองอย่างเต็มรูปแบบ คาดการณ์ว่าจะมีน้ำเสียชุมชนเพิ่มขึ้นมากกว่า 600 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เมื่อรวมกับน้ำทิ้งจากภาคอุตสาหกรรม จะทำให้มีปริมาณน้ำเสียรวมมากกว่า 900 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี น้ำเสียเหล่านี้่จะไม่ถูกทิ้งลงพื้นที่สาธารณะ เพราะมีศักยภาพจะนำมาบำบัดและนำกลับมาบำบัด หมุนเวียน และใช้ประโยชน์ เพื่อชดเชยความต้องการใช้น้ำของพื้นที่ได้
ทั้งนี้ การศึกษานี้จะจัดทำร่างระดับคุณภาพมาตรฐานของน้ำรีไซเคิลที่จะนำกลับไปใช้ในกิจกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ว่าจะต้องมีลักษณะอย่างไร สำหรับเป็นแนวทางให้พื้นที่เมืองและอุตสาหกรรมใน EEC เช่น การนำไปใช้ในพื้นที่เกษตรกรรม (พื้นที่สีเขียว) การใช้ชำระชะล้างต่าง ๆ ล้างถนน ลดฝุ่น หรือนำมาเป็นน้ำใช้อื่น ๆ เช่น น้ำหล่อเย็นในระบบอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังขาดแนวทางที่เป็นมาตรฐานที่ชัดเจนในส่วนนี้