
ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และนายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อศึกษาความเหมาะสมโครงการโรงไฟฟ้าสะอาดในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยศึกษาและพัฒนาแนวทางการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Small Modular Reactor (SMR) พลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือก เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น พร้อมยกระดับความมั่นคงด้านพลังงาน ส่งเสริมการลงทุน และสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ณ อาคาร 50 ปี กฟผ. สำนักงานใหญ่ จ. นนทบุรี
ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก กล่าวว่า กฟผ. และ สกพอ. มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการส่งเสริมการบริหารจัดการและเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะพลังงานสะอาดและพลังงานสีเขียว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องการให้มีในพื้นที่ และสอดคล้องกับเป้าหมายของ สกพอ. ด้วย ปัจจุบันพื้นที่ EEC มีความต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เช่น อุตสาหกรรมดิจิทัล รวมถึงการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานและการเพิ่มคุณค่าของอุตสาหกรรมดิจิทัล รวมถึงการเติบโตของพื้นที่จากภาคบริการ และการเพิ่มขึ้นของประชากรและแรงงาน ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นพื้นที่ยกระดับระบบพลังงานไฟฟ้าของไทย เป็นต้นแบบของการริเริ่มพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดใหม่ๆ เพื่อส่งเสริมการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
ด้าน นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า การลงนามในครั้งนี้นับเป็นหมุดหมายสำคัญของการ บูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคพลังงานและภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อันเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสู่อนาคตที่สะอาด มั่นคง และยั่งยืน พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี พ.ศ. 2593 ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว ทั้งนี้ กฟผ. มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดแห่งอนาคต โดยเฉพาะเทคโนโลยี SMR ควบคู่กับการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนและพลังงานทางเลือกใหม่ เพื่อสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าคาร์บอนต่ำ เสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และรองรับความต้องการใช้พลังงานสะอาดของอุตสาหกรรมเป้าหมายและอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ ตลอดจนกิจการที่เกี่ยวเนื่องในพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการดึงดูด การลงทุนและยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ
สำหรับความร่วมมือภายใต้ MOU ฉบับนี้ มีระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี ครอบคลุมการศึกษาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด รวมถึงพัฒนาแนวทางการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี SMR พลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือก ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยการศึกษาจะพิจารณาความเป็นไปได้ทั้งด้านเทคนิค เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม ควบคู่กับการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางการพัฒนาที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาพื้นที่ EEC และประเทศในระยะยาว
ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ กฟผ. และ สกพอ. ในการพัฒนาระบบพลังงานสะอาดของประเทศ ควบคู่กับการเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน