ข่าวประชาสัมพันธ์

EEC Hot News Vol.70

– กนอ. จ้าง ‘มารีนไทย กรุ๊ป’  บริหารท่าเรือฯ มาบตาพุด 10 ปี พัฒนาสู่ความทันสมัยระดับโลก
– 
ทุ่มงบปี 63-64 สร้างถนนสายรอง เชื่อมแหล่งท่องเที่ยว EEC
– 
ตลาดอสังหาฯ EEC ร้อนแรง กลุ่มทุนสิงคโปร์เปิดตัวโครงการใหม่ ทำเลบางแสน 
– depa  ติดตามความคืบหน้าโครงการเกษตรอัจฉริยะ  ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้พิการชาวระยอง

กนอ. จ้าง ‘มารีนไทย กรุ๊ป’  บริหารท่าเรือฯ มาบตาพุด 10 ปี
พัฒนาสู่ความทันสมัยระดับโลก

       หนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในพื้นที่ EEC ที่น่าจับตาและมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเป็นอย่างมากก็คือ ‘ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด’ จังหวัดระยอง ที่ล่าสุด กนอ.. ได้ว่าจ้างให้ ‘มารีนไทย กรุ๊ป’ บริหาร เป็นระยะเวลา 10 ปี เพื่อพัฒนาให้ก้าวไกล เทียบชั้นท่าเรือระดับโลก

       นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เผยว่า กนอ. ได้ลงนามสัญญาจ้าง บริษัท มารีนไทย กรุ๊ป จำกัด รับผิดชอบดูแลการพัฒนาศักยภาพและยกระดับขีดความสามารถ “ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด” สู่การเป็นท่าเรืออุตสาหกรรมขนาดใหญ่และทันสมัยระดับโลก โดยมีระยะเวลา 10 ปี (ปี 2562-2572) เพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อย่างเต็มที่ สนับสนุนเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งการจ้างเอกชนเข้ามาบริหารจัดการท่าเรือมาบตาพุดจะทำให้สามารให้บริการผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ที่มีมาตรฐาน ความปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุด

       ทั้งนี้ บริษัท มารีนไทย กรุ๊ป จำกัด ประกอบด้วย กลุ่มธุรกิจสถาบันการศึกษาและฝึกอบรมและบริหารจัดการคนประจำเรือ กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมอู่ต่อ-ซ่อมเรือ อุปกรณ์เรือ และกลุ่มธุรกิจให้บริการรับจ้างเหมาบริหารจัดการท่าเรือสำหรับเรือบรรทุกสินค้าทั่วไป สินค้าน้ำมัน เคมีและแก๊ส รวมถึงการบริหารจัดการระบบคลังเก็บสินค้า ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการท่าเรือ มีความพร้อมในการดำเนินการด้านระบบสาธารณูปโภคทางทะเล การบำรุงรักษา รวมถึงเครื่องมืออุปกรณ์และเทคโนโลยีทันสมัย สามารถบริหารจัดการท่าเรือมาบตาพุดให้เป็นท่าเรือชั้นนำระดับโลก และเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับ EEC โดยเฉพาะโครงการพัฒนาท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 พื้นที่โครงการรวม 1,000 ไร่ มูลค่าโครงการ 55,400 ล้านบาท

       กนอ. คาดว่าผลประโยชน์จากการดำเนินโครงการนี้ จะทำให้ท่าเรือฯมาบตาพุดเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน EEC อย่างแท้จริง ทั้งยังเป็น ศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง และโลจิสติกส์ทางน้ำของอาเซียนสู่เศรษฐกิจนานาชาติ เป็นประตูการค้าเชื่อมโยงกับภูมิภาค และสนับสนุนการลงทุนอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ทั้งอุตสาหกรรม S-Curve และ New S-Curve อีกทั้งยังมีความสามารถรองรับการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อเป็นแหล่งพลังงาน สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่และท้องถิ่น ก่อให้เกิดการจ้างงาน สร้างเศรษฐกิจชุมชนและเพิ่มรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่

       ทั้งนี้ ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด จัดตั้งขึ้นตามนโยบายภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก ตั้งแต่ปี 2524 กำหนดให้บริเวณพื้นที่มาบตาพุด เป็นแหล่งที่ตั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยมีท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดเป็นสาธารณูปโภคหลัก หลังจากศึกษาความเป็นไปได้ของท่าเรืออุตสาหกรรมได้มีการวางแผนพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดขึ้นเมื่อปี 2526

ทุ่มงบปี 63-64 สร้างถนนสายรองเชื่อมแหล่งท่องเที่ยว EEC

       กรมทางหลวงชนบท เตรียมใช้งบประมาณปี 2563 – 2564 ก่อสร้างถนนสายรอง เพื่อแก้ปัญหาจราจรและสนับสนุนการท่องเที่ยวเชื่อมโยงพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

       นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กำชับกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ให้ความสำคัญกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการยกระดับคุณภาพชีวิต ส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การคมนาคมขนส่ง รวมทั้งการแก้ไขปัญหาจราจร เพื่อความสะดวก ปลอดภัย ลดปัญหาค่าเดินทางและค่าครองชีพให้กับประชาชน

       ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2563 ทช. ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ 47,472 ล้านบาท เพื่อดำเนินการตามภารกิจและนโยบายของรัฐบาล อาทิ การก่อสร้างถนนในเขตผังเมืองรวม, ถนนสนับสนุนการท่องเที่ยว, ถนนเพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่ง, ถนนเพื่อสนับสนุนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน

       ส่วนปี 2564 ทช. ได้เสนอคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ประมาณ 95,000 ล้านบาท โดยมีโครงการที่สำคัญ อาทิ ถนนสาย สป.4002 แยก ทล.3344 – บ้านบางพลีใหญ่ อำเภอเมือง,บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ระยะทาง 8.192 กิโลเมตร , ถนนสายแยก ทล.3452 – สี่แยกบ้านสร้าง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ระยะทาง 25.656 กิโลเมตร เป็นต้น

ตลาดอสังหาฯ EEC ร้อนแรง กลุ่มทุนสิงคโปร์เปิดตัวโครงการใหม่ ทำเลบางแสน 

       พื้นที่ EEC ยังคงดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง   ล่าสุดเวนเจอร์โกลบอล โฮลดิ้ง บริษัทร่วมทุนไทยสิงคโปร์ นำร่องลุยธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บางแสน ชลบุรี  เชื่อมั่นไทยมีศักยภาพการเติบโต พร้อมต่อยอดการลงทุนระยะยาว เปิดตัวคอนโดมิเนียมมูลค่า   50 ล้านบาท ทำเลใกล้ห้างแหลมทองและมหาวิทยาลัยบูรพา รองรับการเพิ่มขึ้นของบุคลากร  จากหลากหลายสาขาวิชาชีพในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะเข้ามาศึกษาและทำงานในพื้นที่ EEC

นายออสติน ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวนเจอร์ โกลบอล โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นของบริษัท คือ ABN ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์ มองเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจนอกประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตามเมืองใหญ่หรือเมืองท่องเที่ยวของไทย จึงตัดสินใจร่วมลงทุนและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยจัดตั้งบริษัท เวนเจอร์ โกลบอล โฮลดิ้ง เพื่อพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย โครงการแรก เดอะ เซนโทร คอนโด บางแสน และอีกหลาย ๆ โครงการต่อไป เพราะต้องการเห็นการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งสองประเทศไปพร้อม ๆ กัน

       “ประเทศไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งในอาเซียนที่มีอัตราการเติบโตมาตลอดในระยะ 4 ทศวรรษที่ผ่านมา มีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างก้าวหน้าในฐานะประเทศเกิดใหม่ และจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ เชื่อว่าหากแล้วเสร็จจะทำให้ไทยมีโอกาสเติบโตอีกมาก”นายออสติน กล่าว

       ด้าน นายเรย์ เฮง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท เวนเจอร์ โกลบอล โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า บางแสนเป็นเมืองท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพ แต่ค่าครองชีพไม่สูงมากเมื่อเทียบกับพัทยา ทั้งยังมีมหาวิทยาลัยชั้นนำ มีแหล่งการศึกษา และแหล่งงาน บางแสนจึงเป็นเมืองที่มีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นจากการเป็นพื้นที่ใน EEC ซึ่งจะมีเม็ดเงินลงทุนเข้ามาในพื้นที่กว่า 45,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จึงเป็นทำเลที่มีศักยภาพน่าสนใจ เหมาะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยในอนาคต เมื่อมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น

       “การลงทุนด้านคมนาคมขนส่งของรัฐบาลไทยในอนาคตยิ่งทำให้การเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยรถไฟความเร็วสูงถึงจังหวัดชลบุรีง่ายขึ้น ระบบโลจิสติกสมบูรณ์แบบมากขึ้น ทำให้บริษัทตัดสินใจจะลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์โครงการแรกที่บางแสน” นายเรย์ กล่าว

ขณะที่ นายพีระพล รังสิมานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวนเจอร์ โกลบอล โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า จากนโยบายพัฒนา EEC ทำให้บางแสนกลายเป็นเมืองศักยภาพในทุกด้าน ทั้งด้านการศึกษา และการทำงาน เพราะภายในปี 2566-2567 โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินจะเปิดให้บริการ ทำให้การท่องเที่ยวและการลงทุนคึกคักมากขึ้น โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยบูรพา เป็นอันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัยในภาคตะวันออก มีนักศึกษาจากต่างประเทศ เช่น จีนที่เข้ามาศึกษามากขึ้นในทุก ๆ ปี

ทั้งนี้ จากการศึกษาศักยภาพทำเล พบว่าราคาที่ดินบางแสนปรับตัวสูงขึ้นมาตลอด 3-5 ปีที่ผ่านมา โดยราคาที่ดินปรับตัวเพิ่มขึ้น 30-50% ส่วนความต้องการของผู้บริโภคยังคงต้องการที่อยู่อาศัยดี ๆ และจากการที่มีคนเข้ามาอยู่อาศัยในบางแสนมากขึ้น ระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นแต่ไม่มีอุปทานใหม่เกิดขึ้น บริษัทจึงมองเห็นโอกาสในการพัฒนาโครงการ เดอะเซนโทร คอนโด บางแสน ซึ่งออกแบบให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนในพื้นที่ โดยเฉพาะทำเลใจกลางเมืองใกล้สถานศึกษา เหมาะที่จะซื้อลงทุนเพื่อปล่อยเช่าได้ โดยอัตราผลตอบแทนการลงทุนอยู่ที่ 5-8%

depa  ติดตามความคืบหน้าโครงการเกษตรอัจฉริยะส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้พิการชาวระยอง

       เมื่อชาวบ้านและชุมชนนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ ย่อมทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะกับผู้พิการที่จะสามารถลดอุปสรรคในการทำงานลงไปได้มาก

       นายวาฤทธิ์ ศิริพิทยาโรจน์ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนันการพัฒนาชุมชน และตัวแทนสำนักงานสาขาภาคตะวันออก สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)  ลงพื้นที่ศูนย์เรียนรู้ฝึกอาชีพการเกษตรเพื่อครอบครัวคนพิการ ตำบลบ้านนา อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ติดตามความก้าวหน้าโครงการเกษตรอัจฉริยะส่งเสริมกลุ่มครอบครัวผู้พิการ โดยได้มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT เพื่อควบคุมระบบการให้น้ำอัตโนมัติ ในพื้นที่แปลงปลูกผัก ทดแทนการใช้แรงงานของผู้พิการ โดยผู้พิการจะใช้เวลาที่เหลือจากการรดน้ำพืชผักในการบุกเบิกพื้นที่สำหรับแปลงปลูกผักให้มากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างรายได้เพิ่มให้แก่สมาชิก และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตลอดจนเป็นศูนย์การเรียนรู้ทางการเกษตรแก่ผู้ศึกษาดูงานที่มีเข้ามาเยี่ยมชมอย่างต่อเนื่อง

       ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนภายใต้มาตรการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อชุมชนในชนบท (depa Digital Transformation Fund for Community) ซึ่งมุ่งส่งเสริมให้ชุมชนฐานรากเกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน พัฒนาคุณภาพชีวิตและสอดคล้องกับสภาพปัญหาในปัจจุบัน ตอบโจทย์ความต้องการของคนในชุมชนอย่างแท้จริง

 

ขนาดตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
EECO
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.