ข่าวประชาสัมพันธ์

EECO ร่วมคณะนายกรัฐมนตรี เยือนเวียดนาม รับฟังข้อเสนอภาคเอกชนไทย หนุนความร่วมมือการลงทุนไทย–เวียดนาม และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานภูมิภาค

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2569 ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO ร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสการเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ และเข้าร่วมการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับผู้แทนหอการค้าและอุตสาหกรรมไทยในเวียดนาม (ThaiCham) และผู้แทนภาคเอกชนไทยที่ดำเนินธุรกิจและลงทุนในเวียดนาม ณ โรงแรม Fairmont Hanoi กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

การหารือดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และประเด็นความท้าทายในการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนไทยในเวียดนาม ซึ่งครอบคลุมหลากหลายสาขาอุตสาหกรรม อาทิ อุตสาหกรรมอาหารและเกษตร ค้าปลีก การเงิน พลังงาน นิคมอุตสาหกรรม วัสดุก่อสร้าง และการผลิต โดยข้อคิดเห็นจากภาคเอกชนจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดแนวทางส่งเสริมการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและเวียดนามในระยะต่อไป

นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและเวียดนาม ภายใต้แนวคิด “เติบโตไปด้วยกัน” (Growing Together) โดยทั้งสองประเทศมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค และมีศักยภาพในการต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของอาเซียนร่วมกัน

ในโอกาสนี้ ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ. ได้ร่วมรับฟังมุมมองและข้อเสนอแนะจากภาคเอกชนไทยที่มีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจในเวียดนาม เพื่อนำมาประกอบการพัฒนานโยบายและมาตรการส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทย โดยเฉพาะการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย เทคโนโลยีขั้นสูง และการลงทุนจากต่างประเทศ

ทั้งนี้ เวียดนามนับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานการผลิตของภูมิภาค ขณะที่ EEC มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ ท่าเรือ สนามบิน และระบบนิเวศด้านอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเชื่อมโยงการลงทุนและการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานระหว่างไทยและเวียดนามให้มีความใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีได้เป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างภาคเอกชนไทยและเวียดนาม จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ ความร่วมมือระหว่างกลุ่มอมตะและบริษัท FPT Corporation ในการพัฒนามาตรฐานนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Smart Industrial Estate) และความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัท CP และบริษัท FPT Corporation ด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงระหว่างสองประเทศที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต

การเยือนเวียดนามครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างไทยและเวียดนาม ตลอดจนสนับสนุนบทบาทของ EEC ในฐานะประตูการลงทุนและศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของภูมิภาคอาเซียน

ขนาดตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
EECO
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.